
พท.ลั่นขวางสมัครเลือกตั้งขัดอาญา-รธน.
พท.ขู่ขวางสมัครเลือกตั้งขัดอาญา-รธน. ชี้โทษจำคุก 1-5 ปีส่อขัด 237 จ่อร้องยุบปชป. "จารุพงศ์" เมินม็อบเตรียมขน 125 ปาร์ตี้ลิสต์ลงสมัคร 23 ธ.ค.นี้
พท.ขู่ขวางสมัครเลือกตั้งขัดอาญา-รธน. ชี้โทษจำคุก 1-5 ปีส่อขัด 237 จ่อร้องยุบปชป. "จารุพงศ์" เมินม็อบเตรียมขน 125 ปาร์ตี้ลิสต์ลงสมัคร 23 ธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 10.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ขณะนี้ทางพรรคได้เตรียมรายชื่อผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค 125 รายเสร็จสิ้นแล้วมีทั้งอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย โดยในวันที่ 23 ธ.ค.เวลา 08.30 น.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคจะนำผู้สมัครทั้ง 125 รายไปลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่สนามกีฬาเวสน์ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เคืนเสียงให้ประชาชนทั้งประเทศตัดสินใจอนาคตร่วมกัน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้พรรคจะออกแคมเปญการเลือกตั้งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและการปฏิรูปการเมืองก่อนจะถึงช่วงปีใหม่นี้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า การที่กลุ่ม กปปส.ข่มขู่ว่าจะเตรียมเดินทางไปปิดล้อมสถานที่ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้นถือว่าขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.สว.มาตรา 76 ที่ระบุห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป ณ ที่เลือกตั้ง อีกทั้งยังขัดกฎหมายอาญามาตรา 138 139 และประกอบมาตรา 140 ว่าด้วยการข่มขืนใจและขัดขวางเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ มีโทษจำคุก 1-5 ปี ทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นสมาชิกพรรค ปชป.ที่ทำกระทำความผิดอาจนำไปสู่การขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 237 มีโทษถึงขั้นยุบพรรคการเมือง โดยพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมหลักฐาน ข้อมูลเหตุการณ์เพื่อนำไปสู่การฟ้องร้องต่อไป
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศบอยคอตการเลือกตั้งนั้นรู้สึกเสียดายที่พรรคที่มักบอกว่ายึดหลักการเป็นพรรคเก่าแก่กว่า 60 ปี แต่กลับใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยไม่ฟังเสียงประชาชนเจ้าของประเทศ และที่อ้างว่าต้องมีการปฏิรูปประเทศนั้นไม่เป็นความจริง เพราะการปฏิรูปต้องเดินหน้าโดยตัวแทนประชาชน ไม่ใช่ปฏิรูปโดยการเมืองท้องถนน
อย่างไรก็ตามทางขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกคืนเงินสนับสนุนกว่า 40-50 ล้านบาทจากพรรค ปชป.เพราะพรรคปชป.ประกาศไม่ลงเลือกตั้ง จึงไม่มีสิทธินำเงินจาก กกต.ไปทำกิจกรรมทางการเมือง







