
เลือกตั้งก็ทางตัน ปฏิรูปก็ไม่ใช่ทางออก
คุณหมอประเวศ วะสี ผู้ที่เคย “ล้มเหลว” จากการไปรับจ๊อบมารุต บุนนาค รองนายกรัฐมนตรีสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมา “ปฏิรูปการเมือง” จนบ้านเมืองพังพินาศในวันนี้ออกมา “สำแดง” “มิจฉาทิฐิ” ของท่านในช่วงเวลาที่ “มวลชนปฏิวัติ” กำลังเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นประชาธิปไตยอีกแล้ว
คุณหมอประเวศ วะสี ผู้ที่เคย “ล้มเหลว” จากการไปรับจ๊อบมารุต บุนนาค รองนายกรัฐมนตรีสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมา “ปฏิรูปการเมือง” จนบ้านเมืองพังพินาศในวันนี้ออกมา “สำแดง” “มิจฉาทิฐิ” ของท่านในช่วงเวลาที่ “มวลชนปฏิวัติ” กำลังเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นประชาธิปไตยอีกแล้ว
ท่านผู้นี้ส่งข้อเสนอการปฏิรูปไปให้หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจมาลงตีพิมพ์ว่า ประเทศไทยต้องปฏิรูปโน่นนี่ถึง 8 เรื่อง ที่สำคัญคือ 1.การปฏิรูประบบการปกครองด้วยการให้ประชาชนจัดการตนเอง 2.ปฏิรูปการเมืองและระบบราชการ 3.ปฏิรูปการขจัดคอร์รัปชั่น 4.ปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรม 5.ปฏิรูประบบความยุติธรรม 6.ปฏิรูปเศรษฐกิจ 7.ปฏิรูประบบปัญญาของชาติ 8.ปฏิรูปสังคมสร้างพลังพลเมือง โดยคุณหมอว่านี้แหละที่เป็น “เนื้อหาของการเปลี่ยนแปลงประเทศ”
ไม่ใช่ “การต่อสู้ให้ได้มาซึ่งอำนาจ”
ขออนุญาตเรียนคุณหมอว่า มวลชนเขาต้องการปฏิวัติกันครับ เขาไม่ได้ต้องการปฏิรูป การปฏิวัติ คือการเปลี่ยนอำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นของปวงชน แล้วเอาอำนาจอธิปไตยปวงชน (ที่ได้ดุลระหว่างนายทุนกับกรรมกร) นั่นแหละไปแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ทุกชนชั้น ส่วนการปฏิรูปนั้นอำนาจอธิปไตยยังเป็นของคนส่วนน้อย เพียงแต่เปลี่ยนจากเหลืองมาเป็นแดง จากแดงมาเป็นเหลืองเท่านั้น ที่หมอเขียนว่าต้องปฏิรูปโน่นนี่นั่นแก้ปัญหาชาติไม่ได้หรอกครับ คุณหมอก็เคยมีบทบาทในการปฏิรูปแล้วล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองมาแล้ว จำมิจฉาทิฐิที่ขบวนประชาธิปไตยเคยชี้ให้เมื่อช่วงปี 2540 ที่ลงในสยามโพสต์มาแล้วไม่ได้หรือไง
1.การเคลื่อนไหวของประชาชนทั้งที่ผ่านมาและในขณะนี้ มีเจตนาที่จะได้สังคมประชาธิปไตยทั้งสิ้น ส่วนจะ “รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว” ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
2.เจตนาประชาธิปไตยของประชาชนนั้นเป็น “นามธรรม” เจตนาจะบรรลุมรรคผลได้ก็ต้องมี “มรรค” หรือ “แนวทาง” ถ้ามีแต่เจตนา แต่ไม่มีแนวทางก็ไม่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายได้ แถมจะ “ถูกบิดเจตนา” เอาเจตนาประชาธิปไตยไปรับใช้เผด็จการเสีย เช่น การเคลื่อนไหวประชาชน 14 ต.ค. 2516 ที่มวลมหาประชาชนต้องการประชาธิปไตย แต่ไม่มีแนวทางเป็นของตัวเอง พอโค่นล้มระบอบเผด็จการถนอมประภาส ลงแล้ว ก็โดนพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีแนวทางเผด็จการรัฐสภาช่วงชิงเอาไปกิน (หลอกประชาชนว่ารัฐธรรมนูญคือประชาธิปไตย)
การเคลื่อนไหวประชาชนในวันนี้ก็เช่นกัน ประชาชนมีเจตนาประชาธิปไตย ต้องการโค่นล้มระบอบเผด็จการ ระบบรัฐสภายิ่งลักษณ์ (ขอนไม้นกกระสาสีแดง) ลง แต่ผู้คนเหล่านั้นก็ไม่มีแนวทางว่าโค่นแล้วจะทำอย่างไรถึงจะได้การปกครองแบบประชาธิปไตย สังคมประชาธิปไตยและระบบประชาธิปไตย แต่การเคลื่อนไหวโดยไม่มีแนวทางและมีความรู้พอที่จะแยกแยะได้ว่าอะไรคือเผด็จการ อะไรคือประชาธิปไตย แถมผู้นำสีเทาอย่างคุณสุเทพแม้จะเป็นปริญญาเอกของระบอบเผด็จการ แต่ก็เป็นอนุบาลสำหรับประชาธิปไตยมาก เดี๋ยวเดินไปเป๋ทางโน้น เดินไปเป๋ทางนี้ เหมือนเด็กทารก
2.การเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตย การปกครองแบบประชาธิปไตยและสังคมประชาธิปไตยนั้น ต้องใช้ “อำนาจ” อธิปไตยเข้าไปแก้ไขทั้งสิ้น ถ้าไปปฏิรูป ไปเลือกตั้งใหม่ โดยไม่เปลี่ยนอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนแล้ว แก้ชาติหน้าก็แก้ไม่ได้“ยัน” เพื่อยังให้บ้านเมืองพินาศด้วยกันทั้งคู่
3.ส่วนที่ว่าหมอจะให้คืนอำนาจให้ประชาชนปกครองตนเองในรูปให้ชุมชนจัดการตนเองนั้น ข้อเสนอดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผมถามคุณหมอประเวศสักหน่อยว่า เลือกตั้ง สส. สว. ที่ผ่านมาคนไทยได้ “ผู้แทนนายทุน” มา “ถือครองอำนาจอธิปไตย” สูบเลือดสูบเนื้อประชาชน “ยังไม่พออีกหรือ” จะเอา “นายทุน” หรือ “ผู้แทนนายทุน” มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกันอีก ไม่ต้องบอกนะว่าสุพรรณฯ จะได้ตระกูลไหนมาเป็นผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ จะได้ตระกูลไหนมาเป็นผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชจะได้ตัวแทนพรรคไหนมาเป็นผู้ว่าฯ บุรีรัมย์จะได้ตระกูลไหน พรรคไหนมาเป็นผู้ว่าฯ สระแก้วจะได้ตระกูลไหนมาเป็นผู้ว่าฯ ชลบุรีจะได้ตระกูลไหนมาเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่จะได้ตระกูลไหนมาเป็นผู้ว่าฯ
เรียนคุณยิ่งลักษณ์ว่า ขืนให้ไปเลือกตั้งก่อน ถ้าเขาไปถึงคูหาเลือกตั้งแล้วฉีกบัตรเลือกตั้งทิ้งกันหมดเป็นล้านๆ คน คุณยิ่งลักษณ์จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ตำรวจจะเอาคุกที่ไหนมาขังคนฉีกบัตรเล่าครับ!
ขนาดบุกเข้าไปเป่านกหวีดเดี่ยวๆ ให้โดนกระทืบ พวกเขายังกล้าทำ อย่างอื่นไม่กล้าทำได้ไง ดังนั้นคุณยิ่งลักษณ์อย่าดันทุรังเลือกตั้งเพื่อรักษาระบอบเผด็จการกันต่อไปอีกเลย
ไม่เข้าใจมวลชนในสถานการณ์ปฏิวัติ กลายเป็น Tyrant มาเยอะแล้ว!
การปฏิวัติสันติได้อยู่ที่ไหนครับ ก็อยู่ที่ว่าต้องทำ “เอกภาพของความคิดถูก” ให้ประชาชนไม่เอาทั้งปฏิรูป ไม่เอาทั้งเลือกตั้ง (ที่ยังได้อำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยเหลืองแดงมาก่อปัญหาเหมือนเดิม) หลังจากนั้นก็เอาเอกภาพของการไม่เอาการปกครองแบบเผด็จการที่เรียงโมเลกุลทางความคิดแล้วเหล่านั้นไป “หุบปาก” และ “หยุดบทบาท” พวกผู้แทนนายทุนเหลืองแดงที่ทะเลาะกันลง หุบปากพวกนักวิชาการไร้เดียงสาที่เป็นแบ็กอัพทั้งคู่ลง แล้วให้กรรมกรคนยากจนขึ้นมามีบทบาท เข้ามาดุลอำนาจเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกับนายทุนตามสาขาอาชีพ
คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เคยอิ่มปากอิ่มท้องมาได้ก็เพราะหากินหาอยู่กับเผด็จการระบบรัฐสภามาตลอดชีวิต คุณขึ้นมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีถมไปแล้ว มวลชนมาขนาดนั้นก็ใช่ว่าคุณเก่ง แต่ที่พวกเขายืนหยัดได้ก็เพราะเขาต้องการการเปลี่ยนแปลงการปกครองเผด็จการให้เป็นประชาธิปไตยต่างหาก พอเขาดันคุณขึ้นมาแล้วคุณกลับขับรถไม่เป็น เฉไปทางโน้นทีทางนี้ทีเหมือนเด็กหัดเดิน ทำไมไม่ให้คนที่เขาขับรถเป็น รู้ความต้องการของคนยากไร้ดีเขาขับต่อไปล่ะครับ ถ้าคุณขืนดันทุรังขับต่อไป “มวลชน” ที่ “ก้าวหน้ากว่า” เขาจะทิ้งคุณลงเหมือนทิ้งรองเท้าคู่เก่า คุณจะ Lonely มาก
เรียนคุณปูและพวกแวดล้อมที่ “เกาะปูหากิน” ด้วยว่า การเลือกตั้งเป็นเพียงแค่ “วิธีการประชาธิปไตย” นะครับ “อำนาจอธิปไตยปวงชน” ต่างหากที่เป็นดรรชนีชี้วัดของความเป็นประชาธิปไตย รู้แล้วก็มาร่วมมือกับกรรมกรเพื่อสร้างประชาธิปไตยเสียก่อนสายเถิดครับ ในสถานการณ์ของการปฏิวัติกระแสสูงนั้นใครเป็นรัฐบาลย่อมตกเป็นฝ่ายรับทางการเมืองแบบโงหัวไม่ขึ้นจริงๆ พวกผู้ปกครองเหลืองที่ต้องการโค่นคุณ อยากแย่งอำนาจไปจากคุณน่ะ เขาไม่รู้หรอกว่านรกของสถานการณ์ปฏิวัตินั้นมีจริงอย่างไร
เตือนคุณปูด้วยความหวังดีเป็นครั้งที่ 2นะครับ!
ใครต้องการ How to ในการสร้างประชาธิปไตย ส่งมาที่ [email protected] คนที่ส่งมาแล้วไม่ต้องนะครับ!







