posttoday
ฤา...สังคมไทยถึงจุดเปลี่ยนตามธรรมวิถี (๑)

ฤา...สังคมไทยถึงจุดเปลี่ยนตามธรรมวิถี (๑)

05 พฤษภาคม 2553

 

 

....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : “...วันนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหน ก็พบว่าทุกคนมีความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกๆ ด้าน ไม่ว่าเศรษฐกิจ สังคม การเมือง จึงใคร่ขอฟังธรรม เพื่อนำไปสู่การคลายความทุกข์ใจบ้าง เพื่อประโยชน์แห่งสังคมไทย ขอพระอาจารย์ช่วยโปรดเมตตาด้วยเถิด...”

วิสัชนาธรรม : ขอเจริญพรสาธุชนผู้สนใจในพระธรรมคำสั่งสอน อันเป็นสัจธรรม ซึ่งแจกแจงแสดงให้เห็นถึงความมีอยู่จริงในธรรมชาติ อันได้แก่ พระไตรลักษณ์ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบหลักอริยสัจ อันเป็นสัจธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นนิยยานิกธรรม (ธรรมอันเป็นเครื่องนำออกจากความทุกข์) ซึ่งกล่าวเรียกสรุปว่า พระนิพพาน อันเป็นธรรมที่ดับสิ้นทุกข์นั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพุทธศาสนาจะอบรมสั่งสอนการพัฒนาจิตใจ อันเป็นไปเพื่อให้รู้แจ้งในหลักอริยสัจ เพื่อความเข้าใจในกฎแห่งพระไตรลักษณ์ และเพื่อให้ถึงซึ่งพระนิพพานก็จริง ก็มิได้ละเลยขั้นการจัดความสัมพันธ์ในความเกี่ยวข้องกับทางโลกไม่ มิหนำซ้ำกลับให้ความสำคัญกับการจัดความสัมพันธ์ในสังคมให้เป็นไปอย่างปกติ โดยวางหลักศีลธรรมขั้นสังคมไว้ เพื่อความอยู่ร่วมกันอย่างปกติ ดังปรากฏอยู่ในหลักกรรมบถสิบ ทางกายวาจาใจ ที่มุ่งเน้นสั่งสอนให้เห็นคุณของกุศลกรรม และให้เห็นโทษของอกุศลกรรม มีปรากฏแสดงไว้ให้เห็นเป็นตัวอย่างที่ควรแก่การเรียนรู้ เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติอันมีมากมายที่จารึกไว้ในพระไตรปิฎกที่ควรแก่การศึกษา ซึ่งพระสงฆ์มักจะนิยมนำมาเทศนาสั่งสอนญาติโยมอยู่เสมอ โดยสรุปคำสั่งสอนทั้งหมดสรุปรวมลงที่ ความชั่วพึงควรละเว้น และให้มุ่งทำความดี เชื่อมั่นในกฎแห่งกรรมว่า “ใครทำดี ย่อมได้ดี ทำชั่ว ย่อมได้ชั่ว” ซึ่งเป็นการสอนหลักศีลธรรมขั้นพื้นฐานของพุทธศาสนา ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม และยังได้แสดงให้เห็นถึงการจัดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตามฐานะ ดังปรากฏในสิงคาลกสูตร ว่าด้วยเรื่องทิศทั้ง ๖ ที่สังคมชาวพุทธในอดีตมักจะหยิบยกขึ้นมาอบรมสั่งสอนกัน จนกลายเป็นสังคมวิถีพุทธ ที่มีความเจริญจิต เจริญใจ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แม้จะไม่ก้าวไกลในทางวัตถุมากนัก

แต่เมื่อสังคมเดินทางก้าวไกลจนถึงปัจจุบัน โลกเปิดกว้าง การศึกษาไร้พรมแดน ไม่มีเครื่องขวางกั้นต่อการสื่อสาร โลกแห่งการรับรู้จึงวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว การให้ความสำคัญทางด้านวัตถุ จึงเป็นไปตามกาลสมัย มีความตื่นตาตื่นใจ เร้าใจ และให้ความเร่งเร้าในสภาพสังคมสมัยใหม่ต่อบุคคล ซึ่งทะยานสูงในความอยาก อันมุ่งหาความสุขจากการเสพที่ได้จากการแสวงหา จนขาดการยับยั้งชั่งใจ ขาดการชั่งความคิด และนำไปสู่ความวิปริตในการกระทำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ จนมนุษย์ในสังคมโลกแห่งวัตถุนิยม ที่ติดอยู่กับความสุขจากการเสพ จนกลายเป็นพวกสุขนิยม ขาดสติปัญญา พ่ายแพ้อำนาจความอยาก จึงยากที่จะพูดคุยเรื่องบาปบุญคุณโทษได้เหมือนดังแต่ก่อน

อำนาจเงินตราจึงซื้อคุณค่าความเป็นมนุษย์ได้อย่างสิ้นเชิง จนเข้าสู่ความเป็นยุคทาส (น้ำเงิน) อีกครั้ง ภายใต้การสั่งการของนายทาส ผู้ถืออำนาจวัตถุเป็นใหญ่ ด้วยมีฐานะทางการเงินสูงกว่า เราจึงเห็นการไล่ล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่เกิดขึ้น ที่เรียกว่า “สงครามทางเศรษฐกิจ” มีการล่าเมืองขึ้นกัน เป็นไปอย่างกว้างขวาง มีระบบนายทาสที่ไร้พรมแดน ซึ่งอาศัยการจัดสรรเป็นส่วนอย่างพอเหมาะ เพื่อการดำเนินสู่จุดมุ่งหมายของตน และเพื่อประโยชน์แห่งตนและพวกพ้อง

การปฏิวัติสังคมจึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงสุดโต่ง จากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ด้วยอำนาจฤทธิ์วัตถุนิยม ซึ่งแผ่กว้างไปทั่วโลก จึงส่งผลกระทบต่อทางลึกและทางกว้าง กับภาคสังคมแต่ละพื้นที่ แต่ละกลุ่ม เกือบจะไม่มีอำนาจใดๆ มายับยั้งอำนาจวัตถุนิยมได้เลย ซึ่งได้แปลงค่าเป็นอำนาจทุนนิยมสู่ภาคสังคมอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่ง นายทุนจึงแปลงกายเป็นนายทาสที่ทันสมัย

อาศัยเงื่อนไขกฎหมายทางสังคมเป็นเครื่องมือ เพื่อเข้าไปจัดระเบียบสังคมให้สมประโยชน์แห่งตนและพวกพ้อง มีการดำเนินการทั้งในรูปแบบและนอกรูปแบบ เพื่อสร้างสังคมทุนนิยมยุคไร้พรมแดนขึ้นมาใหม่ และสลายสภาพดั้งเดิมของสังคม ที่ขวางทาง ขัดประโยชน์ ต่อตนและพวกพ้องในทุกวิถีทาง เพื่อความสมประโยชน์แห่งตนและบริวาร

อ่านต่อฉบับหน้า

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน