
รุกหนัก
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ได้แสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ที่สามารถโน้มน้าวใจให้ 10 ประเทศอาเซียนรวมถึงลาวและกัมพูชาที่สนิทกับจีน ร่วมออกแถลงการณ์ร่วมในประเด็นเรื่อง “ความปลอดภัยในการบินอย่างอิสระ” และการยอมรับในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จอย่างสูงในการกดดันให้จีนทำตามหลักการสากลนี้
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ได้แสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ที่สามารถโน้มน้าวใจให้ 10 ประเทศอาเซียนรวมถึงลาวและกัมพูชาที่สนิทกับจีน ร่วมออกแถลงการณ์ร่วมในประเด็นเรื่อง “ความปลอดภัยในการบินอย่างอิสระ” และการยอมรับในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จอย่างสูงในการกดดันให้จีนทำตามหลักการสากลนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากจีนได้ประกาศเขตป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) ใหม่ ครอบคลุมทะเลจีนตะวันออก ซึ่งแต่ก่อนเป็นเขตน่านฟ้า เสรี นอกจากนี้เขตป้องกันดังกล่าวทับซ้อนกับน่านฟ้าของเกาะ “เตียวหยู” หรือ “เซนกากุ” ที่กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่น และจีนยังเคยเปรยๆ ว่าจะประกาศเอดีไอแซดในทะเลจีนใต้ ซึ่งจะทำให้ประเทศในอาเซียนได้รับผลกระทบไปด้วย
บทบรรณาธิการระบุต่อไปว่า อาเบะ ยังได้เสนอแนวทางการสร้างความเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบนพื้นฐานของ “สันตินิยมเชิงรุก” และมีแผนที่จะประชุมร่วมกันกับรัฐมนตรีกลาโหมของประเทศอาเซียนในครั้งต่อไป นอกจากนี้สื่อชื่อดังแดนซามูไรยังได้เสนออีกว่า ญี่ปุ่นควรร่วมมือกับสหรัฐในการสนับสนุนอาเซียนในการจัดทำระเบียบวิธีแก้ไขปัญหาในทะเลจีนใต้ (โคด ออฟ คอนดัค)
อย่างไรก็ตาม บทบรรณาธิการของหนังสือพิม ไชน่า เดลี ของจีน ได้แสดงความเห็นในวันเดียวกัน แย้งว่า ความพยายามของญี่ปุ่น ณ ขณะนี้นั้นสูญเปล่า เพราะจีนกับประเทศในอาเซียนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเรียกร้องให้ อาเบะ หยุดการกระทำที่เป็น “ชาตินิยม” ได้แล้ว







