
ดีเอสไอไม่เอาผิดผู้บริจาครายย่อย
"ธาริต" ไม่เอาผิดผู้บริจาครายย่อยชี้เป็นสิทธิที่จะทำ แต่ต้องอายัดบัญชีแกนนำที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง
"ธาริต" ไม่เอาผิดผู้บริจาครายย่อยชี้เป็นสิทธิที่จะทำ แต่ต้องอายัดบัญชีแกนนำที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง
วันนี้(21ธ.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอได้อายัดบัญชีธนาคารของแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แต่กลับมีคนมาบริจาคเงินเป็นเงินสดจำนวนมาก ว่า ดีเอสไอคงจะไม่เอาผิดกับผู้บริจาครายย่อย เพราะยังถือเป็นสิทธิที่จะกระทำได้ แต่ที่เราอายัดบัญชีแกนนำกปปส. ก็เพื่อเอาผิดบรรดาที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงมากกว่า เพราะพวกที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงเป็นผู้บริจาครายใหญ่ จึงสมควรที่จะมีความผิด
"การบริจาคเงินสนับสนุนการชุมนุมของกปปส. ดีเอสไอคงต้องดูข้อเท็จจริงเป็นราย กลุ่มทุนที่มีเจตนา ดีเอสไอก็ต้องดูเป็นพิเศษ ถ้าเข้าข่ายเจตนาก็สามารถดำเนินการฐานกระทำผิดร่วมกันได้" นายธาริต กล่าว
ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีเมื่อค่ำวันที่ 20 ธ.ค. ที่ ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ ได้ขึ้นเวทีราชดำเนินเพื่อมอบเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท ให้กปปส. นั้นเข้าข่ายมีความผิดด้วยหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องถอดเทปการปราศรัยบนเวทีราชดำเนินให้เสร็จก่อน เพราะดีเอสไอต้องดูเจตนา จากนั้นก็จะไปดูข้อมูลย้อนหลังว่ามีความเชื่อมโยงกับกปปส.มากน้อยแค่ไหน ถ้าเข้าข่ายก็อาจจะต้องดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอ ไม่ได้ตั้งกรอบวงเงินการบริจาคมากน้อยเพียงใดถึงมีความผิด แต่จะมุ่งเน้นดูกลุ่มที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงหลัก หากผู้บริจาคไม่ได้เป็นถึงรายใหญ่ ดีเอสไอก็คงไม่ดำเนินการ







