
กฏหมาย 301 จ่อคออีก
....พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
วันนี้เห็นจะต้องหยุดเรื่องอาเซียนไว้ก่อน เพราะผลการพิจารณาของสหรัฐว่าจะจัดไทยไว้เป็น PWL หรือ WL (ประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ หรือจับตามอง) ได้ออกมาแล้ว เมื่อปลายเดือน เม.ย. ศกนี้
ผลนั้นคือ ในที่สุดไทยก็ยังติดอยู่ใน PWL และนับเป็นปีที่ 4 ที่ไทยถูกสหรัฐจัดไว้ในอันดับนี้ติดต่อกันมา หลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ดำเนินการอย่างจริงจังในการปราบปรามของปลอม/ของเลียนแบบ เรียกตามภาษาทางการก็คือ สินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นับตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นมา จนตัวเลขคดีและของกลางเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ผลของการตัดสินคดีก็มีให้เห็น รวมตลอดถึงการสืบขยายผลไปยังแหล่งผลิตจนมีการจับกุมเป็นที่ปรากฏ มีการทำลายของกลางโดยการบดและเผาทำลาย เพื่อไม่ให้วนกลับเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จนไทยน่าจะได้รับการปลดออกจาก PWL ไปอยู่ใน WL
แต่ในที่สุด ปี 2552 ไทยก็ยังติดอยู่ใน PWL ตามข้อเสนอของทางการสหรัฐต่อสภาคองเกรส โดยข้ออ้างว่า รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ งานด้านการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่งจะเห็นเด่นชัด และมีประสิทธิภาพอาจจะต้องรออีกระยะหนึ่งก่อน
ข้อเสนอของทางการสหรัฐต่อสภาคองเกรสในปี 2553 นี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะวัดใจพี่เบิ้มทางการค้าของเราว่า ได้คืบจะเอาศอกหรือไม่ ดังนั้น ดิฉันได้กล่าวไว้แล้วในบทความเมื่อเดือน ก.พ. ศกนี้
นอกจากไทยแล้ว ยังมีอีก 11 ประเทศ รวมทั้งจีน และอินโดนีเซีย ที่ติดอยู่ใน PWL ส่วนเพื่อนอาเซียนอื่นๆ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียนั้น ถูกจัดอยู่ใน WL ติดต่อกันมาหลายปีเช่นกัน และก็มี 3 ประเทศคือ ฮังการี สาธารณเช็ก และโปแลนด์ ที่ได้รับการปลดออกจาก WL
สำหรับท่านที่ไม่ได้อ่านบทความของดิฉันเมื่อเดือน ก.พ. และยังงงๆ ชีวิตอยู่ว่า อะไรคือ PWL อะไรคือ WL จัดทำไม จัดแล้วทำอะไรต่อ จัดอย่างไร ดิฉันขอท้าวความสั้นๆ ให้ว่า
Monitoring List
หรือประเทศที่ต้องเฝ้าติดตาม คือประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
Watch List (WL)
หรือประเทศที่ถูกจับตา คือประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอยู่พอสมควร
Priority Watch List (PWL)
หรือประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาก
Priority Foreign Country
คือประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาขั้นรุนแรง
โดยมีหลักการง่ายๆ ว่า ประเทศเหล่านั้นให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐมากน้อยแค่ไหน เพียงพอหรือไม่ ซึ่งในการดำเนินการจะเปิดรับฟังคำร้องเรียนจากภาคเอกชนสหรัฐ ที่ทำผ่านทางสมาคมต่างๆ ส่งให้ทางการในช่วงปลายปี และหารือกันในช่วงต้นปีถัดไป เช่น สมาคมยา (PhRMA) สมาคมทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ (IIPA) สมาคมภาพยนตร์ (MPA) กลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ (BSA) และสมาคมเคเบิลและดาวเทียมแห่งเอเซีย (CASBAA) เป็นต้น เสร็จแล้วฝ่ายบริหารจะทำรายงานเสนอสภาคองเกรสในเดือน เม.ย. โดยเสนอไปด้วยว่าจะจัดประเทศนั้นๆ อยู่ในอันดับใด
สำหรับไทยได้ขยับจาก WL มาติดอยู่ใน PWL ถึงปี พ.ศ. 2552 ก็นับได้ 3 ปีแล้ว ด้วยข้อกล่าวหาหลายประการ เช่น ไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง การไม่ปราบเทปผี CD เถื่อนอย่างจริงจัง การแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ ยาปลอม ละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือ ตลอดจนการบังคับใช้สิทธิบัตรยาที่ไม่โปร่งใสเป็นไปตามทำนองคลองธรรม การละเมิดลิขสิทธิซอฟต์แวร์ และเคเบิลทีวี เป็นต้น ข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำให้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนักในสายตาของต่างประเทศโดยเฉพาะในเรื่องของการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และเกิดความสำคัญมากขึ้นเมื่อสหรัฐนำเรื่องการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาไปโยงกับการที่สหรัฐจะให้แต้มต่อทางภาษีนำเข้า หรือลดภาษีนำเข้าให้เป็นพิเศษที่เรียกว่า จีเอสพี หรือไม่ก็ขึ้นกับประเทศนั้นให้การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่เพียงพอหรือไม่
สำหรับรายละเอียดว่า ทำไมปลด 3 ประเทศจาก WL ทำไมยังให้ไทยอยู่ใน PWL และทั้งหมดมีกี่ประเทศ แต่ละประเทศอยู่ไหนกันบ้าง ดิฉันต้องขอเป็นคราวหน้าแล้วละคะ







