
เปิดคำวินิจฉัยศาลรธน.ใครคือผู้กำหนดวันเลือกตั้ง?
เมื่อดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่าอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งมาจากข้อสรุปร่วมกันระหว่างรัฐบาลในฐานะผู้อำนาจยุบสภาและคณะกรรมการเลือกตั้งในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้ง
เมื่อดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่าอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งมาจากข้อสรุปร่วมกันระหว่างรัฐบาลในฐานะผู้อำนาจยุบสภาและคณะกรรมการเลือกตั้งในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้ง
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
จนถึง ณ เวลานี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะยุติการชุมนุมเมื่อไหรภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอโรดแมพปรองดองแห่งชาติโดยมีการกำหนดให้วันที่ 14 พ.ย.เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่นปช.ได้สร้างประเด็นใหม่ต่อสังคม คือ นายกฯมีอำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่ เพราะมองว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่น่าจะเป็นผู้ตัดสินใจไม่ใช่ฝ่ายบริหาร
หากจะหาบรรทัดฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง ระหว่างรัฐบาลหรือกกต. ปรากฎว่าในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 วันที่ 8 พ.ค.2549 ได้บรรยายถึงเรื่องนี้เอาค่อนข้างชัดเจนพอสมควร
ขณะนั้นเป็นเหตุการณ์ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯเวลานั้นได้ประกาศยุบสภาฯโดยให้พระราชกฤษฎีกาประกาศยุบสภามีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ก.พ.2549 และให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย.2549 รวมระยะเวลาจากพระราชกฤษฎีกาประกาศยุบสภามีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันเลือกตั้งทั้งหมด 31 วัน
แต่ปรากฎว่าต่อมาพล.อ.สายหยุด เกิดผล รองประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย และ นายบรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะมีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นของรัฐสภาเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย.2549 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ (พ.ศ.2540) มาตรา 198 หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งในครั้งนั้นเป็นโมฆะในเวลาต่อมา
ในที่นี้จะขอนำเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะในส่วนที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคำถามเกี่ยวกับอำนาจของผู้กำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยอยู่ในประเด็น “เหตุแห่งคำร้องข้อ 1 คณะกรรมการเลือกตั้งให้ความเห็นในเรื่องการกำหนดระยะเวลาสำหรับการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง อันนำไปสู่การประกาศกำหนดวันเลือกตั้งในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่เหมาะสมและไม่เที่ยงธรรม ขัดกับหลักการเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ (พ.ศ.2540) มาตรา 136 และขัดกับหลักการเรื่องการควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา144”
ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีายุบสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2549 ประกอบด้วยบทบัญญัติที่เป็นสาระสนำคัญสองส่วน คือ ส่วนที่หนึ่ง มาตรา 3 บัญญัติให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนที่สอง มาตรา 4 กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 เม.ย.2549
บทบัญญัติในส่วนที่หนึ่งที่ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้นการยุบสภาเป็นการกระทำของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าของฝ่ายบริหารเป็นผู้ถวายคำแนะนำพระมหากษัตริย์เพื่อทรงยุบสภาผู้แทนราษฎร เป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารโดยแท้ที่กำหนดไว้ในระบบรัฐสภา เพื่อให้ฝ่ายบริหารถ่วงดุลหรือคานอำนาจนิติบัญญัติ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติกับรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร จึงเป็นดุลยพินิจของฝ่ายบริหารอย่างแท้จริง
ส่วนบทบัญญัติในส่วนที่สอง ซึ่งเป็นการกำหนดวันเลือกตั้ง แม้เป็นการกำหนดโดยรัฐบาลเนื่องจากเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพระราชกฤษฎีาดังกล่าว แต่การกำหนดวันเลือกตั้งมีความสัมพันธ์กับการจัดการเลือกตั้งซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ และมีการกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องดำเนินการในกระบวนการจัดการเลือกตั้งหลายประการ
การที่รัฐบาลจะต้องกำหนดวันเลือกตั้งในพระราชกฤษฎีายุบสภาผู้แทนราษฎร จึงจำเป็นต้องประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน ทั้งนี้เมื่อกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว การดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งก็จะเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
หากมีปัญหาเกิดจากการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้ใช้อำนาจควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งย่อมมีอำนาจพิจารณาดำเนินการสั่งการปัญหาดังกล่าว และบางกรณีรัฐธรรมนูญให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายบางฉบับให้เป็นที่ยุติด้วย ดังปรากฎตามรัฐธรรมนูญมาตรา 145 วรรคหนึ่ง (3)
เมื่อดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในข้างต้นจะเห็นได้ว่าอำนาจในกำหนดวันเลือกตั้งต้องมาจากข้อสรุปร่วมกันระหว่างรัฐบาลในฐานะผู้อำนาจยุบสภาและคณะกรรมการเลือกตั้งในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้ง







