posttoday
สุเทพเปิดจองที่ตั้งเวทีทั่วกรุง

สุเทพเปิดจองที่ตั้งเวทีทั่วกรุง

31 ธันวาคม 2556

สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนไหวหลังปีใหม่นั้น จะเป็นปฏิบัติการยึดกรุงเทพฯ ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราวทำให้เห็นว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศไม่ได้อีกต่อไป ไม่สามารถดูแลเมืองหลวงได้ไม่ว่าจะหนีไปเชียงใหม่หรือเชียงรายก็ตาม โดยยืนยันว่าไม่ใช่การก่อการร้าย เป็นการชุมนุมไม่มีอาวุธ เป็นการชุมนุมของคนดี ใครอยากจะตั้งเวทีที่แยกไหนก็ขอให้แจ้งมา ทุกเวทีประชาชนเป็นเจ้าของ

สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนไหวหลังปีใหม่นั้น จะเป็นปฏิบัติการยึดกรุงเทพฯ ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราวทำให้เห็นว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศไม่ได้อีกต่อไป ไม่สามารถดูแลเมืองหลวงได้ไม่ว่าจะหนีไปเชียงใหม่หรือเชียงรายก็ตาม โดยยืนยันว่าไม่ใช่การก่อการร้าย เป็นการชุมนุมไม่มีอาวุธ เป็นการชุมนุมของคนดี ใครอยากจะตั้งเวทีที่แยกไหนก็ขอให้แจ้งมา ทุกเวทีประชาชนเป็นเจ้าของ

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 31 ธ.ค. จะครบสองเดือนเต็มที่ประชาชนได้ยืนหยัดต่อสู้กันมา ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่ตั้งเวทีที่สถานีรถไฟสามเสน เมื่อวันที่ 31 ต.ค. โดยที่ผ่านมามีคนมาเพียรพยายามพูดให้ยกเลิกการชุมนุมให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่เข้าใจข้อเท็จจริงว่าคุยกำนันสุเทพแล้วจบ ซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น แต่ต้องคุยกับคนหลายล้านคนที่ลุกขึ้นชุมนุมเรื่องถึงจะจบ

ทั้งนี้ พูดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะก้าวร้าว แต่การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีข้อต่อรอง เป้าหมายคือการขับไล่ระบอบทักษิณและปฏิรูปประเทศ หากต่ำกว่านั้นไม่รับทั้งนั้น คนที่มาพูดนั้นก็ไม่เข้าใจ คิดว่าถ้ารับเงื่อนไขก็จบ แต่ไม่ใช่ เพราะประชาชนเป็นคนให้ออก พูดจาอย่างนี้ไม่ใช่ตัวเองมาพูดจาเอาเอง เวลานี้พี่น้องมวลมหาประชาชนมาชุมนุม เขาล้ำหน้าไปกว่านักการเมืองไดโนเสาร์ไปมาก

สุเทพ กล่าวว่า กรณีที่ตำรวจออกมาชุมนุมตั้งเวทีปราศรัยและระบุว่า กปปส.ไปพูดจาให้คนเกลียดตำรวจนั้น ขอเรียนว่ามวลมหาประชาชนไม่มีความโกรธแค้นเกลียดชังอาฆาตตำรวจในภาพรวม แต่ไม่พอใจตำรวจเลวๆ บางส่วนและยืนยันว่าตำรวจส่วนใหญ่เป็นตำรวจที่ดี ซึ่งที่ผ่านมาเคยพูดถึงตำรวจเพียงแค่ไม่กี่ชื่อ ได้แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เพราะเป็นตำรวจที่รับคำสั่งมาจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และกระทำการหลายอย่างที่เป็นปฏิปักษ์ต่อมวลมหาประชาชน

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาปี 2553 คนเสื้อแดงจัดการชุมนุมก่อนเหตุจลาจลเป็นเหตุให้ทหาร ตำรวจ ประชาชนตาย มีการเผาบ้าน เผาเมือง และ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตั้งข้อหา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ขณะนั้นและตัวเองในฐานะรองนายกฯ ขณะนั้น ว่าเจตนาฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผล ซึ่งทั้งตัวเองและอภิสิทธิ์ได้เข้ามอบตัวกับดีเอสไอสู้คดี

เลขาธิการ กปปส. กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกฯ ยิ่งลักษณ์ และ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้แต่งตั้งตำรวจ 3 นาย ให้มารับผิดชอบ จัดการกับประชาชนจนมีคนบาดเจ็บ คนตาย เพราะคำสั่งของนายกฯ ยิ่งลักษณ์และนายสุรพงษ์ ดังนั้นจะคอยดูว่าธาริตจะตั้งข้อหาทั้งสองคนนี้ในข้อหาเจตนาฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผลหรือไม่ ถ้าไม่ตั้งก็จะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสอง มาตรฐาน ซึ่งจะได้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับธาริตในข้อหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ

สุเทพ กล่าวว่า การลุกขึ้นต่อสู้ของมวลมหาประชาชน ไม่ต้องการทำร้ายใคร ไม่ต้องการทำให้ใครบาดเจ็บ ซึ่งเป็นการยึดหลักสันติอหิงสาตั้งแต่ต้นจนจบเกม เพราะฉะนั้นที่มีคนบาดเจ็บเสียชีวิต ไม่ใช่การกระทำของมวลมหาประชาชน แต่เหตุที่เกิดเป็นเหยื่อของสถานการณ์ และระบอบทักษิณด้วยกันทั้งสิ้น และขอให้ข้าราชการตำรวจมั่นใจ มวลมหาประชาชนไม่มีใจอาฆาตมาดร้ายต่อตำรวจทั้งระบบและไม่ใช่ความแค้นส่วนตัว

ส่วนความคืบหน้าการควบคุมตัว พิชิต ไชยมงคล โฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เจ้าพนักงานดีเอสไอร่วมกับอัยการและตำรวจ ได้เข้าสอบปากคำผู้ต้องหาตามหมายจับคดีบุกรุกกระทรวงการต่างประเทศ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและขอให้การในชั้นศาล

จากนั้นในวันที่ 31 ธ.ค. จะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในช่วงเช้าและขอศาลคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพบว่าพิชิตมีพฤติกรรมนำมวลชนไปบุกรุกสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง

ด้าน พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ คปท. กล่าวว่า เบื้องต้นเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัว 1 แสนบาท หากพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัวก็คาดว่า พนักงานสอบสวนจะนำตัวพิชิตไปขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกในวันที่ 31 ธ.ค. ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ทางทนายความก็จะยื่นประกันตัวในชั้นศาลต่อไป

ขณะที่ นิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 29 ธ.ค. เวลาประมาณ 23.30 น. กลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถตามประกบและใช้อาวุธปืนบังคับให้ลงจากรถ แต่ได้ตัดสินใจให้คนขับรถเบี่ยงรถหลบหนี กลับมายังพื้นที่การชุมนุม

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การจับกุม แต่เป็นการมุ่งหวังเอาชีวิต ซึ่งต่อจากนี้จะสู้ต่อในวิถีทางกฎหมาย โดยให้มอบทนายแจ้งความดำเนินคดีหาตัวผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ และเพิ่มมาตรการในการดูแลตัวเองมากขึ้น หากยังมีการกระทำกับด้วยวิธีการเช่นนี้อีกคงต้องดำเนินการบางอย่างกลับไป

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย