
โรดแมป วินวิน ยุติศึกเฉพาะหน้า
การสละอวัยวะของอภิสิทธิ์ด้วยแผนโรดแมป หากสามารถผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือเดินหน้าสร้างรัฐสวัสดิการก็ช่วยให้อภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยได้
การสละอวัยวะของอภิสิทธิ์ด้วยแผนโรดแมป หากสามารถผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือเดินหน้าสร้างรัฐสวัสดิการก็ช่วยให้อภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยได้
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เป็นข้อเสนอที่วินวินกันทุกฝ่าย สำหรับโรดแมปแผนปรองดองแห่งชาติ ก่อนประเทศจะถลำลึกเกิดสงครามห้ำหั่นกลางเมือง
โดยเฉพาะแกนนำเสื้อแดงและบิ๊กเพื่อไทย ถึงขนาด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยยังต้องชมเปาะว่า อภิสิทธิ์ตัดสินใจถูกที่ถูกทางจริงๆ
โรดแมป 5 ข้อที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จุดพลุต่อสังคมและจบด้วยการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. ประกอบด้วย
1.เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
2.ปฏิรูปประเทศรอบด้าน ทั้งปัญหาความ|เหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมทางสังคม การผลักดันรัฐสวัสดิการ
3.ต้องมีกลไกอิสระจัดระเบียบสื่อทั้งอินเทอร์เน็ต ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี วิทยุชุมชน กระทั่งสถานีรัฐที่ถูกกล่าวหาเป็นเครื่องมือของรัฐที่นำไปสู่ความขัดแย้ง
4.ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การชุมนุมทั้งเหตุการณ์ 10 เมษา สีลม ดอนเมือง และการบุกโรงพยาบาลจุฬา
5.ต้องมีกลไกปฏิรูปการเมือง เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายบางฉบับ การเพิกถอนสิทธิทางการเมือง
โรดแมป 5 ข้อ แลกกับกลุ่มคนเสื้อแดงต้องยุติการชุมนุมที่ราชประสงค์ แต่ไม่รวมคดีอาญาโดยเฉพาะคดีก่อการร้าย หรือคดีหมิ่นสถาบัน ที่ดีเอสไอกำลังขยายผลเอาผิดเครือข่ายสีแดงอยู่
พลันที่นายกฯ จุดพลุนำเสนอต่อสังคม เสียงตอบรับจากกลุ่มการเมืองต่างไชโยโห่ร้อง ไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาล หรือคู่กรณีจากเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง
ที่ดูจะผิดหวังและไม่เห็นด้วยกับอภิสิทธิ์ กลับเป็นฝ่ายแกนนำประชาธิปัตย์มากกว่า เช่น ชวน หลีกภัย เพราะเห็นว่าจำยอมกับการกดดันของม็อบแดงมากเกินไป
หากวิเคราะห์แล้ว ข้อเสนอของอภิสิทธิ์ รัฐบาลจะเหลือเวลาการทำงานจริงๆ เพียงแค่ 5 เดือนกว่า ซึ่งตามปฏิทินโรดแมปปลายเดือน ก.ย. อภิสิทธิ์ก็ต้องประกาศยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน ซึ่งก็จะตรงกับวันที่ 14 พ.ย.
รัฐบาลรวมแล้วจะอยู่ในอำนาจ 5 เดือน รักษาการอีกเดือนครึ่ง ก็ประมาณ 6 เดือนครึ่ง
การถอยของอภิสิทธิ์จากเดิมบนโต๊ะเจรจา เสนอขออยู่ 9 เดือน จนลดลงมาเป็น 6 เดือน และสุดท้ายที่ 5 เดือน
แต่อย่างไรเสีย รัฐบาลต้องการผ่านช่วงปลายเดือน ก.ย. ให้ได้ เพราะต้องรอให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 วงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาล
ที่สำคัญ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการล็อตใหญ่ที่จะเกษียณอายุในปีนี้
ที่ต้องจับตาคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ทหารเสือราชินี เตรียมผงาดนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. คนใหม่ แทน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา สืบทอดอำนาจเครือข่ายบูรพาพยัคฆ์ ขณะที่ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ ก็จะพ้นเก้าอี้รักษาการ ผบ.ตร. เดือน ก.ย.นี้เช่นกัน
นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องวางกลไกอำนาจรัฐทิ้งท้ายก่อนจะมีการเลือกตั้งใหญ่
อภิสิทธิ์และบิ๊กรัฐบาลรู้ว่า ถ้ารัฐบาลไม่สละอวัยวะบางส่วนก็ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้
จึงต้องยอมหั่นระยะเวลาในการอยู่ในอำนาจลง แม้ว่าวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจะพ่ายแพ้ทางการเมือง แต่ถ้าม็อบยังปักหลักที่ราชประสงค์อยู่ก็ยิ่งทำให้เกิดการสูญเสียทั้งด้านเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นที่ต่างชาติมีต่อประเทศไทยว่าใกล้สงครามกลางการเมืองไปทุกที
อย่างที่อภิสิทธิ์บอกว่า ถ้าเสื้อแดงไม่รับโรดแมป 5 ข้อ “ผมก็ต้องทำงานต่อไป แต่ก็อยู่ในภาวะยากลำบาก”
การสละอวัยวะของอภิสิทธิ์ด้วยแผนโรดแมป หากสามารถใช้เวลาที่เหลือผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือเดินหน้าสร้างรัฐสวัสดิการ แม้จะเป็นเรื่องยากเพราะเวลาเหลือน้อย ก็ช่วยให้อภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยได้
กล่าวสำหรับแกนนำม็อบแดง โรดแมปของอภิสิทธิ์เสมือนกับพาดพรมแดงให้แกนนำเดินลงจากเวทีแบบไม่เสียหน้า
เพราะสถานการณ์ขณะนี้แกนนำแดงบอบช้ำอยู่ในห้องไอซียูจากเหตุบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และอีกสองสัปดาห์ก็จะมี “ระเบิดโรงเรียน” ถล่มใส่เสื้อแดงอีกหลายลูกที่ไม่สามารถเปิดสอนรอบพื้นที่ราชประสงค์ได้
ไม่เท่านั้น ดีเอสไอได้สืบเสาะเจาะเครือข่ายเสื้อแดงว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้าย ใช้เครื่องกระสุนยิงถล่มสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น และเริ่มเลาะมาที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แล้ว ซึ่งก็บั่นเซาะความชอบธรรมของ “ม็อบเสื้อแดง”
การยุติการชุมนุมด้วยเงื่อนไขที่รัฐบาลอยากเห็นความปรองดอง สำหรับเสื้อแดงอาจได้ภาพว่า มีส่วนช่วยสร้างความปรองดองในชาติ ไม่ดื้อดึง ดื้อรั้น เหมือนที่ผ่านมา ทั้งที่ความจริงแล้ว แกนนำก็อยากพักรบมานาน แต่ไม่มีรันเวย์ลง
ขณะที่พรรคเพื่อไทยออกอาการลิงโลดมากกว่าใคร
เพราะการยุบสภาในเร็ววัน เพียงไม่กี่เดือนนี้ แกนนำพรรคเชื่อว่าเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง ดีไม่ดีอาจชนะถล่มทลาย เนื่องจากกระแสเสื้อแดงที่เข้มแข็ง ขนาดรัฐบาลยังหยุดไม่ได้
โดยเฉพาะผลการต่อสู้ของม็อบแดงทำให้คนเสื้อแดงเสียชีวิตไป 20 คน ถือเป็นเงื่อนไขชิ้นดีที่จะนำไปปลุกระดมหาเสียงในพื้นที่จนชนะเลือกตั้งได้ไม่ยาก
พรรคเพื่อไทยฝันถึงการเป็นรัฐบาลพรรคเดียว หลังทราบผลเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 4 พ.ค. แกนนำบางรายแอบแซวถึงตำแหน่งรัฐมนตรีในอนาคตกันแล้ว
กระนั้น แผนโรดแมปถอยคนละก้าว ทำให้หลายฝ่ายถอนหายใจ บรรยากาศความตึงเครียดกลับมาผ่อนคลาย
ประเทศไทยกลับมาสดใสเฉพาะหน้า แต่ระยะยาวยังอึมครึมอยู่







