
"เกษียร"อัดกปปส.ไม่รับกติกานำไปสู่การนองเลือด
"เกษียร" ซัดกปปส.บังคับคนไทยทั้งประเทศต้องทำตาม ชี้การไม่รับกติกาจะนำไปสู่การนองเลือด ลั่นแพ้ครั้งนี้ก็ต้องเจอกันในอนาคตอีก
"เกษียร" ซัดกปปส.บังคับคนไทยทั้งประเทศต้องทำตาม ชี้การไม่รับกติกาจะนำไปสู่การนองเลือด ลั่นแพ้ครั้งนี้ก็ต้องเจอกันในอนาคตอีก
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ศ.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาในเวทีสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) ว่า การที่กลุ่มกปปส. ผลักดันให้เปลี่ยนการคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแล้วเดินหน้าไปสู่เรื่องปฏิรูป เพื่อทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทางการเมืองและทางกฎหมายและบังคับให้คนไทยทั้งประเทศต้องทำตามเป็นเรื่องที่รับไม่ได้
"อ.ธีรยุทธ บุญมีอธิบายการเคลื่อนไหวว่าเป็นการปฏิวัติประชาชนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นการปฏิวัติประชาชนครั้งแรก ผมฟังแล้วอดคิดไม่ได้ว่าแล้ว 14 ต.ค.ล่ะ ไม่ใช่การปฏิวัติประชาชนเหรอ ท่านถัดมา อ.สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ เองก็ขยายความว่ามีเงื่อนไขที่สอดรับกันว่าเคลื่อนไหวใหญ่สุด เป็นสถานการณ์พิเศษ กฎหมายปกติใช้ไม่ได้ ต้องยกอำนาจเด็ดขาดให้กปปส. คนออกมาเยอะ หนึ่งล้าน ห้าล้าน สิบล้าน ซึ่งผมอยากถามว่าเป็นใคร ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้ถูกตรวจสอบถ่วงดุลโดยใครเลย และไม่ต้องรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ เขาจะตั้งสภาประชาชน นายกมาตรา 7 เพื่อปฏิรูปไปในทางที่เขาต้องการ"ศ.เกษียรกล่าว
ศ.เกษียร กล่าวอีกว่า ลักษณะร่วมของการชุมนุม หมกมุ่นกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ครั้งเดียว คำถามคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ แยกขาดได้อย่างไรใน 7-8 ปีที่ผ่านมา และเรื่องนี้เป็นการขัดแย้งต่อเนื่องทั้งกระบวน ซึ่งต้องตั้งคำถามว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชน หรือเป็นสงครามกลางเมืองหลายระลอกกันแน่ เพราะถ้าคิดว่าเป็นการปฏิวัติประชาชน ก็สามารถใช้อำนาจพิเศษทำอะไรก็ได้ แต่ถ้าคิดว่ามันเป็นสงครามกลางเมืองที่แบ่งฝ่าย เราทำแบบนั้นไม่ได้
“ปี 2549 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหวแล้วนำไปสู่การรัฐประหาร ต่อมามีการต่อต้านรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช พันธมิตรฯ ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน หลังจากนั้น รัฐบาลอภิสิทธิ์ขึ้นสู่อำนาจ นำไปสู่ นปช.ต่อต้านอภิสิทธิ์ปีแรกไม่สำเร็จ อีกปีมีคนบาดเจ็บล้มตาย ศพของเขานอนอยู่แถวๆ ที่สุเทพพามวลชนไปชุมนุม ศพเขา รอยเลือดของเขาอยู่ที่ราชประสงค์ ลุมพินี ที่สุเทพ พามวลชนไป ทำไมไม่เห็น ไม่คิดถึง ชีวิต ความตาย เลือดเนื้อที่อุทิศเพื่อประชาธิปไตย ไม่มีความหมายขนาดนั้นเหรอ นี่คือการปฏิวัติครั้งที่ 6 ในรอบแปดปี มีทางเดียวคือไปเลือกตั้ง ให้เราสามารถออกจากความขัดแย้ง เพราะตราบใดที่อยู่ใต้กติกาเดียวกัน เราหาทางออกได้ แต่ถ้าหาทางออกโดยไม่เห็นคนไทย ที่อยู่รอบประเทศ สุดท้ายเราก็จะไม่มีบ้านเมืองให้อยู่”ศ.เกษียรกล่าว
ศ.เกษียร กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์การเมือง การไม่รับกติกา จะนำไปสู่การนองเลือด การต่อสู้ในกรอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะเป็นทางออก และจะนำไปสู่การต่อสู้โดยสันติได้ คุณไม่ได้ทำการปฏิวัติประชาชนในที่ว่างเปล่า แต่คุณกำลังจะผลักให้คนไทยไปสู่จุดการฆ่าฟันกันอีก
“มวลมหาประชาชนคือการเคลื่อนไหวในสังคมทุนนิยม เป็นการนำไปสู่ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จของเสียงข้างน้อย รัฐประหารปี 2549 นำไปสู่การนองเลือดในปี 2553 สิ่งที่ทำขณะไม่ต่างจากรัฐประหาร โดยอาศัยมวลชน เราไม่รู้เลยว่าประเทศจะนำไปสู่การสูญเสียขนาดไหน ไม่มีใครปฏิเสธการปฏิรูป แต่ต้องทำด้วยกัน เสื้อเหลืองไม่ได้เกินร้อย ไม่มีใครได้เต็มร้อย ที่เดียวที่จะได้เต็มร้อยคือ ที่ๆอีกฝ่ายที่ตรงข้ามคุณตายหมด ประเทศนี้เป็นของเขา เท่ากับที่เป็นของเราทุกคน เราจะไม่ไปไหน เราจะปกป้องประชาธิปไตยต่อไป ต่อให้เราแพ้ครั้งนี้ เขาก็ต้องเจอเราอยู่ดีไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ก็ตาม เพราะประเทศนี้เป็นของเราทุกคน”ศ.เกษียรกล่าว







