
"ภาคธุรกิจ"ฝาก"รัฐบาล"ปลดล็อคประเทศ
ประเทศไทยดูเหมือนจะเข้ามุมอับ (อีกครั้ง) ภายหลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุม คปท.ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการใช้แก๊สน้ำตาและอาวุธมาสกัด จนนำไปสู่สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อมีเจ้าตำรวจเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
ประเทศไทยดูเหมือนจะเข้ามุมอับ (อีกครั้ง) ภายหลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุม คปท.ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการใช้แก๊สน้ำตาและอาวุธมาสกัด จนนำไปสู่สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อมีเจ้าตำรวจเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
บ่ายวันเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกมาแถลงตั้งเงื่อนไขการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจากกำหนดเดิมวันที่ 2 ก.พ. 2557 สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดเงินและตลาดทุนของไทย เห็นได้ชัดเจนจากค่าเงินบาทอ่อนรุนแรง ถึง 32.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะปิดที่ 32.82/84 บาท ดัชนีหุ้นก็ทรุดหนักกว่า 31จุด เกือบจะหลุดระดับ 1,300 จุด ก่อนจะดีดขึ้นมาปิดที่ 1,308.46 จุด รูดลง 23.99 จุด หรือ 1.8% โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายหนักขึ้นถึง 2,544 ล้านบาท
เจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งขณะนี้ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่รัฐบาล หากรัฐบาลยืนยันจะเลือกตั้งต่อไปตามกำหนดเดิม แล้วผลออกมาเรียบร้อยดี รัฐบาลก็รับความดีไป แต่หากมีปัญหาหรือความรุนแรงตามมา รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในขณะนี้ไม่ได้ขึ้นกับว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือไม่ แต่อยู่ที่มีการเจรจากันหลายฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลและผู้ชุมนุม เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งหรือไม่ เพราะถ้ายังไม่คุยกัน ไม่ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ปัญหาก็จะยังไม่หมดไป ซ้ำร้ายอาจยืดเยื้อกว่าเดิมด้วย
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า เห็นด้วยหากจะมีการเลื่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งมองในมุมของ กกต.คงเป็นห่วงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่มีความพร้อม โดยบอกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าควรจะมีการปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เป็นทางออกที่ดีที่สุด ส่วนกรณีมีการจับตัวผู้ชุมนุมจะทำให้เหตุการณ์บานปลายและรุนแรงมากขึ้น
ด้าน อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์กรณีมีข้อเสนอแนะจากทางรัฐบาลเกี่ยวกับรูปแบบการปฏิรูป หอการค้าไทย และสภาหอการค้าฯ เห็นว่า เท่าที่ติดตามข่าวสารตอนนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากหลายฝ่าย รวมทั้งประชาชนซึ่งน่าจะไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างแท้จริง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
“อยากให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งมีโอกาสพูดคุยกันและเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปร่วมกัน และเห็นว่า การพูดคุยกันควรนำไปสู่ข้อตกลงเกี่ยวกับองค์กรและกระบวนการปฏิรูปที่ชัดเจน สามารถตอบโจทย์ของประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่ประชาชน”
ทั้งนี้ ขอเสนอให้รัฐบาลทบทวนรูปแบบและวิธีการที่ได้เสนอมาแล้ว โดยคำนึงถึงข้อเสนอของภาคเอกชน ซึ่งได้รวบรวมความเห็นของทุกฝ่ายจากเวทีกลางแล้ว เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการสร้างความปรองดอง และการมีส่วนร่วม อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติโดยส่วนรวมอย่างยั่งยืน
ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ผลของความรุนแรงที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบทางลบต่อการลงทุนในตลาดหุ้น เพราะเดิมการชุมนุมนั้นดำเนินไปด้วยความสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงและถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต
“ภาพการลงทุนจากนี้ไปขึ้นอยู่กับท่าทีของทางรัฐบาลว่าจะยอมรับข้อเสนอให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งของทาง กกต. หรือไม่ หากรัฐบาลรับข้อเสนอ เลื่อนการเลือกตั้งออกไปน่าจะทำให้สถานการณ์ลดความตึงเครียดลง” ภัทธีรา กล่าว







