
นปช.รับโรดแมปเศรษฐกิจไม่รุ่งริ่ง
หากโรดแมปของนายกรัฐมนตรีถูกขานรับจากกลุ่มคนเสื้อแดง ความมั่นใจที่จะบริโภคในประเทศก็จะกลับมา ซึ่งเป็นแรงขับดันสำคัญร่วมกับการส่งออก
หากโรดแมปของนายกรัฐมนตรีถูกขานรับจากกลุ่มคนเสื้อแดง ความมั่นใจที่จะบริโภคในประเทศก็จะกลับมา ซึ่งเป็นแรงขับดันสำคัญร่วมกับการส่งออก
โดย...ทีมข่าวการเงิน
การประกาศแผน 5 ข้อ เพื่อสร้างความสมานฉันท์และปรองดองในบ้านเมือง และจะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นการถอยเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนทุกฝ่ายให้มามีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองในครั้งนี้ด้วย
การยอมลดทิฐิมานะเพื่อประเทศชาติ ได้รับการตอบรับจากนักธุรกิจและประชาชนที่เป็นพลังเงียบ ซึ่งมีความต้องการให้ประเทศชาติกลับสู่ภาวะปกติ ยุติความขัดแย้งระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และรัฐบาล
ขอย้อนข้อเสนอ 5 ประการ ที่นายกฯ เสนอไว้ก็คือ
1.ประเทศไทยโชคดีที่มีสถาบันกษัตริย์หลอมรวมยึดเหนี่ยว แต่ระยะหลังมีคนจำนวนหนึ่งดึงสถาบันมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง คิดว่าการที่จะให้สังคมมีความปกติสุข ต้องช่วยกัน ไม่ให้ดึงสถาบันมาสู่ความขัดแย้ง ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำงานเชิดชูสถาบันกษัตริย์ อยากเชิญชวนทุกฝ่ายมาช่วยกันดูแล ไม่ให้มีการจาบจ้วงสถาบัน
2.เป็นหัวใจคือการปฏิรูปประเทศ แม้ความขัดแย้งมองว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่มีรากฐานความไม่เป็นธรรมในสังคมทางเศรษฐกิจ หลายคนที่มาชุมนุมมีเงื่อนไขของความไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงนี้เรื่องใหญ่ ถ้าปล่อยไปจะเป็นเงื่อนไขสู่ความขัดแย้งทางสังคม ต้องช่วยกันไม่ปล่อยเหมือนในอดีต ที่ไม่สามารถแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรม ถึงเวลาที่คนไทยจะได้รับการดูแลสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข และการมีรายได้ที่มั่นคง คนที่ไม่มีที่ทำกินมีหนี้สินท่วมตัวต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ จะดึงทุกภาคส่วนเข้ามาแก้ไขโดยมีรูปธรรมอย่างเป็นระบบ สามารถยกระดับรายได้และสามารถประเมินผลได้
3.เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ต้องยืนยันเสรีภาพการแสดงออก แต่ระยะหลังเทคโนโลยีก้าวหน้า ใช้อำนาจสื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง อาศัยช่องว่างกฎหมายที่สื่อก้าวไปไกล ทั้งอินเทอร์เน็ต ดาวเทียม วิทยุชุมชน หรือแม้แต่สื่อของรัฐ สื่อต้องมีสิทธิเสรีภาพแต่ต้องมีกลไกอิสระมากำกับ ต้องไม่เสนอข้อมูลข่าวสารมุ่งให้เกิดความขัดแย้งเกลียดชัง การดูแลสื่อไม่ละเมิดสิทธิ แต่ต้องใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์
4.หลังจากชุมนุมเคลื่อนไหว มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงและสูญเสีย เกิดข้อสงสัยต่างๆ นานา ไม่ว่าการสูญเสียเหตุการณ์ 10 เมษายน เหตุการณ์ที่สีลม หรือที่ดอนเมือง กระทบกระเทือนจิตใจประชาชนทุกเหตุการณ์ จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ต้องมีคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ และให้เกิดความเป็นจริงต่อสังคม
5.เกี่ยวกับการเมืองโดยตรง แม้นักการเมืองจะเป็นคนกลุ่มเล็ก แต่เป็นตัวแทนของประชาชน ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนานกว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมในหลายด้าน ทั้งรัฐธรรมนูญกฎหมายบางฉบับ การลิดรอนสิทธิผู้เกี่ยวข้องทางการเมือง ถึงเวลาเอามาวางและมีกลไกให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เรื่องรัฐธรรมนูญ จนถึงความผิดการชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่เกิดความรู้สึกไม่ยอมรับ
หากกลุ่มเสื้อแดงยอมรับข้อเสนอนายกรัฐมนตรี และหันหน้ามาเจรจากันใหม่ เรื่องนี้จะเป็นข่าวดีของชาติ หากมองในแง่ของมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ยิ่งนับว่าจะเป็นข่าวดีมากต่อคนไทย
1 เดือน ที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกยึดสี่แยกราชประสงค์ ทำให้เศรษฐกิจเสียหายไปเกือบแสนล้านบาท พอๆ กับการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดสนามบินสุวรรณภูมิ โรงแรม ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าย่อย และผู้ใช้แรงงานย่านราชประสงค์ที่ได้รับความเดือดร้อนเฉียด 1 ล้านคน ก็จะได้กลับเข้ามาทำงาน และมีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัวเสียที
หลังจากม็อบเลิกและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับเข้ามาช่วงขาขึ้นอีกครั้ง
เดิมในไตรมาสแรกของปีนี้ ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญดีขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การลงทุน และการบริโภคในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
พระเอกที่ดันให้เศรษฐกิจดีขึ้นคือ การส่งออกที่ขยายตัวสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมูลค่าการส่งออกคาดว่าจะขยายเพิ่มเป็น 25-28% ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าขยายตัว 32-35% ส่งผลให้|ดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 8-11% และดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นเป็น 8.5-11.5%
ส่วนการบริโภคและการลงทุนนั้น ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ได้หดหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะความไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมือง อีกทั้งแหล่งที่ม็อบปิดล้อมเป็นย่านธุรกิจสำคัญของประเทศด้วย
หากโรดแมปของนายกรัฐมนตรีถูกขานรับจากกลุ่มคนเสื้อแดง ความมั่นใจที่จะบริโภคในประเทศก็จะกลับมา ซึ่งเป็นแรงขับดันสำคัญร่วมกับการส่งออก ทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 5.8% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายตัว 5.3% และปี 2554 เศรษฐกิจจะโต 5.0%
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของ ธปท. ส่วนใหญ่แสดงสัญญาณการฟื้นตัวแข็งแกร่งในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าคาดมาก โดยเพิ่มขึ้น 32% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้นตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 1/2553 ที่จะประกาศโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในวันที่ 24 พ.ค. 2553 จึงมีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการเดิมที่ระดับ 7.50%
นอกจากการบริโภคในประเทศจะกลับมาแล้ว การท่องเที่ยวที่หดตัวลงอย่างรุนแรง นักท่องเที่ยวหายไป 2-5 ล้านคน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 16 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณแสนล้านบาท ก็จะกลับมาฟื้นตัวขึ้น ประเทศต่างๆ ที่ออกจดหมายเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้มาเที่ยวประเทศไทยก็จะเลิกเตือน
ดังนั้นการเลิกชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น มีแต่ผลดีมากกว่าผลเสีย และทุกคนก็จะได้ประโยชน์เหมือนกันหมด
สำหรับการลงทุนภาครัฐที่เคยชะงักไป เพราะข้าราชการเกียร์ว่างและรัฐบาลไม่มีเวลาไปพิจารณากระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากคอยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อสลายม็อบและดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรง
ทั้งนี้ ในส่วนการลงทุนภาครัฐปีนี้ ธปท. คาดว่าจะเริ่มกระเตื้องขึ้น ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังคงยืนตามประมาณการเดิมคือ 9.5-11.5% ด้านการบริโภคภาครัฐเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากครั้งก่อนคือ 2.5-4% โดยมีเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนซึ่ง ธปท. ปรับลดลงเล็กน้อย 3.3-5.3% จากเดิม 3.5-5.5%
เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแรงส่งจากปัจจัยภายนอกที่ดี หากเราไม่ขัดขากันเองประเทศไทยคงไปโลด







