posttoday
เปิดโปงสื่อต่างประเทศ

เปิดโปงสื่อต่างประเทศ

26 ธันวาคม 2556

ผมมีโอกาสพูดคุยกับคนญี่ปุ่นที่อยู่เมืองไทยมาหลายปี เขาบอกว่านักการเมืองไทยช่างไร้ศักดิ์ศรี ถ้าเป็นญี่ปุ่นคงลาออกไปนานแล้ว ไม่ต้องรอให้มีประชาชนออกมาชุมนุมขับไล่มากขนาดนี้

ผมมีโอกาสพูดคุยกับคนญี่ปุ่นที่อยู่เมืองไทยมาหลายปี เขาบอกว่านักการเมืองไทยช่างไร้ศักดิ์ศรี ถ้าเป็นญี่ปุ่นคงลาออกไปนานแล้ว ไม่ต้องรอให้มีประชาชนออกมาชุมนุมขับไล่มากขนาดนี้

ผมเชื่อว่าไม่เฉพาะสังคมญี่ปุ่นเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ สังคมของประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสังคมโลกส่วนใหญ่ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสภาพที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา

หลายวันมานี้ ผมอ่านเจอข้อเขียนของนักข่าวต่างประเทศบางคน ซึ่งตรงกับที่เคยมีคนกระซิบให้ฟังว่ามีผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยกลุ่มหนึ่งมีพฤติกรรมรับอามิสสินจ้าง เพื่อให้เขียนข่าวสนับสนุนรัฐบาลและโจมตีฝ่ายตรงข้าม

โดยส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ หากผู้สื่อข่าวแต่ละคนจะมีความคิดเห็นทางการเมืองโน้มเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเขียนข่าวโน้มเอียงไปทางนั้น แต่ที่ยอมรับไม่ได้เลยคือการบิดเบือนข้อเท็จจริง

ที่เห็นชัดๆ คือเรื่องจำนวนผู้ชุมนุม หากมีคนออกมา 2 แสนคน แล้วรายงานว่ามีเพียง 1 แสนคน ก็อาจเป็นไปได้ที่ไม่มีเจตนาร้าย เพราะศาสตร์ของการนับจำนวนผู้ชุมนุมเป็นเรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูง

แต่ถ้ามีคนออกมา 1 ล้านคน แล้วรายงานว่ามีเพียง 1 แสนคน อย่างนี้ต้องถือว่ามีเจตนาบิดเบือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยู่ในประเทศไทย อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ และเกาะติดสถานการณ์มาโดยตลอด

ล่าสุด สำหรับการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศส่วนใหญ่รายงานว่า มีผู้ชุมนุมนับหมื่นออกมาขับไล่รัฐบาลบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่าเขาบอกว่านับหมื่น ไม่ใช่นับแสน ซึ่งน่าจะเป็นการรายงานตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงนับสิบเท่า

นอกจากนี้ ยังมักจะมีรายงานต่อว่า หลังวันชุมนุมใหญ่ จำนวนผู้ชุมนุมจะลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงหลักพัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ขัดกับความรู้สึกของคนไทยทุกคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารในโลกสังคมออนไลน์

อีกประเด็นที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยบิดเบือนอย่างต่อเนื่องคือเรื่องแรงจูงใจในการชุมนุม เขาพยายามตอกย้ำว่าเป็นเรื่องสงครามระหว่างชนชั้น ทั้งๆ ที่เราคนไทยส่วนใหญ่รู้อยู่แก่ใจว่าเกิดจากความเหลืออดเหลือทนในเรื่องที่เกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชั่นและการออกกฎหมายล้างผิดคนโกง

ผมไม่อยากให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลมองข้ามความสำคัญในการทำให้สังคมโลกเกิดความเข้าใจในเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเรา หรือรู้สึกหมดหวังที่จะทำความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ จนต้องปล่อยให้เลยตามเลย

มีวิธีแก้เกมสงครามสื่อต่างประเทศที่ผมอยากจะขอแนะนำ ดังนี้

หนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. ควรทำตัวเป็นหัวเรือใหญ่ในการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารที่ถูกต้อง เพราะนอกจาก ปชป.จะเป็นองค์กรหลักที่สามารถติดต่อพูดคุยกับทุกประเทศและทุกองค์การระหว่างประเทศแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อ ปชป.เองในการปกป้องเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของ ปชป.ในสายตาของชาวโลก

ปชป.ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องนี้เพียงลำพัง แต่ควรเชิญองค์กรเอกชนต่างๆ รวมทั้งองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น ตลอดจนสถาบันวิจัยและสถาบันอุดมศึกษาจำนวนหนึ่ง ให้เข้ามาร่วมด้วย

รูปแบบอาจจะเป็นหน่วยงานอิสระหรือหน่วยงานกลาง อาจจะถาวรหรือเฉพาะกิจก็ได้ ทำหน้าที่ติดตามและรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศ เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารที่ถูกต้องให้กับสังคมโลกแทนการให้รับฟังจากทางรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว

สอง ขอให้ลุงกำนันประกาศเรียกระดมมวลมหาประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง กำหนดวันอาจให้เลยช่วงปีใหม่ แต่ก่อนวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง เช่น อาจเลือกวันที่ 12 หรือ 19 ม.ค. ก็ได้

สาม ให้หน่วยงานกลางตามข้อหนึ่งร่อนบัตรเชิญไปยังองค์การระหว่างประเทศ เช่น ยูเอ็น เวิลด์แบงก์ ไอเอ็มเอฟ กับรัฐบาลและฝ่ายค้านของทุกประเทศ ให้ส่งผู้แทนมาร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม

ปชป.อาจถือโอกาสนี้อธิบายเหตุผลที่ต้องบอยคอตการเลือกตั้ง

สี่ ให้เชิญกินเนสบุ๊กออฟเวิลด์เรกคอร์ดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมานับจำนวนผู้ชุมนุม เพื่อจัดเข้าไว้ในทำเนียบสถิติโลก

จุดประสงค์ที่แท้จริงไม่ใช่เพื่อความบันเทิง แต่เพื่อให้มีสถิติเป็นทางการที่สื่อต่างชาติจะปฏิเสธไม่ได้

สถิติโลกเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง เข้าใจว่าที่ผ่านมาไม่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบมากนัก แต่ที่เห็นมีการยอมรับกันมากที่สุดคือที่กรุงโรม อิตาลี ในปี 2003 จำนวนผู้ชุมนุม 3 ล้านคน เพื่อต่อต้านสงครามอิรัก

ส่วนการชุมนุมในระดับ 2 ล้านคนมีหลายครั้ง หนึ่งในนั้นคือการปฏิวัติสีเหลืองเพื่อโค่นเผด็จการมาร์กอสในฟิลิปปินส์ ในปี 1986

ในความเป็นจริง มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากกว่านี้หลายครั้ง รวมทั้งที่นับได้เกิน 5 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่เป็นการรวมตัวกันทางศาสนา

การชุมนุมของเราอาจจะทำลายสถิติโลกไม่สำเร็จ ตัวเลขที่ออกมาอาจจะต่ำกว่าที่ผู้ชุมนุมร่ำลือกันเองค่อนข้างมาก แต่อย่างน้อยก็คงจะสูงกว่าตัวเลขที่ออกมาจากฝ่ายรัฐบาลและที่ปรากฏในสื่อต่างประเทศหลายเท่า

ประโยชน์โดยตรงของตัวเลขที่สูงขึ้นคือจะทำให้ชาวโลกหันมาสนใจและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในบ้านเรามากขึ้น และจะทำให้การขับไล่รัฐบาลมีความชอบธรรมมากขึ้น

ห้า ในการชุมนุม ผมอยากแนะนำให้ผู้ชุมนุมชูป้ายภาษาอังกฤษมากขึ้น และเนื้อหาควรเน้นการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ต่อต้านการล้างผิดให้คนโกง และขับไล่ไม่ให้รัฐบาลนี้อยู่รักษาการเพื่อป้องกันการโกงการเลือกตั้ง

เรื่องเหล่านี้นอกจากจะเข้าใจง่ายและเป็นรูปธรรมมากกว่าประเด็นปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้งแล้ว ยังสะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ความอัดอั้นตันใจเกี่ยวกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นได้มาถึงจุดระเบิด

ข้อสุดท้าย หากตัวเลขที่ได้เป็นไปตามที่เราตั้งสมมติฐานไว้ล่วงหน้า คือสูงกว่าที่ปรากฏในสื่อต่างประเทศนับสิบเท่า ก็อาจสรุปได้ว่า การพยายามบิดเบือนข้อมูลเป็นความจริง

ในกรณีนี้ ผมอยากให้เราเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง เช่น ออกแถลงการณ์ฟ้องชาวโลก และทำหนังสือถึงสำนักข่าวเหล่านี้ เรียกร้องให้ตรวจสอบว่าผู้สื่อข่าวในสังกัดที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการรับอามิสสินจ้างหรือสินบนในรูปแบบต่างๆ หรือไม่

ผมคิดว่า หากเป็นความผิดพลาดโดยไม่มีเจตนาร้ายแอบแฝง ก็ยังเป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ แต่หากมีเจตนาบิดเบือนความจริงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์แลกเปลี่ยน ก็เป็นเรื่องที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงและสมควรที่จะต้องถูกกวาดล้างให้หมดสิ้น

ผมยังอยากจะเชื่อว่า สำนักข่าวใหญ่ๆ อย่างบีบีซี คงอยากจะรักษาภาพลักษณ์ของความเที่ยงธรรมและความเป็นกลาง คงไม่ยอมปล่อยให้ปลาตายตัวเดียวทำให้เน่าเหม็นไปทั้งข้อง

ก่อนจบต้องบอกว่า เราอาจจะต้องขอรบกวนลุงกำนันอีกครั้ง ให้ช่วยระดมมวลมหาประชาชนให้ออกมามากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ลุงกำนันอาจจะต้องเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ผมเชื่อว่ามันจะเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท