posttoday
"บรรหาร"เสนอโมเดลปฏิรูปหลังเลือกตั้ง

"บรรหาร"เสนอโมเดลปฏิรูปหลังเลือกตั้ง

21 ธันวาคม 2556

ชทพ.ลั่นพร้อมลงเลือกตั้ง ‘บรรหาร’ เสนอ โมเดลปฎิรูปประเทศหลังเลือกตั้ง 1 ปี ร่างรธน.ใหม่เสร็จยุบสภาฯ

ชทพ.ลั่นพร้อมลงเลือกตั้ง ‘บรรหาร’ เสนอ โมเดลปฎิรูปประเทศหลังเลือกตั้ง 1 ปี ร่างรธน.ใหม่เสร็จยุบสภาฯ

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รร.มิราเคิลแกรนด์ นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เป็นประธานปฐมนิเทศผู้สมัครส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)  โดยมีแกนนำพรรค นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค  นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตสส.อ่างทอง นายประภัตร โพธสุธน น.ส.กัญจนา และนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตสส.สุพรรณบุรี  นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค รวมทั้งผู้สมัครที่เพิ่งย้ายเข้ามาสังกัดพรรคใหม่ อาทิ นายเอกภาพ พลซื่อ นางรัชนี พลซื่อ อดีต สส.ร้อยเอ็ด นายรณฤทธิชัย คานเขต อดีต สส.ยโสธร เข้าร่วมประชุม เพื่อทำความเข้าใจ เกี่ยวกับวิธีการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพรรคได้จัดบัญชีรายชื่อผู้สมัครส.ส.ในแต่ละจังหวัดให้เซ็นชื่อก่อนเข้าร่วมประชุม โดยส่วนใหญ่ก็เป็นอดีต ส.ส.พรรค รวมทั้งอดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทยที่เพิ่งพ้นโทษจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีรายชื่อของผู้สมัครจากจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นกลุ่มของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ  อาทิ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสตร์ นายวินัย ภัทรประสิทธิ์  รวมทั้งนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์  อดีตสส.บัญรายชื่อ และไม่มาร่วมปฐมนิเทศด้วย โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ากลุ่มส.ส.ดังกล่าวจะย้ายไปอยู่พรรคอื่น โดยเฉพาะพรรคมหาชนเดิมที่ พล.ต.สนั่น ก่อตั้งมา มีเพียงนายฐนนศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล  อดีต สส.บัญชีรายชื่อ คนใกล้ชิดพล.ต.สนั่น ที่มาร่วมประชุมเท่านั้น

จากนั้น นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงนโยบายและยุทธศาสตร์หาเสียงของพรรค ต่อว่าที่ผู้สมัครสส. ในงานปฐมนิเทศผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ว่า พรรคได้วางนโยบายไว้ 9 ด้าน ได้แก่ ด้านการเมืองการปกครอง, ด้านเศรษฐกิจ, ด้านการเกษตร, ด้านการศึกษา, ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน, ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี, ด้านพลังงาน, ด้านการต่างประเทศและด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งต้องยึดปณิธานของพรรค คือ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศไทย

"สำหรับประเด็นการปฏิรูปนั้น พรรคได้กำหนดไว้ 3 ด้าน คือ 1.ปฏิรูปการเมือง โดยจะให้ผู้แทนของพรรคที่ได้รับเลือกสนับสนุนการปฏิรูปประเทศกับทุกภาคส่วน ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญจะสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่, เรื่องกระจายอำนาจจะสนับสนุนให้มีการกระจายอำนาจและรายได้สู่ท้องถิ่นและภูมิภาคตามที่กฎหมายกำหนด, เรื่องทุจริตคอรัปชั่น จะเน้นการป้องกันและปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจัง,2.ปฎิรูปเศรษฐกิจ จะเน้นในด้านเกษตรกรรม และช่วยเหลือเกษตรกรในการผลิตและสนับสนุนในด้านตลาด เบื้องต้นจะทำระบบตลาดเสรี ให้ภาครัฐมีบทบาทเฉพาะควบคุมตามกติกา และ 3.ปฏิรูปด้านสังคม จะเน้นทำระบบการศึกษาให้คนมีอาชีพ จัดรัฐสวัสดิการอย่างทั่วถึง คนพิการ คนชราต้องได้รับการดูแล" นายธีระ กล่าว

นายธีระ กล่าวอีกว่า พรรคชาติไทยพัฒนาในฐานะพรรคการเมืองจำเป็นต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และมีหน้าที่นำเสนอนโยบายของพรรคผ่านการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนสนับสนุนนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ทั้งนี้จากสถานการณ์ทางการเมืองมีปัญหามีความขัดแย้งอย่างรุนแรงพรรคชาติไทยพัฒนา ยึดถือความสามัคคีปรองดองมาตลอด พรรคไม่เคยมีปัญหาความขัดแย้งหรือเป็นศัตรูกับพรรคการเมืองใด และพยามทำให้สังคมกลับเข้าสู่ความสมานฉันท์ เห็นได้จากนายบรรหาร เดินสายพบปะแกนนำกลุ่มต่างๆเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้น และรับทำหน้าที่ประสานพูดคุย เชิญบุคคลสำคัญเข้าร่วมเวทีเดินหน้าปฏิรูปประเทศ แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างสุดความสามารถในการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ดังปณิธานของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ระบุว่า “ก้าวข้าวความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศไทย”  ทั้งนี้ขอให้สมาชิกพรรคมีความเชื่อมั่นในความเป็นพรรคการเมืองที่มีเกียรติภูมิ ที่สำคัญในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ อยากให้ทุกคนสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นทุกทาง ทั้ง การหาเสียงเลือกตั้ง  การปฏิบัติต่อผู้แข่งขัน  และขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม

ขณะที่ นายบรรหาร กล่าวว่า พร้อมลงเลือกตั้ง และตนเองจะเป็นผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่1 และจะถือธงนำหาเสียงทุกภาค จึงอยากขอให้ผู้สมัครของพรรคยึดและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน ยืนยันว่าตนเองต้องวางตนเป็นกลาง และถอยทีถ้อยอาศัยกัน ซึ่งมองวิกฤตของบ้านเมืองขณะนี้ยังมีทางออกคือ ให้เดินเข้าสู่การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 และไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ต้องบริหารประเทศคู่ไปกับการปฏิรูปประเทศ และทำให้เสร็จภายใน 1 ปี จากนั้นให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรและเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายบรรหาร จากปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมา ที่มีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง ตนตกเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งตนได้คุยกับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา บุตรสาว และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาพรรค ว่าจะให้ตนอยู่ข้างไหนดี เพราะไม่ว่าอยู่กับเพื่อไทย หรือ ประชาธิปัตย์ก็ถูกกระทำทั้งนั้น ซึ่งนายสมศักดิ์ ระบุว่า ให้เป็นรัฐบาลเสียเอง โดยตนมองว่าไม่แน่ เพราะที่ผ่านมายังเคยมีพรรคการเมืองที่มี สส.18 คนเป็นรัฐบาลมาแล้ว

ต่อมา นายบรรหาร ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ทางการเมืองว่า ในการเปิดรับสมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อ วันที่ 23 ธ.ค. ส่วนตัวไม่ทราบว่าจะมีเหตุรุนแรงหรือไม่ ขอปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่คงจะไม่เข้าไปพูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อขอให้ยุติการนำประชาชนออกมาชุมนุมเพราะอาจจะพูดกันไม่รู้เรื่องและไม่แน่ใจว่าปัจจุบันเขายังเห็นเป็นเพื่อนหรือไม่  ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมลงเลือกตั้งตามที่มีการกำหนด แต่ไม่ขอประเมินเรื่องจำนวน สส. เพราะเป็นเรื่องของอนาคต ส่วนที่มีอดีตสส. และสมาชิกจากพรรคการเมืองอื่นมาร่วมงานการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับคนของพรรคที่ไปทำงานการเมืองกับพรรคอื่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท