
โคราชแจกกล้าไม้ 2 ล้านต้นปลูกแก้แล้ง
ศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา เร่งแจกจ่ายกล้าไม้กว่า 2 ล้านต้น ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ระดมปลูกทั่วจังหวัดแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง
ศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา เร่งแจกจ่ายกล้าไม้กว่า 2 ล้านต้น ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ระดมปลูกทั่วจังหวัดแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง
นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.นครราชสีมา มอบกล้าไม้ยืนต้นจำนวน 750,000 ต้นให้แก่นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนจาก 32 อำเภอในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำไปปลูกลงในพื้นที่ของตนเองลดภาวะโลกร้อนและแก้ไขปัญหาดินเค็มที่พื้นที่ อีกทั้งเพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนป่าไม้ และสร้างแหล่งต้นน้ำลำธารใหม่ในจังหวัดนครราชสีมา หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจังหวัดนครราชสีมาต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก
นายประจักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยรวมถึงจังหวัดนครราชสีมา ต้องประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสภาพโลกร้อนอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของดินเค็มที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างอำเภอ อาทิ อ.ขามทะเลสอ , ด่านขุนทด ฐ ขามสะแกแสง โนนไทย และอีกหลายอำเภอ
ทั้งนี้ก็เนื่องจากมาสภาพป่าในจังหวัดนครราชสีมาลดน้อยลง ส่งผลต่อสภาพระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม แหล่งต้นน้ำลำธารในจังหวัดลดต่ำลง ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุด้วยการช่วยกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่าจึงน่าจะเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและยั่งยืน ทางจังหวัดนครราชสีมาจึงได้อนุมัติงบประมาณให้ทางศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา เร่งดำเนินการผลิตกล้าไม้ยืนต้นเพื่อออกแจกจ่ายให้กับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วทุกพื้นที่จำนวน 2,400,000 ต้น เพื่อแจกจ่ายให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนได้นำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเองเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้
นอกจากนนี้ยังมีการจัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกป่าเป็นอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีการเพาะชำกล้าไม้เศรษฐกิจโตเร็วไว้แจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำกลับไปปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจอีกจำนวนกว่า 1,000,000 ต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้กับประชาชนควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนัก ในการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา ให้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและหันมาหวงแทนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดและให้ชีวิตอย่างจริงจังและต่อเนื่องสืบไป นายประจักษ์ฯ กล่าว







