
ลุ้นฝนตกเหนือเขื่อนถ้าไม่มีสั่งเลื่อนนาปี
กรมชลฯ เตือนอาจเลื่อนนาปี หากอาทิตย์หน้าฝนเหนือเขื่อนไม่ตกหนัก เซ็งฤดูแล้งที่ผ่านมาใช้น้ำเกินแผนทั้งประเทศ
กรมชลฯ เตือนอาจเลื่อนนาปี หากอาทิตย์หน้าฝนเหนือเขื่อนไม่ตกหนัก เซ็งฤดูแล้งที่ผ่านมาใช้น้ำเกินแผนทั้งประเทศ
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หากภายในอาทิตย์หน้ายังไม่มีฝนตกหนักเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน ก็เชื่อว่าอาจต้องส่งสัญญาณให้เกษตรกรเลื่อนการทำนาปีที่จะเริ่มในเดือน พ.ค.นี้ ออกไปก่อน
สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งสิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าการรณรงค์ลดการใช้น้ำและลดการปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก เช่น ข้าว ไม่ได้ผล ทำให้ต้องดึงปริมาณน้ำสำรองมาใช้ จะเห็นได้จากตัวเลขการใช้น้ำที่เกินเป้าหมายทั้งประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่เจ้าพระยา ทำให้ต้องมีการดึงน้ำอนาคตมาใช้ 2 ปีซ้อน ส่งผลให้ 2 เขื่อนหลักต้องชะลอการส่งน้ำ
“ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แม้จะมีในตกทั่วประเทศ แต่ตกกระจายไปทั่วไม่ได้ตกหนักเป็นหย่อม โดยเฉพาะในพื้นที่หลังเขื่อน จึงไม่ได้ส่งผลต่อการเติมปริมาณน้ำในเขื่อน และขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดที่บอกว่าจะมีพายุเข้า ทำให้ขณะนี้กรมชลประทานอยู่ระหว่างรอประเมินสถานการณ์น้ำอีกประมาณ 1 อาทิตย์ หากไม่มีฝนเติมน้ำในเขื่อนจะส่งสัญญาณเตือนเกษตรกรเลื่อนเวลาการปลูกข้าวนาปี เพื่อลดการเสียหายของต้นกล้า” นายชลิต กล่าว
ทั้งนี้ ในฤดูแล้งที่ผ่านมาศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ใช้น้ำวันที่ 30 เม.ย. 2553 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของฤดูกาลจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ว่ามีการใช้น้ำไปแล้วจำนวน 22,417 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 108% ของแผนจัดสรรน้ำ หรือใช้เกินแผน 1,697 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำจำนวนรวมทั้งสิ้น 10,339 ล้านลบ.ม. เกินแผนที่วางไว้ 2,339 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 129% ของแผนการจัดสรรน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงให้เห็นว่าการรณรงค์ของภาครัฐที่ให้ประชาชนประหยัดน้ำในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมานั้นไม่ได้ผลเท่าที่ควร







