posttoday
สื่อนอกชี้เลือกตั้งไม่ใช่คำตอบโหมไฟขัดแย้งลามหนัก

สื่อนอกชี้เลือกตั้งไม่ใช่คำตอบโหมไฟขัดแย้งลามหนัก

23 ธันวาคม 2556

การเดินขบวนลุกฮือขึ้นขับไล่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของมวลมหาประชาชนกว่าหลายแสนคนที่มีขึ้นทั่วกรุงเทพฯ วานนี้

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

การเดินขบวนลุกฮือขึ้นขับไล่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของมวลมหาประชาชนกว่าหลายแสนคนที่มีขึ้นทั่วกรุงเทพฯ วานนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกไม่น้อยไม่ว่าจะเป็น บีบีซี รอยเตอร์ส เอเอฟพี และหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล และไฟแนนเชียลไทมส์ ต่างหยิบยกให้ข่าวการเมืองไทยขึ้นเป็นข่าวนำกันถ้วนหน้า

ถึงกระนั้นก็ตาม ประเด็นวิกฤตการเมืองไทยอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนอกสนใจจากสื่อและนักวิเคราะห์จากทั่วโลกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย นั่นคือ ประเด็นการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.ปีหน้านี้ จะนำพาประเทศออกจากวังวนความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมานานกว่า 7 ปี ได้อย่างแท้จริงหรือไม่

เพราะในขณะนี้เกิดความเคลือบแคลงในหมู่นักวิเคราะห์จากต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆว่า การเลือกตั้งอาจไม่ใช่คำตอบของวิกฤตการเมืองที่แตกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจนได้ ซ้ำร้ายอาจยิ่งเป็นการโหมเชื้อไฟทำให้ความขัดแย้งลุกลามหนักมากขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการเป็นที่ยอมรับของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังโดนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลออกมาคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากต้องการเห็นการปฏิรูปการเมืองก่อน เช่นเดียวกันกับพรรคฝ่ายค้านประชาธิปัตย์เองก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะบอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมให้เหตุผลว่าปัจจุบันระบอบประชาธิปไตยไทยได้ถูกกลุ่มคนบางกลุ่มบิดเบือน และทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อระบบการเมืองอย่างหนัก

ลิม ลาร็อคโค ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซนต์โจเซปต์ คอลเลจในนิวยอร์ก สหรัฐ แสดงทรรศนะผ่านทางเว็บไซต์ดิปโพแมท ว่า ไม่ว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ปีหน้านี้ ผลจะออกมาเป็นเช่นไร พรรคเพื่อไทยของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะคว้าชัยชนะหรือไม่ แต่เชื่อว่าวิกฤตการเมืองไทยจะไม่จบลงโดยง่าย

เนื่องจากประเด็นรากเหง้าความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลของยิ่งลักษณ์กับฝ่ายสนับสนุนนั้น เป็นปัญหาที่ซับซ้อนมากเกินกว่าจะแก้ได้โดยผ่านการเข้าคูหาเลือกตั้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์จากนโยบายทางการเมืองที่ต่างกัน ซึ่งฝ่ายชนชั้นกลางและชนชั้นนำต่อต้านการใช้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะที่ฝ่ายมวลชนคนรากหญ้า คนใช้แรงงานต้องการนโยบายเหล่านี้ เพราะช่วยให้พวกตนลืมตาอ้าปากได้

ดังนั้น นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดังจากเมืองลุงแซมจึงฟันธงว่า การรุดหน้าจัดเลือกตั้งต่อไปก็มีแต่จะเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาความไร้เสถียรภาพในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยเองก็มีปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว

นอกจากนี้ การเมืองไทยก็อาจต้องการ “ผู้นำทางการเมืองที่มีลักษณะเฉพาะ” ขึ้นมาเพื่อสมานรอยร้าวและความแตกแยกทางการเมืองที่เกิดขึ้นแรงที่สุดในรอบ 3 ปีนี้อีกด้วย โดยผู้นำคนใหม่นี้จะต้องสร้างความเชื่อมั่นกับภาคธุรกิจชนชั้นกลางว่าจะไม่มีการใช้นโยบายประชานิยมแบบพร่ำเพรื่อ จนเสี่ยงต่อการทำลายสถานะการคลังและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของชาติ

ขณะเดียวกันในฟากของกลุ่มคนชั้นรากหญ้า คนใช้แรงงานก็ต้องการนโยบายที่ดูแลสวัสดิการขั้นด้านสังคมที่ดีและเท่าเทียมกัน

ประเด็นความเสี่ยงที่ว่าการเดินหน้าจัดการเลือกตั้งดังกล่าวอาจเป็นตัวเพิ่มเงื่อนไขความขัดแย้งไม่ได้มีเพียงเท่านี้เพราะล่าสุด สำนักข่าวบีบีซีจากอังกฤษรายงานอ้างแหล่งข่าวจากวงการทหารของไทยว่า ฝ่ายกองทัพมีความคิดว่าจะดีกว่าหากจะมีการเลื่อนการจัดการเลือกตั้งออกไปก่อน

อย่างไรก็ตาม การแสดงความเห็นดังกล่าว ถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับท่าทีของกองทัพไทย ที่ล่าสุด พล.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ออกมาเผยว่า ทางกองทัพพร้อมจะสนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งถ้าหากได้รับการร้องขอเข้ามา

นอกเหนือจากประเด็นท่าทีของทหารแล้ว ทางความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการบอยคอตลงเลือกตั้งก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน โดยบลูมเบิร์กรายงานว่า การตัดสินใจของพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไทยอาจเป็นตัวเพิ่มความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้น หลังจากที่หลายเดือนที่ผ่านมาประเทศต้องจมอยู่กับความขัดแย้งการเมืองบนท้องถนน

ไมเคิล คอร์เนอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม วิทยาเขตมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กว่า การบอยคอตเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์เสี่ยงที่จะนำพาสถานการณ์ไปสู่วิกฤตมากขึ้น และนี่อาจเป็นการประกาศเข้าสู่ภาวะสงครามเลยทีเดียว

ด้านเอเอฟพีรายงานอ้างนักวิเคราะห์ว่า การประกาศไม่ลงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เพียงแต่จะทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางการเมืองจนทำให้เกิดการทำรัฐประหารเหมือนเมื่อปี 2006 เท่านั้น แต่ยังเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้พรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดต้องหลุดออกจากการมีบทบาททางการเมืองในสภา หากว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ปีหน้า สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ดังนั้นแล้ววิกฤตการเมืองไทยจึงเป็นที่จับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ปีหน้า ว่าสรุปแล้วจะเกิดขึ้นหรือไม่

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หากว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ในสายตาของนักวิเคราะห์และแง่มุมจากสื่อต่างชาติหลายสำนัก เห็นต้องตรงกันคือวิกฤตดังกล่าวคงจะไม่จบลงด้วยดีอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69