
ปปช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา"สมศักดิ์-นิคม"
ปปช.แจ้งข้อกล่าวหา"สมศักดิ์-นิคม'" วิชาระบุทั้งสองคนยังทำหน้าที่ได้ปกติ เตรียมแจ้งข้อหาสส.-สว.เพิ่ม 7 ม.ค.
ปปช.แจ้งข้อกล่าวหา"สมศักดิ์-นิคม'" วิชาระบุทั้งสองคนยังทำหน้าที่ได้ปกติ เตรียมแจ้งข้อหาสส.-สว.เพิ่ม 7 ม.ค.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ ถึงความคืบหน้ากรณีกล่าวหาส.ส.และส.ว. จำนวน 383 คน ว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาส.ว. ว่า ตามที่คณะกรรมการป.ป.ช.มีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยคณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุดร่วมเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงนั้น
นายวิชา กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงรวม 6 ปาก มีการขอเอกสารหลักฐานจากศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภา และจากผู้ร้องเป็นจำนวนมากแล้ว พิจารณาเห็นว่า พยานหลักฐานตามที่ได้ในขณะนี้เพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีผู้กระทำการส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 รวม 2 ราย คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา จึงมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหา โดยวันนี้ (26 ธ.ค.) ป.ป.ช.จะทำหนังสือแจ้งไปยังทั้งสองคนให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 10 ม.ค.57
นายวิชา กล่าวว่า สำหรับประธานวุฒิสภายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อยู่ เนื่องจากยังไม่มีการชี้มูล แต่จะเปิดโอกาสให้มาชี้แจง หากไม่มาเราจะต้องพิจารณาว่าจะชี้มูลต่อไปหรือไม่
นายวิชา กล่าวว่า ในส่วนของส.ส.และส.ว. จำนวน 381 คน ที่เหลือซึ่งถูกร้องในข้อหาเดียวกันนั้น เนื่องจากมีจำนวนมากและมีรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาแตกต่างกัน คณะกรรมการป.ป.ช.จึงเห็นสมควรให้สรุปสำนวนและลงมติว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 381 คน ในวันที่ 7 ม.ค.57 ได้หรือไม่







