posttoday
จากใจม็อบตำรวจ"ผมกลายเป็นเหยื่อสังคม"

จากใจม็อบตำรวจ"ผมกลายเป็นเหยื่อสังคม"

30 ธันวาคม 2556

เสียงสะท้อนจากตำรวจที่ออกมาร่วมชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้าภายใต้ชื่อกลุ่มสมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทย

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ช่วงเที่ยงของวันที่ 30 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จำนวนนับพันนาย พร้อมใจตบเท้าแสดงพลังเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ภายใต้ชื่อกลุ่มว่า “สมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทย”หลังจากตกเป็นจำเลยทางสังคมในหลายเหตุการตามภาวะการชุมนุมทางการเมืองในช่วงนี้

ทั้งจากการถูกต่อว่าก่นด่าต่างๆ จากเหตุเข้าปะทะกับผู้ชุมนุมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แม้แต่ฝั่งตำรวจเองก็ต้องได้รับบาดแผลและมี 1 นายที่จบชีวิตลงเช่นกัน

การตบเท้าครั้งนี้ หลายนายยืนยันว่ามาด้วยความสมัครใจ แม้ว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. จะทำหนังสือขอให้ยับยั้งเอาไว้แล้วก็ตาม เพราะห่วงภาพลักษณ์องค์กรตำรวจจะเสียหายมากไปกว่านี้

แถลงการณ์ 6 ข้อที่กลุ่มกลุ่มสมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทยขอแจ้งไปถึงสังคม กลุ่มผู้ชุมนุม และผู้บังคับบัญชา ประกอบด้วย 1.พึงธำรงรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการพิทักษ์รับใช้ประชาชน แต่ตำรวจก็ควรมีสิทธิในการปกป้องชีวิตและร่างกายของตัวเองด้วย 3. ผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ที่รักษาความสงบเรียบร้อย จะต้องได้รับโทษโดยเร็ว

4.ต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปฏิบัติตามกฎหมายและเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจ 5. พึงต่อต้านการบ่อนทำลายความสงบสุขของสังคมและสร้างความแตกแยกของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่มุ่งทำลายศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่เป็นธรรม และ 6. ต้องตรวจสอบ ติดตาม ต่อต้าน การทำลายชาติ ด้วยการบิดเบือน ใส่ร้ายองค์กร เจ้าหน้าที่ตำรวจ บ่อนทำลายระบบนิติรัฐ เพื่อประโยชน์ของตนหรือพวกพ้อง

จากใจม็อบตำรวจ"ผมกลายเป็นเหยื่อสังคม"

ขณะที่มุมมองของผู้บังคับบัญชา “บิ๊กแจ๊ด” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ถือเป็นการระบายออกของตำรวจ และผมก็ได้รับฟัง เข้าใจดีว่าตำรวจถูกกระทำจากเหตุที่ดินแดง เพราะผู้ชุมนุมใช้กระสุนจริงทำร้ายตำรวจ แต่ผู้บังคับบัญชาก็ขอตำรวจอย่าใช้ความรุนแรง ไม่ให้ตอบโต้ด้วยอาวุธ เขาก็แค่อยากระบาย คงอึดอัดกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม การตบเท้าของตำรวจก็ไม่ได้ทำภาพลักษณ์เสียหายมากนัก

“ผมห่วงลูกน้องนะ รับเรื่องไว้แล้ว และจะนำเรียนต่อผบ.ตร.เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต่อไปหากไปปฏิบัติควบคุมฝูงชนคงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตำรวจให้มากกว่านี้”พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ย้ำ

ด.ต.กัณฑชัย สมบูรณ์ จากสน.หนึ่งที่เจ้าตัวขอละไว้ไม่เอ่ยถึง บอกว่า การมารวมตัวกันไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ หรือน่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวล แต่ที่ให้พกอาวุธกันมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่บำบัดทุกข์ให้กับประชาชน ป้องกันเหตุร้าย และแม้ว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะไม่เห็นด้วยกับการตบเท้า แต่พวกเราก็มีสิทธิ์มีเสียงที่อยากจะระบายบ้าง เพราะทุกวันนี้ตำรวจเหมือนเป็นตัวขยะทางสังคม อยากให้รู้ว่าตำรวจก็มีศักดิ์ศรี เป็นข้าราชการที่รับใช้ประชาชนเช่นกัน และสื่อมวลชนก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับตำรวจด้วย ไม่ควรเลือกข้าง

ด.ต.นายหนึ่งจากสน.ตลาดพลู เข้าแสดงพลังร่วมกับพี่น้องสีกากีเช่นกัน เขาระบุว่าเป็นเพื่อนกับ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่งานจราจร สน.เดียวกันที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะ บอกรู้สึกเสียใจกับสังคมที่ตราหน้าพวกเขาให้กลายเป็นกลุ่มคนที่ชั่วช้า ทำร้ายประชาชน ทั้งๆ ที่ตัวพวกเขาเองก็ทำตามคำสั่ง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย และอีกด้านก็มีตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่ทำไมสังคมและผู้ชุมนุมถึงไม่คิดสงสารบ้าง

ไม่ต่างจากตำรวจจากกองอารักขาและควบคุมฝูงชน ใส่ชุดภาคสนามสีน้ำเงินเข้ม ที่ระบายความรู้สึกของตัวเองว่า ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น วันนั้นผู้บังคับบัญชาหายออกจากพื้นที่หมดเลย ปล่อยให้พวกผมต้องวางแผนสู้กันเอง มันขาดกำลังใจ พอรุนแรงเหยื่อของสังคมก็คือตำรวจ และก็ถูกด่าถูกว่ามาโดยตลอด ตำรวจเลวก็มีก็ต้องยอมรับ แต่เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมบ้าง อย่าผลักไสตำรวจให้กลายเป็นศัตรูกันเลย เพราะคุณเดือดร้อนเรื่องอะไร คุณก็เรียกหาตำรวจอยู่ดี

จากใจม็อบตำรวจ"ผมกลายเป็นเหยื่อสังคม"

อีกด้านจากนายพลตำรวจเกษียณราชการ พล.ต.อ.อชิรวิชย์ สุพรรณเภสัช คณะกรรมการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การรวมตัวของตำรวจครั้งนี้ถือเป็นการแสดงออกตามวิถีประชาธิไตยอย่างพอเหมาะพอควร เพราะที่ผ่านมาตำรวจเป็นฝ่ายถูกกระทำจากผู้ชุมนุมโดยตลอด ตำรวจไม่เคยคิดจะเข้าไปสลายการชุมนุม เหตุปะทะก็อยู่ในที่ตั้งเพื่อรักษาพื้นที่ตามคำสั่ง และปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย สุดท้ายก็ถูกด่าว่า ถูกผู้ชุมนุมใช้สิ่งของต่างๆ เข้าทำร้าย ทั้งไม้ หัวน็อต ตำรวจได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังมีการบิดเบือนใส่ร้ายจากกลุ่มผู้ชุมนุมตามสื่อต่างๆ ที่ปรากฎด้วย ผลดังกล่าวทำให้ตำรวจต้องแสดงออกให้สังคมได้รับรู้

“ผมเห็นใจ และเข้าใจตำรวจที่ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน การแสดงออกเช่นนี้ก็อยู่ในระเบียบวินัย ถึงเวลาก็เลิกแล้วทำหน้าที่ต่อไป เพียงแต่พวกเขาต้องการระบายออกทางความรู้สึกที่ถูกผู้ชุมนุมกระทำมาเกือบ 2 เดือน ต่อไปผู้บังคับบัญชาก็ต้องถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวนวิธีปฏิบัติในการควบคุมฝูงชน อีกทั้งในส่วนกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเกื้อหนุนให้ทุกฝ่าย กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมายเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ ให้บ้านเมืองได้เดินต่อได้ อย่าลืมว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมกำลังดำเนินอยู่ขณะนี้มันเกินกว่าคำว่าสิทธิเสรีภาพตามกรอบของรัฐธรรมนูญแล้ว”พล.ต.อ.อชิรวิชย์ กล่าว

หลังจากแสดงพลังและมีการให้ตำรวจก้าวขึ้นเวทีเปิดใจถึงสภาพความเป็นอยู่ของตัวเอง และจุดยืนเรียกร้องทางสังคม เนื้อหาที่พูดกันของเหล่าตำรวจส่วนใหญ่เป็นชั้นประทวน ระบุถึงความน้อยเนื้อต่ำใจที่ฝากถึงผู้บังคับบัญชา และมีกระทบไปยังสื่อสารมวลชนบางกลุ่มที่ไม่เป็นธรรมกับเหล่าสีกากี

กระทั่งถึงเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 มาถึงลานพระบรมรูปทรงม้าในฐานะตัวแทนของผู้บังคับบัญชากองบัญชาการตำรวจนนครบาล มารับหนังสือแถลงการณ์ทั้ง 6 ข้อของเหล่าตำรวจ พร้อมรับปากจะส่งถึงมือผู้ใหญ่ให้ได้รับทราบและหาทางการแก้ไขเยียวยาตำรวจ จากนั้นมวลตรำวจ จึงได้แยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ตามปกติ
 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์