
นายกฯชี้เลือกตั้งต้องเสรี
นายกฯตอบกระทู้ถามสดในสภา เงื่อนไขเลือกตั้ง 14 พ.ย.เลือกตั้งต้องเสรี สงบ เป็นธรรม ไม่ออกกม.นิรโทษเหมือนพฤษภาทมิฬ เพราะไม่ต้องการนิรโทษผู้ก่อการร้าย
นายกฯตอบกระทู้ถามสดในสภา เงื่อนไขเลือกตั้ง 14 พ.ย.เลือกตั้งต้องเสรี สงบ เป็นธรรม ไม่ออกกม.นิรโทษเหมือนพฤษภาทมิฬ เพราะไม่ต้องการนิรโทษผู้ก่อการร้าย
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ได้พิจารณากระทู้ถามสดของนายสุนัย จุลพงศธร สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เรื่อง “การแก้วิกฤตการเมืองตามข้อเสนอ 5 ข้อ ของนายกรัฐมนตรี” ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้ชี้แจงว่า ข้อเสนอเพื่อนำไปสู่ความปรองดอง 5 ข้อนั้น เป็นความพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันประกอบด้วย 1. เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันมีกลุ่มบุคคลที่ทำผิดกฎหมาย กระทบความมั่นคง มุ่งไปที่สถาบันและขณะนี้ก็มีการดำเนินคดี ทั้งส่วนบุคคล และยังมีการใช้เครือข่าย เช่น อินเตอร์เนต เมื่อเชื่อมโยงถึงใครก็ต้องว่าตามนั้น ความปรองดองวันนี้คงไม่พอที่ใครคนใดจะบอกแค่ว่า จงรักภักดี ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ทำผิดกฎหมาย ทุกคนต้องมาช่วยกันเพื่อสถาบันที่เทิดทูน สิ่งสำคัญ คือ กรณีทำผิดกฎหมายโจ่งแจ้งผ่านสื่อ ถ้าใครเชื่อมโยงผ่านกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องมาช่วยเจ้าหน้าที่แก้ปัญหา ไม่ใช่มาปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้อง
2. ความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นจุดที่แกนนำผู้ชุมนุมได้หยิบมาพูดเสมอ ตรงนี้มีความคืบหน้า เพราะขณะนี้ภาคประชาสังคมหลายองค์กรจับมือกัน ไม่มีเรื่องสี แต่มาจากหลากหลาย เช่น ภาคธุรกิจ องค์กรพัฒนาสังคม เขากำลังดูเรื่องปัญหาพื้นฐานที่ไม่เป็นธรรม โดยในวันที่ 12-13พ.ค.นี้รัฐบาลเปิดเวทีผ่านกลไกชุมชนโดยให้ชุมชนจัดเวทีกันเอง คาดว่า ภาคประชาสังคมจะเอาข้อเสนอ มาให้ตนได้ไม่เกินวันที่ 20 พ.ค.
นายกฯ หนุนกก.สิทธิตั้งอนุกก.สอบสวนเหตุการณ์ชุมนุม
3. เรื่องสื่อ ปัจจุบัน ยอมรับว่า มีการแสดงความเห็นที่รุนแรงกันมาก จึงอยากชวนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสื่อสารมวสลชน ไม่ว่า ฟรีทีวี ทีวีอินเตอร์เนต วิทยุชุมชน เป็นต้น โดยจะเชิญคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์คมนาคมแห่งชาติ (กทช. )มาร่วมกำหนดกติกาที่ใช้ร่วมกันกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด รวมถึงสถานีโทรทัศน์ของรัฐด้วย 4. การสะสางเหตุการณ์การชุมนุม เช่น 10 เมษา 22 เมษา 28 เมษา จะต้องมีการตั้ง คณะกรรมการอิสระ ความจริง วันนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งถ้าเป็นที่ยอมรับ เราก็ใช้กลไกนั้นได้ แต่ถ้าเห็นว่าควรปรับปรุงก็ดำเนินการได้
นายกฯ กล่าวว่า 5. การแก้ปัญหาที่เป็นความขัดแย้งทางการเมืองเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตไม่ว่า รัฐธรรมนูญ หรืออื่นๆ ก็จำเป็นต้องมาพูดคุยกันว่ามีทางออกอย่างไร เพื่อนำไปสู่เงื่อนไขว่า เราสามารถทำให่บ้านเมือสงบซัก 6 เดือนได้หรือไม่ ถ้าได้ก็นำไปสู่เป้าหมายเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. ขณะนี้รอการตอบรับจากฝ่ายต่างๆ ถ้าทุกฝ่ายเดินไปข้างหน้าตามแนวทางนี้ก็จัดการเลือกตั้งได้ แต่ถ้าแผนนี้ไม่ได้รับการตอบสนอง บ้านเมืองก็ยังมีความวุ่นวาย ตนก็พยายามทำ5 เรื่องนี้ต่อ คิดว่า แผนนี้จะได้รับการตอบสนองโดยรวม ผู้ชุมนุมก็ได้ตอบรับจะเข้าร่วม แต่ก็มีเงื่อนไขที่ยังไม่สามารถยุติการชุมนุมเพราะต้องมีการทำเข้าใจกับผ้ชุมนุม ก็จะดูว่า ผู้ชุมนุมจะตอบรับอย่างไร
นายกฯเชิญหลากสีคุยพรุ่งนี้รับโรดแมป ยุบสภาครึ่งเดือนหลังก.ย.
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้กลุ่มเสื้อหลากสีก็ไม่ยอมรับในแผนปรองดอง ซึ่งตนได้เชิญตัวแทนมาคุยในวันพรุ่งนี้ ยังมีกลุ่มพันธมิตรที่ไม่เห็นด้วย ก็พยายามทำความเข้าใจต่อไป ทั้งนี้ถ้าพวกเราทุกฝ่ายทุกคนร่วมกันก็จะเดินหน้าได้ เพราะเราไม่ได้เสนองปรองดองเพื่อใคร แต่เพื่อคนทั้งประเทศ ถ้าทำได้ก็เดินไปสู่เป้าหมาย 14 พ.ย. ส่วนจะยุบสภาวันไหนนั้น ในบทบัญญัติรธน.ก็ระบุว่า การจัดการเลือกตั้งจะมีขึ้นภายใน 45-60 วัน การยุบสภาก็จะเกิดขึ้นช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนกย.แล้ว เมื่อยุบสภาก็จะแจ้งยังกกต.ซึ่งเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง
“การกำหนดวันเลือกคั้ง เราต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้เห็นว่า การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ ภายใต้บรรยากาศที่สงบ เป็นธรรม เสรีอย่างแท้จริง ขอนิดเดียวครับเรื่องการทำหน้าที่ของหลายฝ่าย ผมรับมาดูว่า จะช่วยลดบรรยากาศความตึงเครียดย่างไร แต่หลายท่าน ท่านโฆษก ท่านอธิบดี ท่านก็แถลงตามข้อเท็จจริง ส่วนข้อเสนอ 5 ข้อ ไม่มีตรงไหนที่รัฐบาลจะไม่เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายสุนัย ถามว่า อยากให้นายกฯ ทำเป็นสัญญาประชาคม 5 ข้อ ให้ชัดเจนเพราะวันนี้การเมืองไทยซับซ้อนมาก มองไกล 7 เดือนไม่ได้ ต้องแค่สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ตนกังวลว่า มันมีจะโรดแมปที่ซ้อนอีกฉบับ เพราะมีผู้มองว่า มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งขอซื้อเวลาเพื่อจะตั้งนายทหารคนหนึ่งขึ้นเป็นผบ.ทบ. ต้องขอบคุณพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ช่วยเหตุการณ์คลี่คลายที่ไม่ยอมปราบประชาชน แต่ปัญหาวันนี้มันแยกไม่ออกจากวิกฤต ผบ.ทบ. ตำหน่งตรงนั้นล็อคไว้กับคคุลคนหนึ่ง คือ “พล.อ.ป.” ทั้งนี้นายกฯ ยืนยันได้หรือไม่ว่า คนที่ทำผิดในเหตุการณ์ 10 เม.ย.จะต้องถูกลงโทษ ขออย่าได้ตั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ประชาชน 10 เมษายน เป็นผบ.ทบ.
ไม่ต้องทำสัตยาบรรณโรดแมป
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ที่เป็นห่วงว่า จะมีโรดแมปซ้อนโรดแมป ต้องมาลงสัตยาบรรณหรือไม่ ขอเรียนว่า เราต้องฝ่าวงล้อม เพราะครั้งนี้ปัญหามันสะสมมานาน เป็นบาดแผลในสังค 5 ประเด็นของตนคลอบคลุมสิ่งที่เป็นบาดแผล ไม่ง่ายหรอกครับ แต่มันจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ว่าจะได้รับความร่วมมือหรือไม่เพราะ 5 ประเด็น เราคงไม่สามารถปล่อยให้เป็นเรื่องของใครได้
เงื่อนไขเลือกตั้ง 14 พ.ย.เลือกตั้งต้องเสรี สงบ เป็นธรรมด้วย
“เช่น เรื่องความสงบทางการเมือง มันไม่พอหรอก ถ้าพวกผมไปอีสานแล้วเกิดเหตุรุนแรงขึ้น แล้วท่านบอกวว่า ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยหรือเป็นพวกแดงเทียม ตรงนี้มันไม่ได้ เช่นเดียวกันที่ท่านจะมาหาเสียงภาคใต้ ประเด็นก็คือ ถ้าเราจะทำงานตามข้อเสนอของผมเราต้องทำงานด้วยกัน ถ้าผมจะไปอีสาน ท่านจะไปใต้เอาคนของแต่ละฝ่ายมาพูดเลยว่า ต่อไปนี้เราจะปล่อยให้สภาทำหน้าที่ปกติ ต้องช่วยกันจริงๆ มันทำได้ ถ้าเป็นไปตามนี้เป้าหมายยังเป็นวันที่ 14 พ.ย. ยุบวันไหนขึ้นอยู่กัยหลายปัจจัยช่วงเดือนก.ย. แต่จะเป็นวันไหน ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือใหญ่โตที่เราจะมาหาความสงบสุขร่วมกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ไม่ออกกม.นิรโทษเหมือนพฤษภาทมิฬ เพราะไม่ต้องการนิรโทษผู้ก่อการร้าย ใครผิดต้องรับผิดชอบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับการสอบสวนเหตุการณ์การชุมนุม ฝ่ายรัฐบาลวันนี้ได้ทำแค่ การประมวลเหตุการณ์ เก็บข้อเท็จจริง ซึ่งถ้ายอมรับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ให้เขาทำงานตรงนี้ได้ ส่วนเรื่องผบ.ทบ. หรือตำแหน่งใดก็ตาม ที่นายสุนัยถามว่า ไม่ควรเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 10 เมษา นั้นความจริงสิ่งหนึ่งในอดีตที่ทำกัน คือ เหตุการณ์ทพฤษภาทมิฬ จะกิดสูตรสำเร็จ ด้วยการนิรโทษกรรม เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและเขียนรวมถึงเหตุการณ์ด้วย แต่วันนี้กองทัพมีจุดยืนชัดเจน พล.อ.อนุพงษ์ หรือคนในกองทัพก็พูดชัดว่า ท่านจะปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล หลังเหตุการณ์วันที่ 10 เราก็พูดชัดไม่มีความจำเป็นออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะกองทัพมั่นใจทำตามกฎหมาย และไม่ต้องการนิรโทษกรรมผู้ก่อการร้าย ดังนั้น เหตุการณ์วันที่ 10 เมษา ใครทำผิดก็ต้องรับผิดไม่ว่าอยู่ฝ่ายใด







