
ดักคอ"ประยุทธ์"ห้ามเปิดประตูปฏิวัติ
หากเกิดการรัฐประหาร พวกผมไม่มีทางเลือกอื่นก็ต้องต่อสู้กัน มีประตูเดียวเท่านั้น กองทัพมีหน้าที่ต้องหาทางออก ไม่ใช่ไปสร้างปัญหาเพิ่ม
โดย...ทีมข่าวการเมือง
“ไม่มีปิด ไม่มีเปิด สถานการณ์ทุกสถานการณ์เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น สถานการณ์เป็นตัวกำหนด”
จากคำพูดดังกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้กล่าวออกมาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประหนึ่งว่าการรัฐประหารมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ส่งผลให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาแสดงท่าทีดักคอ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าห้ามทำการรัฐประหารอย่างเด็ดขาด
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำ นปช. ได้แถลงข่าวร่วมกับแกนนำเสื้อแดงอย่างเป็นทางการพร้อมกับถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดต เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ว่า จนถึงนาทีนี้ยังเชื่อมั่นในความเป็นสุภาพบุรุษของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยันมาตลอดว่าการรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของปัญหา รวมถึงผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ที่ไม่มีแนวคิดการทำรัฐประหาร ดังนั้นเราถือว่าชายชาติทหารจะต้องรักษาสัจจะเท่าชีวิตและเชื่ออีกว่าประเทศนี้ได้ปิดประตูของการรัฐประหารแล้วอย่างสิ้นเชิง และเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ก็ตาม
“เราเข้าใจว่าในบางสถานการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ อาจลำบากต่อการแสดงท่าทีในเรื่องละเอียดอ่อน แต่สำหรับเรายืนยันว่าทันทีที่มีการรัฐประหารรวมไปถึงการเคลื่อนกำลัง จะมีประชาชนออกมาต่อต้านในฐานะเจ้าของอธิปไตยทันที” ณัฐวุฒิ กล่าว
รมช.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า ท่ามกลางความสับสนของสังคม อยากฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ และผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกท่านว่าพวกท่านยังเป็นหลักของบ้านเมือง แต่ขอพูดตรงไปตรงมาว่านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะเป็นช่วงเวลาแห่งการต่อต้านรัฐประหารทั่วประเทศ แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีการนัดหมาย แต่ขอประกาศในนามผู้รักประชาธิปไตยว่าถึงยังไม่มีการชุมนุม แต่การต่อสู้เพื่อต้านรัฐประหารระดับสูงสุดได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งเรายืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่ประสงค์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าแต่อย่างใด
รมช.พาณิชย์ เรียกร้องไปยัง ผบ.ทบ.เพิ่มเติมว่า ความ|ขัดแย้งทางการเมืองจะได้รับการคลี่คลายตามวิถีทางของประชาธิปไตย ทั้งนี้ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ รักษากฎหมายของบ้านเมือง ทำหน้าที่ตามกระบวนการ แบบนี้จะทำให้พวกท่านไม่ต้องเจอกับการเผชิญหน้าใดๆ ทั้งสิ้น และขอให้ไปบอกกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ว่าพอได้แล้ว เพื่อนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้ง
“ขอให้ทุกกลุ่มยุติการใช้ความรุนแรงต่อกันทันที ที่ผ่านมามีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากพอแล้ว ประเทศนี้ไม่ต้องการวีรชนจากการสูญเสียทางการเมืองอีกต่อไป แต่ต้องการความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันเท่านั้น” ณัฐวุฒิ ทิ้งท้าย
จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เสริมว่า ถ้ากองทัพยึดอำนาจเมื่อไหร่ ก็เท่ากับผู้นำเหล่าทัพได้สมคบคิดกับ สุเทพ มาตั้งแต่ต้น ปัญหาของประเทศขณะนี้มาจากการยุยงของ สุเทพ ที่ไม่ต้องการการเลือกตั้ง เพราะแพ้การเลือกตั้งมาทุกครั้ง อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตระหนักไว้ว่าหากเกิดการรัฐประหารจริงก็จะมีการออกมาต่อต้านของประชาชน
“หากเกิดการรัฐประหาร พวกผมไม่มีทางเลือกอื่นก็ต้องต่อสู้กัน มีประตูเดียวเท่านั้น กองทัพมีหน้าที่ต้องหาทางออก ไม่ใช่ไปสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นสถานการณ์ต่างๆ ผมเชื่อว่าจะมีโรคแทรกซ้อนเป็นจำนวนมาก ถ้าผู้นำเหล่าทัพยังยืนยันในสัจจะลูกผู้ชายเหมือนเดิมว่าจะไม่รัฐประหารก็จะทำให้เราเบาใจได้ในระดับหนึ่ง วันนี้เราอยู่กับโลกนานาชาติแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับการรัฐประหาร ในช่วงปีใหม่ขอให้มวลชนคนเสื้อแดงไปชาร์จแบตเตอรี่พักผ่อนให้เต็มที่ หลังจากนั้นวันที่ 2 ม.ค. 2557 เราจะได้มาเจอกันและมาหารือกันอีกครั้งว่าทำอย่างไรกันต่อไป”จตุพร กล่าวอย่างขึงขัง
ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. เสนอว่า ประชาธิปไตยแบบสากลแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก ประชาธิปไตยจะต้องเดินหน้าด้วยความเชื่อมั่นว่าประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิเท่ากัน ประเทศไทยจะต้องเดินไปข้างหน้าแบบสากล
“เหมือนการเล่นฟุตบอลที่ต้องใช้เท้าเล่น แต่ขณะนี้มีคณะหนึ่งที่ราชดำเนินบอกว่าไม่อยากเล่นฟุตบอลด้วยเท้า แต่อยากใช้มือด้วย ซึ่งแบบนี้ไม่เป็นสากล”ธิดา กล่าว
ส่วนพรรคเพื่อไทยมีท่าทีออกมาจาก อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรค ว่า ประชาชนสงสัยกันมากว่าตกลงขณะนี้รัฐบาลโดนปฏิวัติแล้วใช่หรือไม่ แม้ครั้งนี้การปฏิวัติรัฐประหารโดยกองทัพจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักการันตีว่ารัฐประหารโดยกองทัพจะไม่เกิด รวมถึงมีความพยายามเข้าสู่สถานการณ์ปฏิวัติโดยองค์กรอิสระ ซึ่งถึงแม้รถถังยังไม่ออก แต่กระบวนการรัฐประหารโดยองค์กรอิสระได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นสังคมต้องให้กำลังใจทหาร ให้ยึดมั่นในแนวทางทหารประชาธิปไตยเหมือนที่เคยประกาศตลอดมา
ขณะที่แกนนำ กปปส. อย่าง สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และ ชุมพล จุลใส ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในกรณีนี้ โดยระบุเพียงว่าขอให้เป็นหน้าที่ของกองทัพในการตัดสินใจอย่างหนึ่งด้วยตัวเอง







