posttoday
เหตุป่วน-คุกคามสื่อ"สนามกีฬาไทย-ญีปุ่น"

เหตุป่วน-คุกคามสื่อ"สนามกีฬาไทย-ญีปุ่น"

24 ธันวาคม 2556

ชายคนหนึ่งซึ่งอ้างตัวเป็นแกนนำ โดยระบุนามว่า"การุณ" ได้ปราศรัยปลุกระดมมวลชนให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังสื่อมวลชน

โดย.....ทีมข่าวการเมือง

จากเหตุการณ์ความวุ่นวาย เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นสถานที่ใช้รับสมัครสส.ลงเลือกตั้ง ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) และกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) เข้าปิดล้อมรอบบริเวณดังกล่าว

เพื่อส่งสัญญาณไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไป จากเดิมกำหนดวันที่ 2 ก.พ. 2557  เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศก่อนเลือกคนดีเข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง ทว่า เหตุการณ์กับบานปลายเมื่อมีชายต้องสงสัยได้ปาประทัดยักษ์จากโรงแรมใกล้เคียงพื้นที่รับสมัครเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

ทำให้มวลชนร่วมเคลื่อนไหวต่างเกิดความไม่พอใจ พร้อมใจกรูไปยังสน.ดินแดง เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควานหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และใช้พลังมวลชนปิดล้อมสถานีตำรวจกดดัน จนลามไปสู่การกระทบทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่สังเกตุการณ์

บรรยากาศตลอดทั้งวันของการรายงานความเคลื่อนไหวให้กับประชาชนที่ติดตามข่าวสารได้รับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง โดยเฉพาะสื่อมวลชนถูกคุมคามจากมวลชนอย่างหนัก ขณะที่สื่อมวลชนบางส่วนรวมถึงเจ้าหน้าที่กกต.เอง ก็ไม่สามารถออกจากอาคารไทย-ญี่ปุ่นได้

ส่วนสาเหตุความวุ่นวาย โดยมีรายงานแจ้งว่า เกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการควบคุมมวลชนของแกนนำ เนื่องด้วยแนวปฏิบัติที่วางไว้ คือ เมื่อกลุ่มกปท.เดินทางมาถึง จะต้องไปอยู่บริเวณด้านหลังสนามกีฬา ขณะที่ กปปส. เมื่อเดินทางมาให้อยู่ด้านหน้าบริเวณ ประตู 1-3

ทว่า เมื่อถึงเวลาเคลื่อนจริงกับไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ทำให้แผนการควบคุมไม่อยู่ในกรอบที่วางไว้ ประกอบกับมีชายคนหนึ่งซึ่งอ้างตัวเป็นแกนนำ โดยระบุนามว่า “การุณ” ได้ปราศรัยปลุกระดมมวลชนให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังสื่อมวลชน 

กลับกลายเป็นว่ามีมวลชนปิดล้อมในทุกประตู พร้อมกับขวางกั้นไว้ทั้งหมด ไม่ว่าใครหน้าไหนก็จะไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้

“ขังมันไว้ อย่าให้มันออกมา”

“ใครจะถ่ายรูปอะไร ช่องไหนจะถ่ายภาพ ต้องขออนุญาตกูก่อนนะเว้ย”

เสียงร้องตะโกนจากมวลชนพุ่งเข้าใส่นักข่าว ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ไม่ใช่ศัตรู แต่เหตุใดจึงต้องมีการกระทำที่เหมือนจะคุกคามอย่างน่ากลัว

เหตุป่วน-คุกคามสื่อ"สนามกีฬาไทย-ญีปุ่น"

นักข่าวภาคสนามที่ทำหน้าที่เกิดความหวาดหวั่นสะพรึงกลัว เพราะรู้ดีว่าอารมณ์ของคนหมู่มากที่ปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากมี “ตัวเปิด” แล้วละก็ อีกหลายคนจะตามมาเป็นพรวนแน่ๆ นั่นย่อมหมายถึงความปลอดภัยของตัวนักข่าวเอง และทรัพย์สินที่ใช้ทำมาหาเลี้ยงชีพ แม้สถานการณ์อาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ความนึกคิดของนักข่าวแต่ละคน ก็พุ่งประเมินขึ้นไปสูงถึงความรุนแรงที่น่ากลัวแล้ว

เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะไม่น่าไว้วางใจ นักข่าวและช่างภาพจากหลายสำนัก พยายามประสานกับแกนนำมวลชนเพื่อขอความช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่ให้ได้ แต่มือถือกลับไร้การตอบสนอง ไม่รับสาย กระทั่งที่เวทีใหญ่กปปส.ที่ถนนราชดำเนิน “ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะโฆษกกปปส. หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น

นักข่าวที่ทำงานที่ราชดำเนิน ประสานไปยังขิง เพื่อให้ช่วยประสานต่อขอความช่วยเหลือพานักข่าวที่สนามไทย-ญี่ปุ่นออกมา แต่เมื่อขิงโทรศัพท์ไปหาทั้ง สมศักดิ์ โกศัยสุข ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ สองแกนนำที่พอจะช่วยได้ ความหวังก็เริ่มบังเกิดเมื่อมีการรับปากจะรีบประสานพานักข่าวออกมา แต่จนแล้วจนรอด มวลชนก็ยังไม่เบาอารมณ์ สถานการณ์ยังคงตรึงเครียดเช่นเดิม กลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างนักข่าวและมวลชน มีเพียงแค่ประตูรั้วกั้นเอาไว้เท่านั้น

ก่อนที่ท้ายสุด กลุ่มนักข่าวชุดสุดท้ายก็ได้ออกมาจากพื้นที่ด้วยความทุลักทุเล โดยแกนนำกปปส. อาทิ วิทยา แก้วภราดัย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ทำหน้าที่ประสานไกล่เกลี่ย “มวลมหาประชาชนชน” เพื่อเปิดทางนำสื่อมวลชนรวมถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ด้านในอาคารกีฬาเวศน์ฯออกมา

แม้จะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆกับสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ ถึงขั้นเลือดตกยางออก แต่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยต่อการทำหน้าที่รายงานข้อเท็จจริง ซึ่งต้องติดตามหลังจากนี้ว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจและสื่อมวลชนได้มากน้อยใดเพียงใด 

เหตุป่วน-คุกคามสื่อ"สนามกีฬาไทย-ญีปุ่น"

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท