ห้วงปีที่พลิกผ่าน
เพียงเสี้ยวโลกทัศน์ ของสองนักประพันธ์ ห้วงอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษร
เพียงเสี้ยวโลกทัศน์ ของสองนักประพันธ์ ห้วงอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษร แสดงให้เห็นแล้วว่าถ้อยคำนั้นทรงอำนาจการสั่นคลอนความรู้สึกให้ต้องนิ่งคิด ตั้งคำถาม ซึ่งแน่นอนว่า มีเหตุผลมากมายซ่อนอยู่เบื้องหลังความคิดที่ถูกส่งผ่านถ้อยคำที่หยิบยกมา และที่สุดแล้วสิ่งนั้นก็บอกอยู่ในทีว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม วัน เดือน ปี ที่เคลื่อนผ่านไปบนเส้นทางของแต่ละคน เป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ
ใกล้วันสิ้นปีที่จะตามมาด้วยวันขึ้นปีใหม่ ห้วงเวลาซึ่งเป็นหมุดหมายการข้ามเปลี่ยนที่หลายคนทำเครื่องหมายแสดงวันหยุดยาวไว้บนปฏิทิน บ้างก็วางแผนเตรียมการฉลองให้กับปีที่ผ่านเลย อ้าแขนเปิดหัวใจรับปีที่กำลังจะมาถึง บ้างก็อยากจดจำทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเพื่อก้าวไปสู่อนาคตอย่างความมาดมั่น ขณะที่อีกด้านของความคิด บางคนก็อยากฝังกลบโยนทิ้งปีที่ล่วงเลยให้ไกลห่างจากความทรงจำ... ทั้งหมดถูกสมมติว่า เกิดขึ้นหลังจากที่มีการเริ่มนับถอยหลังใน 10 วินาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงต่อของปี
ผมจดจำช่วงเวลาใกล้วันสิ้นปีของสองปีก่อนได้ดี ถนนหลายสายร้างผู้คนและรถรา ผิดแผกจากถนนในกรุงเทพฯ ที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คนและรถต่างสมัครใจกันทิ้งเมือง ในทุกๆ ปีรายงานข่าวจะช่วยคลายสงสัยว่าพวกเขาไปอยู่ที่ไหน เมื่อเราได้เห็นภาพข่าวที่บอกว่า สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งซึ่งเคยสงบเงียบอยู่แทบทั้งปี ถูกทาบทับด้วยภาพขบวนรถและผู้คนในปริมาณที่เคยเห็นอย่างชินตาจากท้องถนนในกรุงเทพฯ
ผมนั่งอยู่ในร้านอาหารข้างทางที่คุ้นเคย ซึ่งเหลือเปิดบริการเพียงไม่กี่แห่ง “วันขึ้นปีใหม่ หลายสิ่งจะเริ่มต้นใหม่ในอีกไม่นานนี้ถ้านับจริงๆ ก็อีกเพียง 30 กว่าชั่วโมงเท่านั้นเอง ยังไงก็ขอให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับคุณตลอดปีถัดไปนะคะ” พิธีกรรายการโทรทัศน์ เปล่งเสียงแหลมเล็กออกมาจากจอสี่เหลี่ยมฝุ่นเขรอะซึ่งแขวนไว้กับโครงเหล็กที่ห้อยลงมาจากเพดาน เธอบอกอีกว่า ไม่กี่นาน เราทุกคนจะข้ามไปสู่ปีใหม่ ผมเห็นแย้งกับเธอ เพราะหากนับเวลาแล้ว ยังเหลือเวลาที่นานพอที่บางสิ่งหรือใครคนใดคนหนึ่งอาจจะดับสูญ สิ้นชีวิตลงลงด้วยสารพัดสาเหตุ และสามารถเกิดขึ้นได้ โดยไม่แยแสต่อตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาหรือห้วงวันคืนใดๆ ปฏิทินที่สิ้นสุดลงจะเป็นเพียงสัญลักษณ์กำกับให้เขาหรือเธอผู้นั้นถูกรั้งไว้กับปีเก่าไปชั่วกาล...
“...นี่เป็นสัญลักษณ์สากลแห่งการเริ่มต้น จากวันสิ้นสู่วันปีใหม่ ที่เราจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ไปพร้อมๆ กัน” เธอย้ำกับกล้องซึ่งสมมติว่าเป็นผู้ชม และนั่นก็เป็นวิธีการที่ได้ผล โดยวัดได้จากหลายสายตารายรอบร้านที่กำลังจ้องมองเธอ ด้านหลังของพิธีกรคนนั้นเป็นเวทีการแสดงดนตรี เสียงเชียร์ที่ดังขึ้นเป็นจังหวะ ค่อยๆ แย่งความสนใจไปจากเธอ แล้วภาพก็ตัดไป ไฟบนเวทีสว่างพรึบ เสียงเพลงดังขึ้นๆ สอดรับ
ผมละสายตาจากโทรทัศน์ทอดสายตามองออกไปนอกร้านผ่านกระจก พลางสังเกตเห็นตัวเลขนับถอยหลังของปีที่กำลังผ่านเลย ด้านล่างของจอโทรทัศน์สะท้อนอยู่ด้านหนึ่งของกระจก เป็นตัวเลขกลับด้านของเงาสะท้อน ที่ชวนให้รู้สึกสับสนว่าตัวเลขนั้นกำลังระบุเวลาของปีกำลังจะเคลื่อนผ่านไป หรืออีกนัยหนึ่ง แสดงถึงปีถัดไปกำลังเลื่อนเข้ามา ทั้งสองสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน
วันสิ้นสุดปีตามปฏิทินประดับอยู่กับฉากหลังของขอบถนนซึ่งพุ่งไปสู่ความมืดมิดของยามค่ำคืน ผมพยายามนึกภาพไกลออกไป ในค่ำคืนนี้แทบทุกหนแห่งคงเริ่มอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ พบเห็นการเตรียมการเฉลิมฉลองท่ามกลางความยินดี ประดับอยู่ในร้านรวงของถนนทุกสาย
เสียงสนทนาจากโต๊ะถัดไปยังแว่วมาเป็นระยะ บทสนทนาที่พูดคุยกัน ทำให้ทราบว่าพวกเขาเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งที่ยังต้องเหลือพนักงานบางส่วนทำงานในช่วงวันสิ้นปีและข้ามไปจนถึงวันปีใหม่
หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มกล่าวขึ้นว่า นึกไปก็เสียดายที่ไม่ได้เดินทางไปร่วมฉลองปีใหม่กับครอบครัวติดต่อกันมาแล้วหลายปี และปีนี้ก็จะลงเอยเช่นเดิมอีก เพราะการตัดสินใจทำงานช่วงวันหยุดจะทำให้ได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ปีนี้บริษัทมีรายได้ไม่ดี เงินโบนัสที่ได้รับจึงลดลงตามไปด้วย เงินค่าจ้างก้อนนี้จะมีผลไปถึงแผนการใช้จ่ายในปีหน้าได้บ้าง
ครู่ใหญ่ก็พูดอีกว่า แต่ละปีความรู้สึกที่จะกลับไปบ้านยิ่งลดลง ความอาลัยต่อบ้านและครอบครัวค่อยๆ เลือนหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ใครคนหนึ่งถอนหายใจดังๆ ออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่แล้วพวกเขาไม่ได้พูดบ่นอะไรอีก ได้ยินเพียงเสียงช้อนและจานกระทบกันระหว่างมื้อเย็นของวัน แล้วเสียงหนึ่งก็พูดขึ้นแทรกว่า “ใกล้ปีใหม่ปีที่แล้ว เราก็กินร้านนี้ จำได้มั้ย” ก่อนจะหัวเราะอย่างสุภาพ เมื่อกินเสร็จก็พากันออกจากร้านไปอย่างเงียบๆ
ออกมาจากร้าน ผมเดินไปบนฟุตปาทอย่างไม่เร่งร้อน ไฟฉุกเฉินจากรถของมูลนิธิอาสาและรถพยาบาลสาดแสงวูบวาบอยู่ไกลๆ บ่งบอกว่า ข้างหน้าอาจจะมีอุบัติเหตุ เมื่อเดินไปถึงก็พบว่า รถยนต์ 2 คัน ชนกันอย่างรุนแรง มีคนตาย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อช่วยผู้เคราะห์ร้ายรายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่บาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังแหวกผู้คนที่มุงดูอยู่เพื่อลำเลียงคนเจ็บขึ้นรถ ผมได้เห็นว่าคนเจ็บที่ถูกหามขึ้นรถไป สวมชุดพนักงานบริษัทที่ผมเห็นและนั่งฟังพวกพูดคุยกันในร้านอาหาร
ไทยมุงคนใดคนหนึ่งสรุปเหตุการณ์ขึ้นอย่างลอยๆ กับกลุ่มเพื่อนผู้ร่วมสังเกตความเป็นไปว่า ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุแรงๆ ถึงกับมีคนตายแบบนี้ เพราะปกติรถติดเกือบตลอดเวลา พอถนนโล่งก็รถส่วนใหญ่จึงเร่งความเร็วกันอย่างเต็มที่...
ผมเดินจากมาพลางนึกว่า ปีธรรมดาๆ ของพวกเขาคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลงแล้ว โดยถูกหยุดตัวเลขไว้ที่นี่ บนถนนเส้นนี้ ซึ่งอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะมีขบวนจราจรหนาแน่นยาวเหยียดตรูเข้ายึดจองพื้นที่ทั้งหมด เกิดขึ้นราวกับกำลังรูดม่านปีเก่าก่อนลง เพื่อสลับฉากชีวิต รอฉากถัดไป รอร่องรอยความทรงจำใหม่ๆ จากผู้คนที่ผ่านไปมาในปีที่ยังมาไม่ถึง







