
ร่วมกันคิด"กระบวนการปฏิรูปการเมือง-ประเทศก่อนเลือกตั้ง"
ตามที่เครือข่าย 7 องค์กรภาคเอกชน ได้เสนอตัวทำหน้าที่เป็นเวทีกลางเพื่อระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ ผู้รู้ และสื่อมวลชน ให้ร่วมกระบวนการปฏิรูปการเมืองและประเทศก่อนการเลือกตั้ง และเห็นว่าการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมในปัจจุบันยังไม่อาจทำให้ยุติความขัดแย้งได้ เครือข่าย 7 องค์กรภาคเอกชนและสมาคมผู้สื่อข่าว เห็นว่า การเลือกตั้งโดยไม่มีการปฏิรูปทางการเมืองในประเด็นสำคัญๆ ก่อนนั้น ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก็จะนำพาประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งเช่นเดิม ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตชาติไม่มีที่สิ้นสุด และจะทำให้ประเทศติดอยู่กับวังวนของปัญหา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
ตามที่เครือข่าย 7 องค์กรภาคเอกชน ได้เสนอตัวทำหน้าที่เป็นเวทีกลางเพื่อระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ ผู้รู้ และสื่อมวลชน ให้ร่วมกระบวนการปฏิรูปการเมืองและประเทศก่อนการเลือกตั้ง และเห็นว่าการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมในปัจจุบันยังไม่อาจทำให้ยุติความขัดแย้งได้ เครือข่าย 7 องค์กรภาคเอกชนและสมาคมผู้สื่อข่าว เห็นว่า การเลือกตั้งโดยไม่มีการปฏิรูปทางการเมืองในประเด็นสำคัญๆ ก่อนนั้น ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก็จะนำพาประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งเช่นเดิม ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตชาติไม่มีที่สิ้นสุด และจะทำให้ประเทศติดอยู่กับวังวนของปัญหา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
โดยเห็นว่า เพื่อให้สังคมไทยมีทางออกจากวิกฤตขณะนี้ ซึ่งสามารถนำไปสู่การปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไข 3 ประการ ดังจะได้กล่าวพร้อมความเห็นต่อไป
ผมเห็นว่า เมื่อประเทศต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย เป็นโอกาสดีที่จะแปลงเป็น “โอกาส” ในการพัฒนาและยกระดับจริยธรรมในสังคมและการเมืองไทยให้สูงขึ้น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติในระยะยาว โดยเห็นว่าหลายๆ เรื่องที่เป็นปัญหาในสังคมนั้น หากได้ใช้หลักการธรรมาภิบาลตลาดทุน โดยการบริหารกิจการมหาชนให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสนั้น น่าจะมีแนวทางสร้างสรรค์หลายประการ ได้แก่
1.สร้างความโปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐ
1.1 ความขัดกันของประโยชน์ (Conflict of Interest) ของบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกัน (Connected Transaction) ผมได้เรียนรู้หลักการนี้ครั้งแรกตั้งแต่สมัย สังเวียนอินทรวิชัย ซึ่งเปรียบได้ว่า คณะผู้บริหารหรือคณะกรรมการส่วนใหญ่ จะได้รับการแต่งตั้งโดยเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ หากกรรมการที่แต่งตั้งโดยผู้ถือหุ้นใหญ่มีมติให้กิจการมหาชนให้ประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นใหญ่บนภาระของผู้ถือหุ้นรายย่อยโดยรวมแล้ว ก็ควรจะถือว่าเป็นรายการที่ขัดกันของประโยชน์ของกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายว่ามีความเกี่ยวโยงกัน เป็นลักษณะกระทำการแทน หรือนอมินี (Nominee)
ในทางการเมือง หากมีการกำหนดกติกาว่า ผู้บริหารราชการในคณะรัฐมนตรี รวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรหากมีพฤติกรรมใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของพรรคพวกที่เกี่ยวข้อง ให้นับเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายว่ามีความเกี่ยวโยงกัน คล้ายๆ กัน ก็น่าจะช่วยให้มีความโปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐมากขึ้น
1.2 การสื่อสารข้อมูลที่โปร่งใส ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ทำให้เข้าใจผิด และไม่ละเว้นข้อมูลที่มีสาระสำคัญ (True, Complete, Not Misleading and Not omit relevant material information) เป็นหลักการที่สำคัญสำหรับการเปิดเผยข้อมูลของกิจการมหาชนสำหรับประชาชนทั่วไป
ในสังคมระดับชาติ การสื่อสารข้อมูลที่เป็นเท็จ ไม่ครบถ้วน ละเว้นสาระสำคัญ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด อาจทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้าใจอีกกลุ่มหนึ่งผิด (ไม่ว่าจะเป็นสีใดกับสีใด) หรือเข้าใจผิดต่อประเทศชาติ ต่อรัฐบาล ต่อศาล ต่อสภา ฯลฯ จึงควรจะมีการตรวจสอบและแก้ไขให้เป็นข้อมูลที่ “จริง” มากที่สุด เพราะข้อมูล “จริง” นั้น มีหนึ่งเดียว แต่ข้อมูล “เท็จ” นั้น อาจถูกฝ่ายใดๆ ใช้เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน และเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงในสังคมได้
ข้อเสนอหนึ่งที่อาจจะทำได้ คือ ใช้ฟรีทีวีช่องหนึ่งช่องใด เปิดรายการ “ศาลสื่อมวลชน” เวลาประมาณสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นว่ามีการนำความเท็จหรือสื่อสารไม่ครบถ้วนไปสื่อสารต่อประชาชนผ่านสื่อต่างๆ โดยผู้ร้องสามารถแสดงว่า (1) เขาได้สื่ออะไรไป (2) ผู้ร้องแสดงหลักฐานว่าเท็จ หรือขาดความจริงใด หรือทำให้เข้าใจผิดอย่างไร และ (3) ผู้ถูกร้องแสดงหลักฐานว่าสิ่งที่สื่อถูกต้องแล้ว ก็น่าจะทำให้ลดความเข้าใจข้อมูลต่างๆ และลดความขัดแย้งในสังคมได้มาก
2.สร้างกติกาเข้าสู่อำนาจรัฐที่ทุกฝ่ายยอมรับ
การคัดเลือกผู้บริหารกิจการเอกชนรายใหญ่ ก็มีเป้าหมายหาคนที่เป็นทั้ง “คนเก่ง” และ “คนดี”
ในระดับประเทศ ทุกอารยประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งอเมริกา อังกฤษ ฯลฯ จะมีกระบวนการ Debate ทั้งแสดงวิสัยทัศน์และโต้ตอบข้อสงสัยต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ การเมือง และจริยธรรมของ “ผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ” ซึ่งเป็นที่ติดตามของประชาชนทั่วไปอย่างเป็นธรรม หากมีกระบวนการนี้ชัดเจน ผมก็เชื่อว่าทั้งสองพรรคใหญ่มีศักยภาพที่จะดำเนินการให้ “ผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ” ได้เป็นผู้ Debate
โดยพรรคเพื่อไทยก็มีคนเก่งที่เป็นที่เคารพศรัทธามากมาย ทั้งคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง หรือคุณหมอพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ที่จะ Debate ในฐานะ “ผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ”
พรรคประชาธิปัตย์ ก็อาจจะเป็นคนเก่งที่เป็นที่เคารพศรัทธามากมายเช่นกัน ทั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณกรณ์ จาติกวณิช หรือคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่จะ Debate ในฐานะ “ผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ” ก็ได้
กระบวนการเช่นนี้ น่าจะทำให้ได้รับผู้นำประเทศจากระบอบประชาธิปไตยที่เป็นที่ยอมรับ เช่นเดียวกับนานาอารยประเทศในระบอบประชาธิปไตยได้
3.หยุดการทุจริตคอร์รัปชั่นและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
ในการบริหารกิจการเอกชน ผู้บริหารจะต้องมีการเสนอ “งบประมาณ” ล่วงหน้า โดยเฉพาะในโครงการใหญ่ๆ อาจจะต้องมีการเสนองบประมาณล่วงหน้าหลายปี ว่าด้วยโครงการต่างๆ ที่เสนอนั้น จะทำให้ต้องก่อหนี้เท่าไร หรือระดมทุนอย่างไร
ในระดับประเทศ ปัญหาหนึ่งคือ การแข่งขันกันหาเสียง โดยวัดผลจากจำนวนโครงการยิ่งมากยิ่งดีนั้น อาจนำไปสู่การสร้างภาระหนี้ให้รุ่นลูกหลานเกินความเหมาะสมได้ แต่ละพรรคที่หาเสียงจึงน่าจะมีการทำงบประมาณให้ครอบคลุมโครงการต่างๆ ในตลอดเวลา 4 ปี โดยเสนอต่อประชาชนผู้เลือกตั้งด้วยว่า โดยโครงการกี่โครงการก็ตามเหล่านั้น รัฐบาลสัญญาว่าจะก่อหนี้ในรูปของการขาดดุลงบประมาณ รวมกับการออก พ.ร.บ.ก่อหนี้รวมไม่เกินจำนวนเท่าใด ซึ่งเมื่อรับหน้าที่แล้ว ก็ไม่สามารถจะกู้เกินกว่าที่เสนองบประมาณก่อหนี้ต่อประชาชนได้
หวังว่าเป็นแนวความคิดเบื้องต้นที่น้อมนำเสนอต่อสังคมด้วยความรักชาติและห่วงใยลูกหลาน เพื่อให้เกิด “การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ในประเด็นเร่งด่วนอย่างสร้างสรรค์ ที่หวังว่าอาจสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ก่อนการเลือกตั้งและการปฏิรูปหลายๆ เรื่องที่เป็นระยะยาวนั้น ก็ให้ทำหลังการเลือกตั้งได้ต่อไป







