
วอนโรงงานร่วมลดใช้ไฟ รับมือพม่าหยุดจ่ายก๊าซฯ
กรอ.ดึงโรงงานทั่วประเทศร่วมลดใช้ไฟฟ้า 8-10 ม.ค. 2557 รับมือพม่าหยุดจ่ายก๊าซฯ
กรอ.ดึงโรงงานทั่วประเทศร่วมลดใช้ไฟฟ้า 8-10 ม.ค. 2557 รับมือพม่าหยุดจ่ายก๊าซฯ
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือเพื่อขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้ประหยัดการใช้ไฟฟ้าระหว่างวันที่ 8-10 ม.ค. 2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แหล่งก๊าซธรรมชาติเยตากุนของพม่า มีกำหนดหยุดจ่ายจากการซ่อมบำรุงประจำปี
ทั้งนี้ ทำให้ปริมาณก๊าซฯ หายไป 1,030 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต) ต่อวัน มีผลต่อโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการปริมาณไฟฟ้าให้มีใช้อย่างเพียงพอ
สำหรับแนวทางการประหยัดไฟฟ้าได้เน้นโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. 2557 จากกรอบการหยุดจ่ายก๊าซฯ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2556-14 ม.ค. 2557 เนื่องจากคาดการณ์เป็นช่วงที่จะมีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด มีข้อแนะนำดังนี้ 1.ปิดเครื่องปรับอากาศช่วงเวลา 13.00-15.00 น.เป็นเวลา 2 ชั่วโมง 2.ลดไฟฟ้าแสงสว่างภายในโรงงานลง 20%
3.ลดการใช้หรือย้ายปรับเครื่องจักรที่ไม่จำเป็นหรือกระบวนการผลิตบางส่วนไปทำงานในช่วงเวลากลางคืนและ 4.ประหยัดพลังงานหรือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทางคู่มือการประหยัดพลังงานไฟฟ้าของ กรอ.
มโรงงานอุตสาหกรรม โดยดูรายละเอียดได้ที่ www.diw.go.th
“การขอความร่วมมือให้ช่วยประหยัดไฟฟ้าในกลุ่มผู้ประกอบกิจการโรงงานเป็นไป ตามนโยบายของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ที่เป็นห่วงว่าช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. 2557 โรงงานอุตสาหกรรมกรุงเทพฯและใกล้เคียง เนื่องจากอาจเกิดปัญหาสายส่งไม่เพียงพอแม้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะเพียงพอ โดยหลังจากเทศกาลปีใหม่ กรมโรงงานจะกลับมาประเมินอีกครั้งว่าผู้ประกอบกิจการโรงงาน ให้ความร่วมมือประหยัดไฟฟ้าได้กี่เมกะวัตต์”นายณัฐพล กล่าว
สำหรับกำหนดการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งก๊าซฯเยตากุนนั้น เดิมกำหนดไว้วันที่ 25 ธ.ค. 2556 –8ม.ค. 2557 แต่ทางพม่าได้เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 31 ธ.ค.2556-14 ม.ค. 2557 ทำให้ต้องมีการปรับแผนรับมือ เพราะไปอยู่ในช่วงของวันทำงานปกติมากขึ้น ซึ่งการใช้ไฟฟ้าจะอยู่ในระดับที่สูง
รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมนั้น ขณะนี้ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) อยู่ระหว่างรอการประสานงานเรื่องการเลื่อนหยุดผลิตก๊าซฯในเมียนมาร์ จากกระทรวงพลังงานอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าพร้อมรับมือเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา เบื้องต้นนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ คือ นิคมฯบางชัน และนิคมฯลาดกระบัง ดังนั้นหากมีการหารือกับกระทรวงพลังงาน จะแจ้งให้โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมฯพื้นที่กรุงเทพฯและพื้นที่ใกล้เคียงเตรียมแผนรับมือ อาทิ การประหยัดไฟฟ้าภายในโรงงาน ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก







