
กปปส.ขอโทษสื่อถูกม็อบคุกคาม
โฆษกกปปส.แถลงขอโทษ หลังม็อบคุกคามสื่อมวลชนภาคสนาม ระบุพร้อมสนับสนุนการทำงาน ดูแลความปลอดภัย
โฆษกกปปส.แถลงขอโทษ หลังม็อบคุกคามสื่อมวลชนภาคสนาม ระบุพร้อมสนับสนุนการทำงาน ดูแลความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เวลา 15.00น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงกรณีที่มีเกิดเหตุการณ์ผู้ชุมนุมคุกคามสื่อมวลชนภาคสนามที่รายงานข่าวเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ในส่วนของกปปส.ต้องขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์คุกคามสื่อมวลชน กปสส.ทราบดีว่าผู้สื่อข่าวภาคสนามก็ถือเป็นประชาชนที่มีส่วนร่วมกับการชุมนุมด้วย และรายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมา แต่ในส่วนประเด็นการนำเสนอข่าวก็ต้องเข้าใจเช่นกันว่าเป็นเรื่องของผู้บริหารสำนักข่าวนั้นๆ และทราบมาว่ามีความพยายามจากฝ่ายรัฐบาลที่จะครอบงำสื่อ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการแก้ไขได้ประสานพูดคุยกับองค์กรสื่อแล้ว และกปปส.ก็ยินดีรับข้อเสนอเพื่อนำไปปฏิบัติดูแลผู้สื่อข่าวภาคสนามอย่างเต็มที่
นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอขององค์กรสื่อมีอยู่ 3 ข้อและมีการวางแผนปฏิบัติเพื่อดูแลแล้ว คือ 1.จัดพื้นที่โดยเฉพาะเพื่อให้กับสื่อโทรทัศน์เพื่อให้การรายงานข่าวอย่างปลอดภัย เบื้องต้นจะจัดพื้นที่ให้กับรถถ่ายทอดสดไว้ที่ด้านหลังเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปจนถึงแยกคอกวัว ซึ่งจะเป็นพื้นที่ปิดกั้น และมีการ์ดดูแลความปลอดภัย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ และคาดว่าการจัดพื้นที่จะเสร็จสมบูรณ์ในเช้าวันที่ 24 ธ.ค.นี้
2.จะจัดเตรียมทีมประสานงานระหว่างสื่อ และแกนนำกปสส. การ์ด รวมถึงประชาชน โดยจะแบ่งทีมให้ชัดเจนและมีสัญลักษณ์บ่งบอก ทั้งที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และที่บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น และ 3.นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. ในฐานะหัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัย จะอบรมการ์ดเพิ่มเติม รวมถึงแนะวิธีปฏิบัติกับสื่อมวลชนที่มาทำข่าวให้เกิดความชัดเจน
“บนเวทีจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงการทำงานของสื่อมวลชนให้กับประชาชนได้รับทราบ เหตุการณ์ที่ผ่านมากปปส.ต้องขอโทษด้วย ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และกปปส.ยินดีจะสนับสนุนการทำงานของสื่ออย่างเต็มที่ พร้อมกับดูแลความปลอดภัยให้ด้วย”
ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายเอกนัฏ ได้โทรศัพท์ไปถึงนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ที่ดูแลมวลชนที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น เพื่อให้นำสื่อมวลชนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ภายหลังมีการประสานระหว่างสื่อว่าไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากมวลชนไม่อนุญาต
นายเอกนัฏ กล่าวเสริมว่า ที่สนามกีฬามีคนจำนวนมาก จึงอาจเป็นโอกาสที่มือที่สามจะเข้ามาก่อเหตุได้ ทั้งนี้ ทราบมาว่าภายในสนามกีฬาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่รับสมัครเลือกตั้ง มีนักข่าวที่เข้าไปทำข่าวและออกมาไม่ได้ เนื่องจากมีการนำโซ่และกุญแจมาล็อกประตูทางเข้าออกไว้ทั้งหมด แต่เมื่อตรวจสอบไปแล้วพบว่าโซ่และกุญแจไม่ใช่ของประชาชน แต่เป็นของตำรวจที่มาล็อกไว้ อย่างไรก็ตาม ได้ประสานพานักข่าวออกมาแล้วกว่า 50 คน แต่ยังมีบางส่วนที่ติดอยู่ ซึ่งจะประสานแกนนำให้พาออกมาทันที







