posttoday
ตามรอยฟิลิปินส์

ตามรอยฟิลิปินส์

17 ธันวาคม 2556

เมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้ว คนไทยที่อยากไปเรียนต่อในต่างประเทศเป็นนักเรียนนอกกับเขาบ้าง ถ้าไม่มีเงินทองพอที่จะไปเรียนต่อที่อเมริกาหรืออังกฤษ ก็มักจะดิ้นรนขวนขวายไปเรียนต่อที่ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะตอนนั้นฟิลิปปินส์จัดว่าเป็นประเทศที่ได้รับการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและการศึกษาแนวหน้าในภูมิภาคนี้ เนื่องจากถูกปกครองโดยสหรัฐอเมริกาอยู่เกือบครึ่งทศวรรษ จึงได้รับการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจและการศึกษาแบบอเมริกันไว้ค่อนข้างดีเป็นเวลาอันยาวนาน

เมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้ว คนไทยที่อยากไปเรียนต่อในต่างประเทศเป็นนักเรียนนอกกับเขาบ้าง ถ้าไม่มีเงินทองพอที่จะไปเรียนต่อที่อเมริกาหรืออังกฤษ ก็มักจะดิ้นรนขวนขวายไปเรียนต่อที่ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะตอนนั้นฟิลิปปินส์จัดว่าเป็นประเทศที่ได้รับการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและการศึกษาแนวหน้าในภูมิภาคนี้ เนื่องจากถูกปกครองโดยสหรัฐอเมริกาอยู่เกือบครึ่งทศวรรษ จึงได้รับการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจและการศึกษาแบบอเมริกันไว้ค่อนข้างดีเป็นเวลาอันยาวนาน

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานเศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์ก็ล่มสลาย คนฟิลิปปินส์นับล้านต้องออกไปขายแรงงานในต่างประเทศเพื่อความอยู่รอด เกิดการจลาจลรบราฆ่าฟันกันเอง สงครามแบ่งแยกดินแดนขยายตัวทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เคยล้าหลังกว่าอย่างเช่นประเทศไทยหรือมาเลเซีย นอกจากนั้นยังมีปัญหาด้านการกระจายรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจน โดยในช่วงปี 1980 คนรวย 10% แรกของประเทศ มีส่วนแบ่งรายได้ของประเทศเดือนละ 40% ของรายได้รวม ในขณะที่คนจนที่สุด 60% ของประชากร มีรายได้เพียง 22% ของรายได้รวมเท่านั้น

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศฟิลิปปินส์มีการปกครองภายใต้รัฐบาลที่ปกครองประเทศยาวนานถึง 21 ปี โดยมีประธานาธิบดี เฟอร์ดินาน มากอส เป็นผู้นำ เพราะฉะนั้นใครที่บอกว่าสาเหตุที่การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร ถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงไปทีละประเทศสองประเทศ ก็ควรที่จะลองกลับมาคิดดูเหมือนกันว่า จริงๆ แล้วเศรษฐกิจของประเทศจะเจริญก้าวหน้าได้ จำเป็นจะต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เพื่อให้ดำเนินนโยบายต่อเนื่องเสมอไป กระนั้นหรือ

นอกจากประเทศฟิลิปปินส์สมัยมากอส แม้แต่ประเทศจีนก่อนยุคเติ้งเสี่ยวผิง หรือประเทศเกาหลีเหนือในปัจจุบันก็มีและมีรัฐบาลพรรคเดียวที่ปกครองประเทศยาวนานต่อเนื่องกันนับสิบๆ ปี แต่หาได้ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญก้าวหน้าขึ้นมาไม่ แต่กลับดูเหมือนว่ายิ่งอยู่นาน หัวหน้ารัฐบาลและพรรคพวกบริวารกลับยิ่งสะสมความมั่งคั่งร่ำรวยไว้ที่กลุ่มของตนมากขึ้นเท่านั้น อย่างมากอสเองมีการติดตามยึดทรัพย์กลับมาฟิลิปปินส์ได้ประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นแต่ส่วนหนึ่งของเงินที่ได้มาจากการโกงกินคอร์รัปชั่นเป็นเวลาอันยาวนานระหว่างปี ค.ศ. 1965–1986 และมีอำนาจในการบริหารประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

เพราะฉะนั้น ผมจึงมองสถานการณ์บ้านเราในแง่ดีว่า วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ถึงแม้ว่าในระยะสั้นจะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักไปบ้าง ก็ถือได้ว่าเป็นต้นทุนที่คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่จะได้รับในอนาคต

จริงอยู่ เท่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐบาลค่อนข้างบ่อย บางรัฐบาลอยู่ได้ไม่กี่เดือน ที่เก่งหน่อยอยู่ได้จนเกือบครบเทอมแล้วก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ที่น่าสังเกตคือ ท่านผู้อ่านเคยสังเกตเห็นความแตกต่างในเชิงนโยบายการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ ผมหมายถึงนโยบายที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ที่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งได้นำมาใช้บริหารประเทศ แล้วอีกรัฐบาลหนึ่งได้ล้มเลิกไปบ้างหรือไม่

ผมยอมรับว่า ผมไม่เห็นความแตกต่างในเชิงนโยบายการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลแต่ละรัฐบาลที่ผ่านมาเท่าไรนัก ยกตัวอย่างเช่นนโยบายประชานิยม ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็เห็นแต่จะเป็นนโยบายประชานิยมออกมาใช้เพื่อซื้อความนิยมจากประชาชน จะแตกต่างกันก็ตรงที่ใครจะประชานิยมคือ ลด แลก แจก แถม มากกว่ากันเป็นหลัก หรือแตกต่างกันด้วยวิธีการที่จะนำมาใช้ภาคปฏิบัติ เช่น นโยบายการสนับสนุนราคาพืชผลทางการเกษตรที่พรรครัฐบาลปัจจุบันใช้วิธีการรับซื้อหรือรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด ส่วนรัฐบาลที่แล้วใช้วิธีการแจกเงินชดเชยราคาผลผลิตให้กับเกษตรกรโดยตรง

เพราะฉะนั้น ถึงจะเปลี่ยนรัฐบาลจากรัฐบาลพรรคพลังประชาชนมาเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และจากพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นพรรคเพื่อไทย นโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรก็หาได้ถูกยกเลิกไปไม่ และก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีพรรคการเมืองไทยเสนอทางเลือกอื่นให้ภาคการเกษตรของประเทศที่จะพัฒนาให้เข้มแข็งขึ้นอย่างยั่งยืน สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ทั้งด้านคุณภาพของผลผลิตและราคาพืชผล

ส่วนนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ทุกพรรคเน้นการเพิ่มรายได้ประชาชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจเสรี ส่วนจะเสรีจริงหรือไม่ ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง ยังไม่มีใครเสนอให้เปลี่ยนแปลงนโยบายเศรฐกิจอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น แทนการเน้นนโยบายเศรษฐกิจเสรีเดิมรูปแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา จะหันมาเน้นนโยบายเสรีนิยมเอียงซ้ายคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ประกอบการท้องถิ่นขนาดเล็กและผู้บริโภค จนกว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเข้มแข็ง ก่อนจะเข้าไปร่วมวงเล่นเกมเศรษฐกิจแบบตะวันตกเต็มตัว

จะเห็นว่าถึงประเทศนี้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย แต่นโยบายเศรษฐกิจหลักๆ นับเป็นนโยบายเดิมๆ และต่อเนื่องจากรัฐบาลหนึ่งไปสู่อีกรัฐบาลหนึ่ง เพราะการจัดสรรงบประเทศอยู่ในขอบเขตจำกัด เนื่องจากร้อยละ 80 ของงบประมาณแผ่นดิน เป็นงบประมาณประเภทงบรายจ่ายประจำที่จัดสรรไปใช้อย่างอื่นไม่ได้

การเสื่อมถอยของเศรษฐกิจไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงเป็นการเสื่อมถอยโดยโครงสร้างที่ขาดการพัฒนาอย่างจริงจัง หาได้เกิดขึ้นเพราะขาดเสถียรภาพทางการเมืองอย่างที่หลายคนพูดไป ผมกลับมองว่าเพราะปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นขณะนี้ เกิดขึ้นจากพรรคการเมืองมิได้พยายามเสนอนโยบายเศรษฐกิจที่แตกต่างและหลากหลายให้ประชาชนเลือก แต่เลือกที่จะให้นโยบายเศรษฐกิจประเภทเดียวกันให้ประชาชน และแข่งขันกันว่าใครจะให้ผลประโยชน์ที่จับต้องได้และได้คะแนนเสียงแก่ประชาชนมากกว่ากัน จึงทำให้เศรษฐกิจไทยขาดการพัฒนาในเชิงโครงสร้าง เมื่อเศรษฐกิจโลกถดถอย การแข่งขันสูงขึ้น จึงไม่พร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของประเทศและของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

ก็มีครั้งนี้แหละครับ ที่เริ่มมีการเสนอให้ปฏิรูประบบการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ มีการเสนอให้ยกเลิกการทำโครงการประชานิยม เพราะเห็นว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น มอมเมาประชาชน มีการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการ มีการเสนอให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาโครงการทางสังคมและเศรษฐกิจ

ถูกผิดอย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาถกเถียงหาข้อยุติ แต่อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าการปล่อยให้ระบบเศรษฐกิจของชาติเดินต่อไปตามแนวทางที่ขาดการพัฒนา และแสวงหาทางเลือกที่ทำให้เศรษฐกิจเสื่อมถอยมากจนถูกเพื่อนบ้านแซงไปทีละประเทศสองประเทศเหมือนฟิลิปปินส์เมื่อ 3040 ปีที่แล้วใช่ไหมครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ