
"ไทยเฉย" บนความแตกแยก
หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล ยังเกาะติดกับสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองของไทยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยล่าสุดสื่อชื่อดังได้ตีพิมพ์บทความ ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันร้อนระอุจากกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายต่อต้าน ยังมีคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่พยายามรักษาความเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด หรือที่เรียกกันว่า “ไทยเฉย” ซึ่งเลือกจะอยู่ห่างๆ จากม็อบนกหวีดที่ออกมารวมตัวประท้วงต่อต้านรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บนถนนหลายสายในกรุงเทพฯ เมื่อสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล ยังเกาะติดกับสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองของไทยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยล่าสุดสื่อชื่อดังได้ตีพิมพ์บทความ ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันร้อนระอุจากกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายต่อต้าน ยังมีคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่พยายามรักษาความเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด หรือที่เรียกกันว่า “ไทยเฉย” ซึ่งเลือกจะอยู่ห่างๆ จากม็อบนกหวีดที่ออกมารวมตัวประท้วงต่อต้านรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บนถนนหลายสายในกรุงเทพฯ เมื่อสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในขณะที่สถานการณ์การชุมนุมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ “ไทยเฉย” กลุ่มนี้ได้ให้ความเห็นว่า ผู้ประท้วงทั้งสองกลุ่มสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
รายงานได้อ้างไทยเฉยผู้หนึ่งวัย 41 ปี ซึ่งกล่าวว่า ขณะนี้การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองถือเป็นเรื่องต้องห้าม เพราะจะทำให้ทะเลาะกันได้ง่าย
ไทยเฉยรายนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ที่เลือกเป็นไทยเฉยไม่เข้าร่วมการชุมนุมใดๆ แม้ภรรยาของเจ้าตัวจะเข้าร่วมการชุมนุมโดยตลอดก็ตาม เนื่องจากยังไม่เห็นด้วยกับวิสัยทัศน์ของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมในครั้งนี้
ความแตกต่างทางความคิดด้านการเมืองของคู่สมรสนี้ หลายครั้งอาจจะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัวได้ ดังนั้นประชาชนจำนวนมากจึงพยายามที่จะไม่เลือกข้าง หรือเป็นไทยเฉย เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท หรือลดความกดดันที่เกิดจากกลุ่มเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัว
ความวุ่นวายทางการเมืองในไทยนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ในขณะนั้น ในทางกลับกัน ในปีนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคนสำคัญที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมานำประชาชนกว่า 2 แสนคน เดินประท้วงไปตามถนนหลายสายในเมืองหลวงของไทย เพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยของรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่เดือน พ.ย. ที่ผ่านมา
แม้ พ.ร.บ.นี้จะถูกคว่ำโดยสมาชิกวุฒิสภา แต่การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไป โดยเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นการขับไล่รัฐบาล และให้ตระกูลชินวัตรยุติบทบาททางการเมือง จนกระทั่งรัฐบาลทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องออกมาประกาศยุบสภา และกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ.ปีหน้า แต่ทว่าความวุ่นวายทางการเมืองจากการชุมนุมประท้วงยังไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงยังคงปักหลักชุมนุมต่อไป เนื่องจากต้องการให้รัฐบาลรักษาการของ ยิ่งลักษณ์ ลาออก และไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งดังกล่าว
สื่อต่างชาติฉบับนี้ยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินไปในสังคมไทยนี้ ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาบีบให้เหล่า “ไทยเฉย” ต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นไทยเฉยต่อไป เพราะยังคงอยู่ในสภาพที่ผิดหวังจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน







