
ตำรวจดำเนินคดี4แกนนำล้อมสน.ดินแดง
นครบาลดำเนินคดี4แกนนำกปปส.ชุมพล,พุทธิพงษ์,ณัฏฐพล,สกลธีพามวลชนล้อมสน.ดินแดง
นครบาลดำเนินคดี4แกนนำกปปส.ชุมพล,พุทธิพงษ์,ณัฏฐพล,สกลธีพามวลชนล้อมสน.ดินแดง
เมื่อวันที่ 24ธ.ค.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ได้มีการชุมนุมโดยกลุ่ม กปปส. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่ม ปปปป. ชุมนุมที่บริเวณสะพานมัฆวาน และกลุ่ม คปท. ชุมนุมที่บริเวณประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล นั้น เนื่องจากว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่าง ๆ ได้มีการเคลื่อนขบวนไปปิดสถานที่ต่าง ๆ ทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ไปปิดบริเวณสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง และบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลดินแดง รวมทั้งกลุ่ม คปท. ได้ปิดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งกรณีดังกล่าวกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้พยายามที่จะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว สน.ดินแดง ได้ดำเนินคดีกับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งไปปิดกั้น สน.ดินแดง ดังนี้ 1.นายชุมพล จุลใส 2.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณฑ์ 3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 4.นายสกลธี ภัททิยกุล กับพวก ซึ่งหากมีหลักฐานปรากฏเพิ่มเติมก็จะแจ้งดำเนินคดีภายหลัง ในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต 1.เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย 2.เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3.เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิดเจ็ดปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 1647/2556 จะได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ต่อไป
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า และกรณีดังกล่าวได้มี ผู้จุดระเบิดเป็นประทัดยักษ์มาจากบริเวณอาคารจอดรถชั้น 3 ของโรงแรมปริ๊นสตั้น ซึ่งอยู่ด้านหลัง สน.ดินแดง จำนวน 3 ครั้ง เป็นเหตุให้กระจกที่อยู่บริเวณห้องสอบสวนของ สน.ดินแดง แตกจำนวน 2 บาน ซึ่งได้รับคำร้องทุกข์ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งกรณีนี้ปรากฎว่าทีวีวงจรปิดได้จับภาพคนร้ายไว้ได้ และขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ขอปิดเป็นความลับก่อน จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 1647/2556
“สำหรับกรณีการที่กลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดที่สนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งทาง สน.ดินแดง ได้ให้ผู้สมัครที่ไม่สามารถเข้าไปสมัครเลือกตั้งได้ ไปลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ดินแดง และรอให้ทาง กกต. และดีเอสไอ มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อไป บช.น.ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 โดยต้องชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่สร้างความเดือดร้อน จึงขอความกรุณาอยู่ในความสงบเรียบร้อย เนื่องจากการกระทำที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนนั้น จะเป็นความผิดตามกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อการจราจร ซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก ที่ สน.ดินแดง ที่ตอนแรกคล้ายเสียงปืนนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นประทัดยักษ์ และได้เปิดวีดีโอวงจรปิดให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบแล้ว” รอง ผบช.น.กล่าว
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ.2550 ได้มีคดีเกิดขึ้นในกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งสิ้น 103 คดี และคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินคดี และได้มีการออกหมายจับไว้เรียบร้อยแล้ว 2 คดี คือ 1.คดีกบฏ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง 2.คดีมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและบุกรุกกระทรวงการต่างประเทศ นายนิติธร ล้ำเหลือ, นายอุทัย ยอดมณี, นายพิชิต ชัยมงคล และนายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี สน.พญาไท ซึ่งทุกคดีกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะดำเนินการตามกฎหมายทุกคดีโดยเคร่งครัด สำหรับคดีกบฏทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้โอนคดีดังกล่าวไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 17 คดี.







