
จับตาไฟใต้ในไทยยังไม่สงบ
ในขณะที่ทั่วโลกยังคงจับตาสถานการณ์ทางการเมืองไทย สื่ออีกหลายสำนักโดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านต่างก็หันมาพุ่งความสนใจไปที่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง หลังจากที่เกิดความรุนแรงปะทุขึ้นครั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ในขณะที่ทั่วโลกยังคงจับตาสถานการณ์ทางการเมืองไทย สื่ออีกหลายสำนักโดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านต่างก็หันมาพุ่งความสนใจไปที่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง หลังจากที่เกิดความรุนแรงปะทุขึ้นครั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะ สตาร์ และนิว สเตรท ไทมส์ ในมาเลเซีย ต่างให้ความสนใจเหตุระเบิดหลายจุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านด่านนอก ปาดังเบซาร์ และ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 27 คน ซึ่งในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 4 คน และทำให้ทางการมาเลเซียต้องแนะนำให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ภาคใต้ของไทยแล้ว
เหตุระเบิดในพื้นที่ใกล้กับประเทศเพื่อนบ้านครั้งนี้ เกิดขึ้นทั้งหมด 5 ครั้ง ระหว่างเวลา 11.30-13.40 น. โดยคนร้ายใช้จักรยานยนต์บอมบ์และคาร์บอมบ์ที่จุดระเบิดโดยนาฬิกาดิจิตอล บริเวณหน้า สภ.ปาดังเบซาร์ สภ.สะเดา ลานหน้าโรงแรมโอลิเวอร์และสถานบันเทิง แบงคอก ดิสโก้ ในบ้านด่านนอก รวมถึงห้างเทสโก้ โลตัส ในเมืองสะเดา ซึ่งร้านค้าและบางส่วนของโรงแรมที่เกิดเหตุต่างก็ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้หลังเหตุระเบิดอีกด้วย
ด้าน นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา เปิดเผยว่า เหตุระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นความพยายามก่อกวนของกลุ่มผู้ก่อการร้ายช่วงปีใหม่ ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังทุกจุด โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
แม้จะมีรายงานว่ามีชาวมาเลเซีย 2 คน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ แต่ภายหลังกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ออกมายืนยันว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวมาเลเซีย
นอกจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องบริเวณชายแดนไทยมาเลเซียแล้ว ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในผู้หญิงและเด็กของไทยก็เป็นอีกประเด็นที่สื่อต่างชาติหลายสำนักให้ความสำคัญ
สำนักข่าวดอยท์เชอร์ เวลเลอร์ (DW) ในเยอรมนี เสนอรายงานผลสำรวจของสถาบันเพื่อพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2012 พบว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวไทยเพิ่มขึ้นถึง 30.8% และมีอัตราการหย่าร้างเพิ่มขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับปี 2009 (10.8%)
เช่นเดียวกับสื่อของอเมริกาอย่างวอยซ์ออฟ อเมริกา ที่เห็นว่าปัญหาความรุนแรงในเมืองของไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แม้จะออก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 แต่ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้น
สื่อทั้งสองสำนักให้ความเห็นตรงกันว่า ความรุนแรงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นได้นี้ มีสาเหตุมาจากเจตคติทางสังคมที่ให้สถานะของผู้ชายเหนือกว่าผู้หญิง ทำให้ผู้ชายทั้งหลายเชื่อว่าตนมีสิทธิควบคุมชีวิตและร่างกายของฝ่ายหญิงได้ การแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นจึงจำเป็นที่จะต้องแก้ไขทัศนคติของฝ่ายชายให้เคารพความเท่าเทียมกันของทุกเพศในสังคม ใช้แนวทางสันติอย่างสุภาพชนในการปฏิสัมพันธ์กับสตรีเพศ เพื่อลดระดับความรุนแรงในสังคมไทย







