
ยูเครน
ยูเครนเป็นประเทศในยุโรป เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เพิ่งได้เอกราชมา 22 ปี ประชากรส่วนใหญ่เป็นฝรั่งผิวขาว ไม่น่าจะมีอะไรเหมือนประเทศไทย
ยูเครนเป็นประเทศในยุโรป เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เพิ่งได้เอกราชมา 22 ปี ประชากรส่วนใหญ่เป็นฝรั่งผิวขาว ไม่น่าจะมีอะไรเหมือนประเทศไทย
แต่ใน 2 เดือนที่ผ่านมา การเมืองของยูเครนมีอะไรหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับเราอย่างเหลือเชื่อ
ก่อนอื่นผมขอให้ข้อมูลทั่วๆ ไปเกี่ยวกับยูเครนหน่อยนะครับ ขนาดของประเทศโตกว่าเราเล็กน้อยที่ประมาณ 6 แสนตารางกิโลเมตร มีประชากร 46 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าเรา รายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 4,000 เหรียญสหรัฐ แต่ถ้าวัดด้วยกำลังซื้อจะประมาณ 7,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับเรา
ข้อมูลด้านอื่นๆ แตกต่างจากเรา เพราะเป็นประเทศที่เติบโตขึ้นมาภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ เป็นรัฐสวัสดิการเกือบจะเต็มตัว การรักษาพยาบาลฟรี แต่คุณภาพค่อนข้างแย่ อัตรการเกิดต่ำ การตายสูง ตัวเลขล่าสุดต่อปี คือ เกิดพันละ 11 ตายพันละ 16 ประชากรจึงลดลงอย่างรวดเร็ว ในอัตราปีละเกือบ 2 แสนคน
การศึกษาพื้นฐานทั่วถึงดี ประชาชนอ่านออกเขียนได้กว่าร้อยละ 99 แต่คุณภาพไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก ยกเว้นด้านกีฬา ซึ่งระบอบคอมมิวนิสต์มักจะให้ความสำคัญสูง
ตัวอย่างนักกีฬายูเครนที่มีชื่อเสียงก้องโลก คือ เซอเก บุบก้า ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติโลกกระโดดค้ำถ่อจำนวนนับไม่ถ้วน และได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุดในโลกหลายสมัย
พร้อมๆ กับการผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งของเรา ที่ยูเครน รัฐบาลวิคเตอร์ ยานูโควิช ก็ประกาศถอนตัวจากการลงนามในข้อตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรป หรืออียู ซึ่งจะปูทางไปสู่การเป็นประเทศสมาชิกอย่างเต็มตัว
อียูอ้าแขนรอรับยูเครนมานานแล้ว ยื่นใบสมัครเมื่อไรและทำตามเงื่อนไขครบถ้วนก็ได้เป็นทันที
แต่ ยานูโควิช อ้างว่าหากยูเครนหันไปหายุโรป จะทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ เพราะมีธุรกิจในประเทศจำนวนมากที่พึ่งพาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย
คนที่ออกมาประท้วงส่วนใหญ่เป็นคนเมือง เป็นชนชั้นกลางที่มีความรู้ คนเหล่านี้เชื่อว่าอนาคตของยูเครนอยู่ที่การรวมกลุ่มกับยุโรป ไม่ใช่รัสเซีย
ในระยะแรก ยานูโควิช อ้างความชอบธรรมจากการเลือกตั้งว่า แนวทางของเขาเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ ประกอบกับมั่นใจว่าฝ่ายค้านกำลังอ่อนแอ รวมตัวกันไม่ติด แกนนำที่สำคัญ คือ ยูเลีย ติโมเชนโก ก็ถูกจับขังคุกอยู่ ไม่สามารถออกมานำขบวนต่อต้านรัฐบาล
แต่ถึงจะไม่มีผู้นำที่โดดเด่น แกนนำประกอบด้วยหัวหน้าพรรคเล็ก 3 พรรคที่จุดยืนไม่ใคร่จะตรงกัน และชอบแย่งซีนกันเอง แต่ประชาชนก็ไม่ใส่ใจ คงแห่แหนกันออกมาจนเต็มจัตุรัสกลางเมืองหลวง
ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมก็ขยายขอบเขตมากขึ้นตามจำนวนผู้ชุมนุม จากการเรียกร้องให้สานความสัมพันธ์กับยุโรป เป็นการต่อต้านคอร์รัปชั่น ขับไล่รัฐบาล และปฏิรูปการปกครอง ตามลำดับ
ในช่วงปลายเดือน พ.ย. รัฐบาลพยายามใช้กำลังสลายการชุมนุม แต่ไม่เป็นผล ประกอบกับมีแรงกดดันจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง จึงเปลี่ยนท่าทีหันมาตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมนุมหรือไม่
หลังจากนั้น รัฐบาลก็หันมาใช้วิธีขนคนขึ้นรถบัสจากชนบทในเขตที่สนับสนุนรัฐบาล เข้ามาชุมนุมแข่งกับฝ่ายต่อต้านในเมืองหลวง กล่าวกันว่า มีทั้งการจ่ายเงินเป็นค่าจ้างและจัดหาที่พักและอาหารให้พร้อม
เห็นไหมครับว่า หากไม่มีชื่อประเทศและชื่อตัวบุคคล อ่านเรื่องนี้แล้วอาจทำให้เข้าใจผิด คิดว่าเป็นประเทศไทย
แต่ภายในความเหมือนอย่างเหลือเชื่อ กลับมีความแตกต่างอย่างมหาศาลเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาตอบรับในต่างประเทศ
พูดถึงจำนวนผู้ชุมนุมของเขาก็น่าจะมีหลายแสนคน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่น่าจะเท่าวันที่ 24 พ.ย. กับ 9 ธ.ค. ของเรา
แต่ประเด็นที่ทำให้เกิดความแตกต่าง คือ เรื่องที่ชาวยูเครนเรียกร้องเป็นเรื่องที่รัฐบาลและสื่อตะวันตกให้การสนับสนุน กล่าวคือ เป็นการเรียกร้องให้ยูเครนหันมารวมกลุ่มกับยุโรป แทนการฝักใฝ่รัสเซีย
ด้วยเหตุนี้ การชุมนุมในยูเครนจึงได้พื้นที่ข่าว และได้รับความเห็นอกเห็นใจจากสื่อตะวันตกมากกว่าการชุมนุมในบ้านเรา
ผมไม่เห็นมีสำนักข่าวไหนที่ชูธงว่ารัฐบาลยานูโควิชมาจากการเลือกตั้ง จึงมีความชอบธรรมที่จะปฏิเสธยุโรป และเลือกที่จะอยู่กับรัสเซีย
มีแต่เสียงชื่นชมผู้ชุมนุมจากปากผู้นำชาติตะวันตกที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เกือบตลอดเวลา
รัฐบาลสหรัฐถึงกับขู่จะแซงชั่นยูเครน หากมีการใช้กำลังสลายการชุมนุมอีก
ไม่เพียงเท่านั้น นายจอห์น แมคเคน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เพิ่งเดินทางไปยูเครนเพื่อพบปะพูดคุยกับฝ่ายค้าน รวมทั้งไปเยี่ยมลูกสาวของติโมเชนโก
ในการแถลงข่าว แมคเคน ประกาศยกย่องผู้ชุมนุมชาวยูเครนว่าได้แสดงออกซึ่งความรักชาติอย่างน่าอัศจรรย์
ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยานูโควิชอาจจะโชคดีที่ไม่ต้องพยายามมาก ก็มีรัฐบาลและสื่อตะวันตกช่วยประโคมข่าวให้ รวมทั้งช่วยเรียกร้องขอความเห็นใจจากประชาคมโลก
ในทางตรงข้าม ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้โชคดีเช่นนั้น เพราะเรื่องที่ต่อต้านไม่ได้มีผลประโยชน์ของชาติตะวันตกเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง
หากจะวัดกันด้วยเรื่องผลประโยชน์ สหรัฐอาจจะยังไม่อยากเห็นรัฐบาลนี้ถูกไล่ลงจากเวที เว้นเสียแต่จะมีเหตุผลอื่นที่มีน้ำหนักมากกว่า
ลองนึกภาพว่า หากฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมของเรามีคนในระดับใกล้เคียงกับแมคเคนมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ จะเป็นการเพิ่มความชอบธรรมให้กับการต่อต้านรัฐบาลในสายตาของชาวโลกมากขึ้นเพียงไร
ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจถูกต้องตรงกันว่า การชุมนุมขับไล่รัฐบาลในบ้านเรามีจุดแข็งมากๆ อยู่ 2 ประการ แต่น่าเสียดายว่าชาวโลกส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น ดังนี้
หนึ่ง จำนวนผู้ชุมนุม ซึ่งในความเป็นจริงเรามีคนที่ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลมากเป็นประวัติการณ์ แต่ชาวโลกส่วนใหญ่กลับยังเข้าใจผิดว่าจำนวนคนที่ออกมาชุมนุมมีน้อย
หลักการเกี่ยวกับเรื่องนี้ สรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือ คนออกมาน้อยแปลว่าฝ่ายต่อต้านมีปัญหา คนออกมามากแปลว่ารัฐบาลมีปัญหา
สอง การต่อต้านคอร์รัปชั่น ปัจจุบันเรื่องคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ชาติตะวันตกให้ความสำคัญสูง มีกฎหมายห้ามและมีบทลงโทษค่อนข้างแรงสำหรับธุรกิจหรือองค์กรที่เข้าไปพัวพันกับโครงการหรือธุรกรรมที่มีเรื่องคอร์รัปชั่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลพยายามเบี่ยงเบนไม่ให้ประเด็นนี้เด่นขึ้นมาในสายตาของชาวโลก โดยหันไปเน้นเรื่องสงครามระหว่างชนชั้น และเรื่องฝ่ายค้านแพ้เลือกตั้งซ้ำซากแทน
จุดแข็งทั้ง 2 ประการดังกล่าว หากมีการฉายภาพให้สังคมโลกเห็นชัดเจน จนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลไม่สามารถบิดเบือนหรือโต้แย้งได้ ก็จะเป็นการยากที่รัฐบาลและสื่อตะวันตกจะยังคงให้การสนับสนุนรัฐบาลนี้ต่อไป
เรายังไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานที่เป็นกลางในการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารออกไปนอกประเทศ ที่ผ่านมามีเพียงข้อมูลของภาครัฐ เช่น รายงานจำนวนผู้ชุมนุมของตำรวจ ซึ่งย่อมหนีไม่พ้นที่จะเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล
ผมเคยพูดไปแล้ว แต่จะขอพูดซ้ำอีกครั้งว่า เรื่องแบบนี้หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถือเป็นหน้าที่ จะคาดหวังให้ใครช่วยทำให้







