
เครือข่ายสุขภาพวอน"ปู" ฃถอยเพื่อชาติ
ภาคีเครือข่าย 5 เครือข่ายปฏิรูปประเทศ ได้แก่ เครือข่ายคนรักสุขภาพ เครือข่ายคนรักประเทศไทย เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง ซึ่งมีสมาชิกเครือข่ายจากทั่วประเทศร่วมลงชื่อสนับสนุนมากกว่า 1,000 คน ออกแถลงการณ์ “ขอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจถอยเพื่อชาติ”
ภาคีเครือข่าย 5 เครือข่ายปฏิรูปประเทศ ได้แก่ เครือข่ายคนรักสุขภาพ เครือข่ายคนรักประเทศไทย เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง ซึ่งมีสมาชิกเครือข่ายจากทั่วประเทศร่วมลงชื่อสนับสนุนมากกว่า 1,000 คน ออกแถลงการณ์ “ขอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจถอยเพื่อชาติ”
แถลงการณ์มีเนื้อหาเรียกร้อง 2 ข้อ ดังนี้ 1.ให้ยิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลาออก หยุดรักษาการทันที เพื่อเปิดช่องทางให้มีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ โดยให้มีคนนอกเข้ามาเป็นคนกลางในการปฏิรูปกฎเกณฑ์ กติกาต่างๆ ที่สำคัญ ในเวลาไม่เกิน12 ปี เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริง
2.ขอให้ดำเนินการตามมาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกภาคส่วน โดยไม่มีพรรคการเมืองและแกนนำเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง มาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศชั่วคราว และดำเนินการให้ประชาชนทุกฝ่ายได้เข้ามาร่วมกันทำการปฏิรูป แก้ไขกฎเกณฑ์ กติกาสำคัญต่างๆ แล้วจัดให้มีการทำประชามติ จากนั้นจึงจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
เจษฏ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม เปิดเผยว่า การเลือกตั้งควรต้องขยายกรอบเวลา โดยใช้มาตรา 187 ตามรัฐธรรมนูญ ขยายกรอบเวลา พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งอ้างมาตรา 108 กับ 187 ที่บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้มาตรา 108 ทำไปแล้ว คือ ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน แต่หากว่ายังเกิดปัญหา เราสามารถใช้มาตรา 187 ได้ ไม่เช่นนั้นหากเลือกตั้งกลับมาแล้วก็อาจเป็นปัญหา ซึ่งการใช้มาตรา 187 นั้น สามารถขยับกรอบเวลาที่เหมาะสมได้ และไม่ขัดกับมาตรา 108”
“จากนั้นสนับสนุนให้ประชาชนแสดงพลังสามัคคี สั่งสอนนักการเมืองด้วยการเข้าคูหากากบาทเลือกช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนนหรือโนโหวตที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเป็นกระบวนการคัดสรรให้ได้มาซึ่งคนที่ประชาชนเห็นว่าเหมาะสมจริงๆ”เจษฏ์ กล่าว







