posttoday
แค่แก้กฎหมาย 'ปฏิรูป' ไม่สำเร็จ

แค่แก้กฎหมาย 'ปฏิรูป' ไม่สำเร็จ

22 ธันวาคม 2556

“การปฏิรูปประเทศไทย” นับเป็นอีกกระแสหนึ่งที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ โดยทุกฝ่ายไม่เว้นแม้แต่คณะกรรมการประชาชน

“การปฏิรูปประเทศไทย” นับเป็นอีกกระแสหนึ่งที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ โดยทุกฝ่ายไม่เว้นแม้แต่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) หรือรัฐบาลก็ต่างเห็นพ้องกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศจะต้องได้รับการปฏิรูป ทั้งนี้ การปฏิรูปส่วนหนึ่งในมุมของ กปปส.เห็นว่ากฎหมายเลือกตั้งจะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้เป็นเครื่องมือจัดการปัญหาทุจริตตั้งแต่ต้นทาง ซึ่ง ประวิช รัตนเพียร ในฐานะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้อย่างน่าสนใจ

“พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.ฉบับปัจจุบันถือว่าเป็นกฎหมายที่ดีมากฉบับหนึ่ง แต่สิ่งเดียวที่จะทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงลดลงอยู่ที่การปกป้องสิทธิของตัวเอง และให้รู้ว่านี่เป็นการหาตัวแทนเข้าไปทำงานแทนประชาชนทั้งการใช้อำนาจของรัฐ การวางยุทธศาสตร์และความมั่นคงของประเทศต่อไป

...กฎหมายต่อให้เขียนดีเท่าไหร่ก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ไม่ใช่กฎหมายเก่าจะใช้ไม่ได้ กฎหมายเก่าเขียนไว้ดีแล้ว แต่หัวใจสำคัญที่ต้องทำอย่างไรให้ประชาชนได้เกิดความเข้าใจในสิทธิของตัวเองเพื่อจะได้ออกมาปกป้องและพิทักษ์สิทธิตัวเอง”

มองว่ากระบวนการซื้อสิทธิขายเสียงมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างไร? ประวิช ประเมินว่า การใช้สิทธิของประชาชนในการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เห็นได้จากตัวเลขการไปใช้สิทธิที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ที่มีผู้ไปใช้สิทธิประมาณ 70% นอกจากนี้กระบวนการจัดการเลือกตั้งและความโปร่งใสและกฎหมายเลือกตั้งของไทยยังสามารถเป็นต้นแบบให้ได้ในอีกหลายประเทศ เรามั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเราในการจัดการเลือกตั้ง

“แต่สิ่งที่ยังติดอยู่คือการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะยังเต็มไปด้วยข้อครหา ซึ่งการจะแก้ปัญหานี้ได้จะต้องสร้างกระบวนการให้ประชาชนลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ที่มีการสื่อสารพัฒนาไปมาก ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารได้ด้วยการกดนิ้ว ทำให้ใครจะมาซื้อเสียงตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนในอดีต

...ความตื่นตัวทางการเมืองวันนี้มีมากในทุกหัวระแหง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันหยิบเอาสภาวะที่เกิดขึ้นและความไม่เข้าใจต่างๆ มาเป็นประโยชน์เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าทุกครั้งที่เดินเข้าไปเลือกตัวแทนของประชาชนมีความหมายถึงอนาคตของประเทศ”

ประวิช ขมวดว่า ภายใต้กติกาที่มีอยู่ ถ้ามีกลไกช่วยจากประชาชน ก็เชื่อมั่นว่าจะเดินไปได้ ส่วนใครเห็นช่องว่างตรงไหนเพิ่มว่าจะต้องปฏิรูปหรือดำเนินการอย่างใดก่อนก็ว่าไป แต่ไม่ถึงขนาดที่กลไกไม่ดี มันอยู่ที่คนมากกว่าอยู่ที่กฎหมาย ถ้าคนตื่นตัวก็มั่นใจว่าปัญหาทุจริตการเลือกตั้งจะเบาลง

“การเลือกตั้งที่ปราศจากความโปร่งใส ผมถือว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของความล้มละลายความเชื่อมั่นของประเทศ เรามีกฎหมายแรงๆ เยอะแยะ แต่สุดท้ายถ้าไม่มีคนลงไปบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังก็จะเกิดปัญหาอีก ดังนั้นการตื่นตัวของประชาชนจึงมีความสำคัญยิ่ง”

ขณะเดียวกัน ประวิช ยังคิดว่าปัญหาความขัดแย้งส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจากการไม่ได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ซึ่งเมื่อครั้งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินเหนือได้ทำการพิจารณาและเสนอไปยังหน่วยงานภาครัฐให้เข้าไปดำเนินการแก้ไขไปพอสมควร

“สิ่งที่เป็นปัญหาคือรัฐธรรมนูญกำหนดว่าประชาชนจะมีสิทธิเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยเฉพาะสิทธิที่ควรได้รับจากแนวนโยบายแห่งรัฐและส่วนอื่นๆ แต่ปรากฏว่าประชาชนจะได้สิทธิดังกล่าวก็ต่อเมื่อมีกฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องมีการออกกฎหมายประมาณ 300 ฉบับ แต่ยังไม่มีการดำเนินการออกมา ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับสิทธิในส่วนนี้ โดยที่ผ่านมาได้พยายามเร่งรัดไปยังหน่วยงานภาครัฐแล้ว และพบว่าได้มีการขยับกันพอสมควร เช่น กฎหมายบางฉบับอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เป็นต้น”

หากรัฐบาลใหม่ในอนาคตเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยการทำให้ประชาชนได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญมากขึ้นจะช่วยให้ปัญหาความขัดแย้งลดลง?ประวิช แบ่งรับแบ่งสู้ว่า “ก็มีโอกาสส่วนหนึ่ง แต่จะถึงขนาดที่ว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่น้อยลงเลยหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะการใช้กฎหมายอย่างเดียวคงแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด อีกทั้งสังคมมันเปลี่ยนทุกวันด้วย ทำให้ต้องพิจารณาควบคู่กันไป”

นอกเหนือไปจากการแก้ไขกฎหมายที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศแล้ว ทว่า“ประวิช” กลับมองมาสู่จุดเริ่มต้นว่าการแก้ไขปัญหาของชาติได้ดีที่สุดอยู่ที่การสร้างระบบคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้นกับบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ มีคำอธิบายจากผู้ทรงคุณวุฒิท่านนี้ว่า “บางครั้งเรามักชื่นชมในบางประเทศที่มีเหตุการณ์นิดเดียวคนที่ต้องรับผิดชอบก็ลาออกทันที ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบอย่างนั้นได้ต้องมาจากระบบคุณธรรมจริยธรรมที่ปลูกฝังกันมาในใจ ถ้าคนผ่านกระบวนการหล่อหลอมทางความคิดก็จะทำให้คุณธรรมออกมา”

“...กระบวนการหล่อหลอมต้องใช้เวลาพอสมควรเป็นชั่วอายุคน ไม่เหมือนกับเวลาที่อยากได้คอมพิวเตอร์ที่ถ้ามีเงินก็ไปซื้อหามาได้ทันที บางประเทศที่เรายกย่องว่าเป็นตัวอย่างยังต้องผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนาน สำหรับประเทศไทยมาระยะหลังมีการพูดถึงคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น ซึ่งการตื่นตัวของประชาชนขณะนี้จะต้องพลิกให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศให้ได้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท