
"ปู"ทัวร์อีสานมั่นใจเป็นรัฐบาลอีกรอบ
ยิ่งลักษณ์ ทัวร์อีสาน มั่นใจฐานเสียงแน่นปึ๊ก ย้ำ ลุยจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ. เล็งดึงกองทัพ ต่างชาติร่วมสังเกตการณ์ การันตีปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง เมินม็อบนกหวีดไล่
ยิ่งลักษณ์ ทัวร์อีสาน มั่นใจฐานเสียงแน่นปึ๊ก ย้ำ ลุยจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ. เล็งดึงกองทัพ ต่างชาติร่วมสังเกตการณ์ การันตีปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง เมินม็อบนกหวีดไล่
บรรยากาศการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการในวันที่ 2 ของนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางมาตรวจราชการพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 17-22 ธ.ค.นี้ เริ่มตั้งแต่เช้าเวลา 09.45 น.นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปยังสนามบินสุรินทร์ภักดี จากนั้นเดินทางต่อเพื่อไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟบุฤาษี ต.บุฤาษี จ.สุรินทร์ โดยขบวนรถไฟพิเศษ 933 ความยาว 4 โบกี้ ไปยัง สถานีศรีษะเกต จ.ศรีษะเกต โดยประชาชนมาให้การต้อนรับจำนวนมาก พร้อมกับมอบดอกกุหลาบสีแดงเป็นกำลังใจระหว่างเส้นทาง ระยะทาง 90 กิโลเมตร ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 10 สถานี ซึ่งแต่ละสถานีมีมวลชนมารวมตัวให้การต้อนรับ โดยขบวนรถไฟจะชะลอความเร็วจากนั้นเพื่อให้ นายกรัฐมนตรี ได้โบกมือทักทายประชาชนที่มาให้การต้อนรับ ตั้งแต่ สถานีศรีขรภูมิ , สำโรงทาบ , ห้วยทับทัน , อุทุมพรพิสัย บ้านเนียม เป็นต้น
อย่างไรก็ตามก่อนขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศก่อนขึ้นรถไฟด้วยว่า มั่นใจฐานในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ยังจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยกลับมาเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
นายชัชชาติ สิทธพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้หนีการเมือง แต่เป็นการตรวจราชการเส้นทางคมนาคมที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะขึ้นรถไฟจากจ.สุรินทร์ไปจ.ศรีสะเกษถือเป็นการตรวจเส้นทางรถไฟที่มีการอนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซม โดยเส้นทางนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรถไฟความเร็วสูงสายโคราช - อุบลราชธานี และอาจจะมีการสร้างไปต่อยังเมืองปากเซ ตามที่ได้มีการหารือกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)ไว้ ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาสนามบิน สุรินทร์ภักดี ซึ่งเป็นสนามบินที่ใช้ทางการทหารซึ่งตั้งอยู่ใจกลางจ.สุรินทร์ให้เป็นสนามบินพาณิชย์ด้วย
พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าทางรัฐบาลจะเดินหน้าในการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 อย่างเต็มที่ด้วยการสร้างความโปร่งใส โดยจะทำให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมกับให้องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ สถาบันการศึกษา หรือแม้แต่กองทัพตามที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เสนอให้นำกำลังทหารเข้ามาช่วยดูแลการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงการดึงองค์การระหว่างประเทศเช่น สหประชาชาติ หรือ องค์กรอื่นๆ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์
และมั่นใจว่าภายหลังมีการเลือกตั้งจะมีการเดินหน้าปฏิรูปการเมืองอย่างเห็นเป็นรูปธรรม และการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ขณะที่การเดินหน้าจัดเวทีการปฏิรูปของนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดเสวนาเวที “ประเทศไทยของเราจะไปทางไหน” ได้พยายามเร่งดำเนินการให้ได้รูปแบบการปฏิรูปให้เร็วที่สุดเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปการเมืองในอนาคต
ทั้งนี้ยืนยันว่าการเดินทางตรวจราชการของนายกรัฐมนตรีไม่หวั่นเกรงถูกกลุ่มต่อต้านโดยกลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพราะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน แม้ในบางจังหวัดเป็นที่ทราบกันดีว่ามีแนวร่วม กปปส.อยู่จำนวนมากจะออกมาแสดงพลังด้วยการเป่านกหวีดก็ไม่เป็นไร แต่สิ่งสำคัญ คือ ขออย่าให้มีการปะทะ ในขณะที่ฝ่ายคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ในทุกสถานที่นั้นมั่นใจว่าจะไม่มีการปะทะ เพราะคนเสื้อแดงไม่ได้เกเรแต่อย่างใด







