
กกต.จับตา!ม็อบส่อขวางรับสมัครเลือกตั้ง
หากเกิดความวุ่นวายขึ้นจนถึงขั้นต้องย้ายสถานที่ทางกกต. จำเป็นต้องปิดเป็นความลับไว้ก่อน แต่จะใช้วิธีการประเมินตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
แม้ว่าเป้าหมายของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) จะไม่ปฏิเสธกระบวนการเดินเข้าคูหาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยอันเป็นที่ยอมรับของสากลโลก ทว่าตลอด กปปส. เดินสายพบ กกต. เรียกร้องขอให้เลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไป เพื่อเปิดทางให้มีการปฏิรูปประเทศเสียก่อน
พลันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ปฏิทินคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องกางกำหนดวันที่ 2 ก.พ.2557 ให้เป็นวันเลือกตั้งทั่วประเทศ
ระหว่างทางก่อนถึงวันเลือกตั้ง ทางกกต. เปิดรับสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 23 – 27 ธ.ค.นี้ ถัดมาวันที่ 28ธ.ค.-1ม.ค. จะเป็นรอบของการรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
ยุทธศาสตร์ทิศทางการรบของ กปปส. จึงหนีไม่พ้นการขัดขวางล้อม อาคารกีฬาเวสน์ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพฯ ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่เตรียมงานรับสมัคร สส. ที่จะเดินทางมาพร้อมสีสันกองเชียร์จากทุกพรรคการเมือง รอลุ้นจับสลากหมายเลขมงคล เช่นทุกครั้งที่เคยทำมา หากไม่สามารถเดินเข้าไปยื่นใบสมัครได้ ก็เท่ากับขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง
ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับหน้าที่เตรียมความพร้อมการจัดงานทั้งหมด ชี้แจงว่า การเปิดรับสมัคร สส. มีรูปแบบเหมือนเมื่อครั้งการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 3 ก.ค.2554 และแม้ว่าหากกลุ่ม กปปส. จะมีการยกระดับการชุมนุมปิดล้อม ก็ได้มีการประชุมกับผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งประเมินว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะการรับสมัครการเลือกตั้ง สส. เป็นกลไกตามระบอบประชาธิปไตย โดย กกต.คาดหวังว่า ไม่น่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น เพราะ กกต. ต้องทำตามพระราชกฤษฎีกาและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
สำหรับรูปแบบการเตรียมการเบื้องต้นทาง กกต.จะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดส่งกำลังมาคอยดูแลเกี่ยวกับการเจรจา โดยยืนยันว่า ไม่มีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลแต่อย่างใด ส่วนหากเกิดความวุ่นวายขึ้นจนถึงขั้นต้องย้ายสถานที่ทางกกต. จำเป็นต้องปิดเป็นความลับไว้ก่อน แต่จะใช้วิธีการประเมินตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน และกำหนดสถานที่เปิดรับสมัครอีกครั้งหนึ่ง
กระนั้นท่ามกลางกระแสความวิตกกังวลว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมสถานที่ในวันรับสมัคร สส. ทาง กกต. ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ของ กกต.กลาง ที่มีอยู่หลายฝ่าย อาทิ ฝ่ายจัดสถานที่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายเอกสาร รวมถึงหน่วยงานที่เข้ามาร่วมสมทบอย่าง กรมการปกครอง ที่มีเจ้าหน้าที่สำหรับบันทึกข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร
โดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดรวมทั้งสิ้นประมาณ 200 คน จะเดินทางไปยังอาคารกีฬาเวสน์ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพฯ ในวันที่ 21- 22 ธ.ค. เพื่อจัดเตรียมสถานที่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนวันที่ 23 ธ.ค.
นอกจากนี้ยังขอให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคจัดเรียงรายชื่อ 1-125 คน เพื่อให้ง่ายแก่การตรวจเอกสาร ตั้งแต่วันที่ 23ธ.ค.-27ธ.ค. เวลา 08.30น.-16.30น.ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนฯ ทั้งนี้หากหัวหน้าพรรคไม่ไปยื่นหนังสือด้วยตัวเองต้องทำหนังสือมอบอำนาจ 17/ข แก่ผู้ที่จะมายื่นสมัครแทนด้วย
ขณะที่ในวันเลือกตั้ง กระทรวงกลาโหม ได้เตรียมจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เข้ามาช่วยดูแลการจัดการเลือกตั้งนั้น ถือเป็นเรื่องปกติของการจัดการเลือกตั้งทุกครั้ง โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้กกต. ได้มีการเตรียมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตลอดช่วงการเลือกตั้งไว้ทั่วประเทศรวมจำนวนทั้งสิ้น 1.2 ล้านคน กระจายลงประจำหน่วยเลือกตั้งจำนวน 1 แสนหน่วย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางวันรับสมัคร สส. จะเข้าข่ายผิดนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. ขณะเดียวกัน ท่าทีจากพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แจ้งเตือนอีกว่าอาจเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้ว หากไปกดดัน หรือข่มขืนใจ หรือขัดขวาง เพื่อไม่ให้ผู้ที่มีความประสงค์จะไปลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยหากร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ผู้กระทำผิดยังต้องมีโทษสูงขึ้น จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ







