posttoday
ยึดหลักการ

ยึดหลักการ

17 ธันวาคม 2556

ต้องขออนุญาตเรียนว่า คอลัมน์ “คิดเพื่ออนาคต” นี้ มีจุดประสงค์ที่อยากเสนอแนวความคิดทางเศรษฐกิจและทิศทางที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าขึ้นไปเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของโลกในการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจโลกในอนาคตที่ความเจริญทางเศรษฐกิจจะเคลื่อนย้ายเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้ ซึ่งจะทำให้รายได้ของประชาชนทั้งประเทศเพิ่มขึ้นและจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมากที่ประเทศไทยจะพลาดโอกาสนี้ไป ไม่ได้มีจุดประสงค์จะพูดถึงการเมืองเลย เพราะทราบดีว่าเมื่อพูดเรื่องการเมืองแล้วก็จะมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และอาจจะทำให้แนวทางที่ตั้งใจอยากให้ประเทศเจริญต้องถูกเบี่ยงเบนไปเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งจะโต้เถียงกันไม่จบ

ต้องขออนุญาตเรียนว่า คอลัมน์ “คิดเพื่ออนาคต” นี้ มีจุดประสงค์ที่อยากเสนอแนวความคิดทางเศรษฐกิจและทิศทางที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าขึ้นไปเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของโลกในการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจโลกในอนาคตที่ความเจริญทางเศรษฐกิจจะเคลื่อนย้ายเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้ ซึ่งจะทำให้รายได้ของประชาชนทั้งประเทศเพิ่มขึ้นและจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมากที่ประเทศไทยจะพลาดโอกาสนี้ไป ไม่ได้มีจุดประสงค์จะพูดถึงการเมืองเลย เพราะทราบดีว่าเมื่อพูดเรื่องการเมืองแล้วก็จะมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และอาจจะทำให้แนวทางที่ตั้งใจอยากให้ประเทศเจริญต้องถูกเบี่ยงเบนไปเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งจะโต้เถียงกันไม่จบ

แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันปัญหาทางการเมืองได้ส่งผลกระทบมายังเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอย่างปฏิเสธไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดจากความไม่สงบทางการเมืองหากนับตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว จะมีมูลค่ารวมแล้วหลายแสนล้านบาท ซึ่งหากรวมค่าเสียโอกาสของประเทศแล้วอาจเป็นล้านล้านบาทได้ ดังนั้น การที่จะละเลยไม่พูดถึงปัญหาทางการเมืองที่มากระทบภาวะกับเศรษฐกิจนั้นคงไม่ได้แล้ว และปัจจุบันก็ยังมีแนวโน้มที่จะไม่สงบไปอีกนาน เพราะยังหาทางออกที่เหมาะสมไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะมีทางออกอย่างไรก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ ซึ่งจะทำความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ซึ่งเฉพาะเหตุการณ์ปัจจุบัน ความเสียหายได้เกิดขึ้นอย่างมากแล้ว ไปที่ไหนก็พบแต่นักธุรกิจเริ่มบ่นถึงภาวะการเมืองที่กระทบต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ดัชนีลดลงอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนต่างประเทศได้ขายสุทธิแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการคาดประมาณว่านักท่องเที่ยวลดลงแล้วกว่า 6 แสนคน และการยกเลิกการเดินทางก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายอีกเป็นแสนล้านบาทได้ และเชื่อว่าโอกาสที่จะได้พัฒนาประเทศในการลงทุน 2 ล้านล้านบาทก็คงจะยากแล้ว ที่สำคัญความแตกแยกทางความคิดของผู้คนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นในทุกระดับ แม้กระทั่งคนในครอบครัวเดียวกันก็ยังมีแนวคิดที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทุกครั้งที่ผู้เขียนจะเสนอแนวคิดทางการเมืองที่มากระทบเศรษฐกิจอย่างไร ก็มักจะยึดหลักการและความถูกต้องเป็นหลัก และพยายามคิดว่าสิ่งที่เราเสนอนี้อีก 10 ปี หรือ 20 ปีให้หลัง เมื่อกลับมาอ่านแล้วจะไม่ละอายใจกับตัวเองว่าได้เสนออะไรที่ไม่ถูกต้องกับหลักการหรือไม่ อย่างเช่นเรื่องการแก้ไขให้วุฒิสมาชิกทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งนั้นก็เป็นการแก้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สากลโลกเขาทำกัน ก็เชื่ออย่างจริงใจว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่น่าจะมีสิทธิตัดสินเรื่องนี้ เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยหากลองบอกให้ประชาชนชาวสหรัฐว่าวุฒิสมาชิกจะมาจากการแต่งตั้งบางส่วน ประชาชนชาวอเมริกันก็คงจะยอมรับไม่ได้ หรือการคัดค้านสภาประชาชนที่ไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่และนายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งที่ขัดต่อระบอบประชาธิปไตยก็เป็นสิ่งที่รับไม่ได้เช่นกัน และก็อยากชี้ให้เห็นปัญหาของการที่จะพยายามออกนอกระบบแล้วจะทำให้การกลับเข้าระบบทำได้ยาก หากจำกันได้ประเทศไทยในหลายสิบปีที่ผ่านมามีประชาชนต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเพื่อจะให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยในปัจจุบัน และยิ่งหนักขึ้นไปอีกเมื่อมีการเสนอว่าจะให้ประชาชนในแต่ละกลุ่มมีสิทธิในการเลือกตั้งต่างกัน ทั้งจากอาจารย์บางท่านและจากผู้นำการประท้วง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงออกนอกระบบเข้าไปใหญ่ ครั้งสุดท้ายที่ผู้เขียนได้ยินความคิดนี้คือในประเทศแอฟริกาใต้ที่กำหนดให้คนผิวขาวมีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าคนผิวดำ โดยอ้างว่าคนผิวดำจนและโง่ ซึ่งต่อมาก็ต้องยกเลิกไปในที่สุดเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว การนำความคิดนี้ขึ้นมาก็เท่ากับแสดงว่าเห็นค่าของคนไม่เท่ากัน และเป็นการแบ่งชนชั้นของคนอย่างชัดเจน ซึ่งทำไม่ได้

เมื่อมีการเสนอแบบนี้ทำให้นึกถึงบทวิเคราะห์ของ New York Times ซึ่งตรงกับอาจารย์วีรพงษ์ รามางกูร ที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่าเป็นความขัดแย้งทางชนชั้น ซึ่งก็หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้นปัญหาของประเทศนี้จะยิ่งใหญ่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และโอกาสที่จะเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างชนชั้นก็เป็นไปได้สูง ซึ่งไม่อยากคิดเลยว่าจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศได้อีกมากมายแค่ไหน

เนื่องจากผู้เขียนเองเป็นผู้มีประสบการณ์ที่ได้สัมผัสคนทั้งสองกลุ่ม ก็อยากจะเรียกร้องให้ทั้งสองกลุ่มได้พยายามเข้าใจแนวคิดของคน อีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงข้าม การที่คนเมืองหลวงมองว่าคนต่างจังหวัดเป็นคนไม่มีการศึกษาและถูกซื้อด้วยเงินได้ง่าย ก็อยากให้ได้มีโอกาสไปนั่งคุยกันจะได้ทราบที่จริงแล้วพวกเขามีแนวคิดที่ไปไกลมาก และเงินไม่ใช่เป็นปัจจัยในการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งคุณอลงกรณ์ พลบุตร และพรรคภูมิใจไทยสามารถที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา และการเลือกรัฐบาลของแต่ละกลุ่มก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตน

ดังนั้น หากทุกคนจะพยายามเข้าใจกันและยึดหลักการที่ถูกต้องเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาให้กับประเทศนี้ เราก็จะผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท