posttoday
นปช.แถลงยังไม่สลายม็อบอ้างรอคำตอบยุบสภา

นปช.แถลงยังไม่สลายม็อบอ้างรอคำตอบยุบสภา

05 พฤษภาคม 2553

นปช.ยันปักหลักราชประสงค์อ้างรอความชัดเจนเรื่องยบสภา "ณัฐวุฒิ"ข้องใจปรองดองแต่ตั้งข้อหาก่อการร้าย ด้าน"จตุพร"อัด โรดแมปแค่นามธรรม จี้รัฐบาล-กกต.กำหนดวันเลือกตั้งให้ชัด

นปช.ยันปักหลักราชประสงค์อ้างรอความชัดเจนเรื่องยบสภา "ณัฐวุฒิ"ข้องใจปรองดองแต่ตั้งข้อหาก่อการร้าย ด้าน"จตุพร"อัด โรดแมปแค่นามธรรม จี้รัฐบาล-กกต.กำหนดวันเลือกตั้งให้ชัด

เมื่อเวลา 18.04น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า แนวทางของคนเสื้อแดงต่อแนวทางปรองดองถือว่าจบแล้วเราตอบรับเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการสูญเสียของเจ้าหน้าที่และประชาชน ยืนยันข้อสรุปนี้ไปจนถึงการยุติการต่อสู้ หมายความว่า ถ้าแผนปรองดองเดินหน้าก็เดินหน้าแต่ถ้าสะดุดหยุดลงเราก็ยืนยันแนวทางสันติไม่เปลี่ยนแปลง ท่าทีของเราที่แสดงออกไปเราประสงค์ให้พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคร่วมรัฐบาลแสดงความชัดเจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก่อนเราถึงจะศึกษาตามแนวทางของเรา

“อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นับหนึ่งให้เสร็จก่อนหลังจากมีท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีข้อสรุปในวันที่ 6 พ.ค.ที่จะมีการประชุมพรรค เช่นเดียวกับการคัดค้านของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถ้าจบตรงนี้ปุ๊บเราจะเริ่มนับสองแล้วจะมาประชุมแกนนำของเราเพื่อไปร่วมนับสามกับรัฐบาล หมายความว่า นายกฯคิดการยุบสภาอย่างไรว่ามา เราก็จะคิดหาทางออกตามแนวทางสันติวิธีอย่างไรก็ว่ากันไป นปช.ไม่ได้มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะในสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เสนอเท่านั้นเช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ที่ไม่ต้องมาพิจารณาเฉพาะข้อเสนอของเราเช่นกัน ส่วนจะนำไปสู่ขั้นตอนปฎิบัติอย่างไรคงมีข้อสรุปอีกครั้ง ถ้าจะมองว่ายืดยาวหรือกระชับก็ได้ขึ้นอยู่กับว่านายกฯนับหนึ่งเสร็จเมื่อไหร” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อยากขอตั้งข้อสังเกตุว่าเวลานี้สถานการณ์สำคัญของประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ที่ยุบสภาแต่อยู่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะคนในประชาธิปัตย์เคยมีมติไม่แก้รัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์เสนอแนวทางปรองดองซึ่งมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย คงต้องรอดูว่าจะมีมติอย่างไร เชื่อว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญจะมีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาลอีก จึงเป็นตัวอธิบายว่าการนับหนึ่งของประชาธิปัตย์ยังไม่จบ ข้อสังเกตุนี้ไม่ใช่การตั้งเงื่อนไขของนปช.อย่างไรก็ตามระหว่างที่ขั้นตอนการปรองดองดำเนินการอยู่เรายังไม่มีการกำหนดยุติการชุมนุมเวทีการต่อสู้ยังมีอยู่ ยังไม่มีการผ่อนคันเร่งไม่มีการเปลียนแปลงเส้นทาง

“แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามแสดงท่าทีปรองดองสมานฉันท์แต่การปฎิบัติยังมีการคุกคามอยู่ ในวันเดียวกันที่นายอภิสิทธิ์แถลงแนวทางปรองดองนั้นทหารพยายามเข้าใกล้พื้นที่การชุมนุมตลอดเวลา สัญญาณนี้อธิบายรัฐบาลไม่เคยผ่อนคันเร่ง จึงเป็นสถานการณ์สู้รบกันอยู่ แต่เป็นความพยายามใช้สันติเข้ามาแก้ปัญหาเท่านั้น และแกนนำนปช.จะทำการคุยเรื่องการยุติการชุมนุมก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนจากนายกฯในการกำหนดวันยุบสภาเท่านั้น” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่รัฐบาลให้ดีเอสไอให้คดีก่อการร้ายเป็นคดีพิเศษมีข้อสังเกตุว่าสถานการณ์ในสามจังหวัดชายภาคใต้มีการจับตายมีผู้ต้องสงสัยนับไม่ถ้วน แต่ไม่มีผู้ต้องหารายใดถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายใช่หรือไม่ ถ้าไม่มีรายใดถูกตั้งข้อกล่าวหาอยากถามว่าแกนนำนปช.ทั้ง 9 คนมีความรุนแรงมากกว่าผู้ต้องหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร เรื่องนี้ประเทศไทยต้องการคำอธิบาย ถ้าไม่มีคำอธิบายขอกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้ข้อกล่าวหาการก่อการร้ายเล่นงานประชาชนในประเทศของเขาเอง หวังว่านายกฯน่าจะแบ่งเวลาทำความเข้าใจเรื่องนี้

สำหรับการรับมือกับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้คุยกับฝ่ายสถานที่แล้วโดยจะทำฟูกที่นอนที่ทำจากไม้อัดสำหรับประชาชนที่พักค้างอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์เพื่อใช้ในการชุมนุมข่วงฤดูฝน เรามีมาตรการในการปรับสถานที่บริเวณที่ชุมนุมซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 6 พ.ค.เพื่อเป็นเครื่องยืนยันการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวว่า ทั้ง 5 ข้อของนายกฯไม่ได้เป็นโรดแมพแต่เป็นเพียงข้อเสนอที่ยังไม่มีรายละเอียดเป็นรูปธรรมเพราะมีหลายเรื่องที่ต้องคุยอย่างชัดเจน ประสำคัญ คือ การกำหนดวันยุบสภาฯเคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อปี2549เอาไว้ว่ารัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องร่วมมือกันในการกำหนดวันเลือกตั้ง

“นอกจากนี้ มีข้อสงสัยมากมาย เช่น ถ้ามีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ก่อนยุบสภา และถ้าสรรหานายกฯในสภาใหม่ได้นายชวนเป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์จะยังยืนยันให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย.หรือไม่ เช่นเดียวกับคดีความที่อยู่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นกรรมการในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) อยากถามว่าจะยุติธรรมหรือไม่เพราะศอฉ.มีส่วนร่วมในการวางแผนทำร้ายประชาชนในวันที่10เม.ย.จะให้คนที่มีส่วนทำร้ายประชาชนมาเป็นผู้สอบสวนคดีนี้ได้อย่างไร“นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า การกำหนดวันเลือกตั้งมาจากมิติการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2554 ที่ใช้เวลาประมาณ 105 วันตามกฎหมายแต่เอาเข้าจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องซื้อโลงศพที่คนซื้อไม่ได้คนใช้ไม่ได้ซื้อ ควรให้รัฐบาลเข้ามาทำ พวกเราไม่ต้องการถูกหลอกอีกครั้ง ถ้าจะเอาเรื่องของนักการเมืองเป็นหลักไม่คุ้มค่าต่อการเสียชีวิตของประชาชน โดยเรื่องของนักการเมืองต้องเอาไว้สุดท้าย

“เหมือนเป็นการกดดันให้คนเสื้อแดงยอมจำนน ยิ่งข่มเหงมากเท่าไหรการปรองดองจะไม่เกิดขึ้นเราไม่ยอมให้ถูกกดขี่ให้ยอมจำนน นายอภิสิทธิ์ต้องไปดูว่าต้องการปรองดองจริงหรือไม่ 5 ข้อนี้ยังเป็นนามธรรมต้องคุยให้เกิดขึ้นจริง ความชัดเจนต้องปรึกษากกต.ให้จบแถลงต่อสาธารณะแล้วค่อยมาว่ากันว่า 5 ข้อจะดำเนินการอย่างไร” นายจตุพร กล่าว

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.กล่าวว่า ตอนนี้บรรยากาศยังไม่เหมาะที่จะมีการดำเนินการในเรื่องการปรองดองเพราะมีสัญญาณหลายอย่างที่ยังเป็นการคุกคามประชาชนอยู่ เช่น พบว่ามีทหารติดอาวุธครบมือประจำการอยู่บริเวณท่าเรือคลองแสนแสบหลายจุดโดยรอบบริเวณที่ชุมนุมจึงข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ ได้แก่ 1.ยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานกาณ์ฉุกเฉิน 2.รัฐบาลต้องมีคำสั่งถอนทหารและตำรวจกลับที่ตั้งให้หมด 3.ยุติการใส่ร้ายป้ายสีนปช. 4.ต้องอนุญาติให้เราเปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลและสื่อของเราได้ตามปกติ 5.อย่าสร้างหลักฐานเท็จ ถึงจะมาพูดเรื่องการปรองดอง ภายใต้บรรยากาศแบบนี้จะช่วยให้การเดินหน้าเพื่อสร้างปรองดองทำได้ดีมากขึ้น 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท