posttoday
เปิดโมเดลปชป.ปฏิรูปตัวเอง!

เปิดโมเดลปชป.ปฏิรูปตัวเอง!

17 ธันวาคม 2556

ท่ามกลางการจับจ้องเส้นทางสู่การ “ปฏิรูปประเทศ” จะเป็นไปอย่างที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และแนวร่วมตั้งเป้าไว้หรือไม่ อีกด้านหนึ่งยังต้องจับตาไปยังพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 17 ธ.ค. จะประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อแก้โครงสร้างเดินหน้าปฏิรูปพรรค ซึ่งไม่รู้ว่าจะ“แก้โจทย์” เดินหน้าสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่ห่างหายมานานกว่า 21 ปี ได้หรือไม่

ท่ามกลางการจับจ้องเส้นทางสู่การ “ปฏิรูปประเทศ” จะเป็นไปอย่างที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และแนวร่วมตั้งเป้าไว้หรือไม่ อีกด้านหนึ่งยังต้องจับตาไปยังพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 17 ธ.ค. จะประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อแก้โครงสร้างเดินหน้าปฏิรูปพรรค ซึ่งไม่รู้ว่าจะ“แก้โจทย์” เดินหน้าสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่ห่างหายมานานกว่า 21 ปี ได้หรือไม่

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับความคิดที่จะปฏิรูปพรรค แต่ครั้งนี้ภายใต้การจุดประเด็นของ อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคดูจะแตกต่างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยความพยายามที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น หวังจะเข้าไปแก้ไข“จุดอ่อน” เดินหน้าปฏิรูปใน 3 ด้าน คือ 1.โครงสร้าง2.การบริหารและการจัดการ และ 3.วัฒนธรรมองค์กร

จุดอ่อนสำคัญประการแรก คือ การปิดกั้นคิดกันเองทำเองอยู่ภายในคนรอบตัวหัวหน้าพรรคไม่กี่คน จนแนวร่วมอื่นๆ ไม่อาจเข้ามามีส่วนร่วมผลักดันทำงานได้อย่างจริงจัง นั่นทำให้พรรคได้ตัดสินใจเพิ่มจำนวนกรรมการบริหารพรรคจากเดิม 19 คน มาเป็น 25 คน และล่าสุดที่ประชุม กรรมการบริหาร (กก.บห.) วันที่ 15 ธ.ค. ได้ปรับเพิ่มจำนวนมาเป็น 35 คน

สัญญาณที่ชัดเจนรอบนี้ คือการเปิดกว้างให้ท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น เพราะดูจากสัดส่วนกรรมการบริหารพรรคที่เพิ่มขึ้นมานั้น เพื่อรองรับขอบเขตงานที่จะกระจายเพิ่มเติมตามยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ไล่มาตั้งแต่รองหัวหน้าพรรค จากเดิม 8 คน เพิ่มมาเป็น 10 คน รองเลขาธิการพรรค จาก 3 คน เป็น 5 คน ยังเปิดเพิ่มตำแหน่ง กก.บห.พรรคจากผู้แทนท้องถิ่นอีก 3 ตำแหน่ง จากประธานสาขาพรรคอีก 5 ตำแหน่ง

ถัดมาที่ “คณะกรรมการกลาง” ซึ่งเดิมเคยอยู่ในรูปแบบของ “สภาที่ปรึกษา” ซึ่งมี “ชวน หลีกภัย” เป็นประธานสภาที่ปรึกษา แต่กลไกการทำงานยังไม่ชัดเจน เที่ยวนี้จึงปรับมาเป็นคณะกรรมการกลาง จากอดีตหัวหน้าพรรคและอดีตเลขาธิการพรรคที่ยังเป็นสมาชิกพรรค

นอกจากนี้ ยังเปิดกว้างให้คนทั่วไปเข้ามามีส่วนในการกำหนดทิศทางของพรรค แต่ที่ไม่เคยมีมาก่อนคือเพิ่มการมีสัดส่วนจากผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ซึ่ง กก.บห.สรรหามาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มั่นคง ต่างประเทศ รวมไปถึงตัวแทนจากสตรี หรือเยาวชน พร้อมทั้งผู้แทนภาคประชาสังคม 3 คน

คณะกรรมการกลาง มีกรอบอำนาจหน้าที่จะชัดเจนขึ้นกว่าสมัยเป็นสภาที่ปรึกษา คือให้คำแนะนำ กก.บห.เกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย การบริหารงานของพรรค ยุทธศาสตร์ หรือเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ยังจะเป็นคนกลางประสานรับฟังความเห็นจากภาคส่วนทางสังคม หรือหน้าที่ที่ได้รับการร้องขอจาก กก.บห. ที่สำคัญได้กำหนดกรอบว่าต้องประชุมอย่างน้อย 4 เดือนต่อครั้ง

รวมทั้งขยายขอบเขต “สมัชชาประชาชน” เดิมที่มีผู้แทนประชาชนจากกลุ่มต่างๆ ในข้อบังคับเดิม ให้ดำเนินการสร้างการเมืองแบบมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดประชุมสมัชชาประชาชนตามที่ กก.บห.กำหนดอย่างน้อย 1 ครั้งใน 2 ปี

จนมาถึง “คณะกรรมการปฏิบัติการเขตพื้นที่” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของพรรค ที่จะมาช่วยอุดช่องว่างระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ เป็นมือไม้สำคัญในการลงพื้นที่ซึ่งกก.บห.จะประกาศกำหนดเขตพื้นที่ โดยคำนึงถึงความยากง่ายและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่กำหนดแผนปฏิบัติการและสนับสนุนการดำเนินการทางการเมือง ร่วมกับ สส. สภาท้องถิ่น สาขาพรรค

ยิ่งกว่านั้น ยังมีหน้าที่สรรหาบุคคลส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับ สอดรับกับแนวคิดเรื่อง “ไพรแมรีโหวต”ที่ “อลงกรณ์” เคยเริ่มต้นเสนอไว้ ซึ่งจะเริ่มต้นนำมาใช้ในบางพื้นที่ที่มีความพร้อมสามารถทำได้ก่อน ก็จะเริ่มทำได้เลย แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่กระบวนการเริ่มต้นเพราะสุดท้ายก็ต้องนำมาผ่านคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครและ กก.บห. สุดท้าย

ไม่ต่างจากคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาที่ต้องการกระจายอำนาจไปยังพื้นที่ แต่สุดท้ายก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าพรรค และ กก.บห. อยู่ดี ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสุดท้ายผลอาจจะไม่ต่างจากเดิม

ก้าวแรกในการเลือกตั้ง กก.บห. ชุดใหม่ วันนี้ ถือเป็นการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง ที่มาพร้อมระเบียบข้อบังคับชุดใหม่ ที่ กก.บห.ชุดใหม่จะได้เดินหน้าปฏิรูปการบริหารและจัดการ ไปจนถึงผุดหน่วยงานใหม่ๆ อาทิ สำนักวิจัยและพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักวิจัยและพัฒนางบประมาณแผ่นดิน สำนักวิจัยและพัฒนากฎหมาย ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ

คู่ขนานไปกับแผนการปฏิรูปประเทศ ที่ก่อนหน้านี้พรรคได้จัดทำแนวทางปฏิรูปประเทศออกมาในรูปแบบพิมพ์เขียวประเทศไทย ที่จะนำมาใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงรวมไปถึงแผนการทำงานหากได้เป็นรัฐบาล สอดรับไปกับสถาบันออกแบบประเทศไทย ที่ดึง “สุรินทร์พิศสุวรรณ” อดีตเลขาธิการอาเซียนมาเป็นประธาน

สุดท้ายจึงต้องดูว่าเป้าหมายการปฏิรูปประเทศกับ ปฏิรูปประชาธิปัตย์ อันไหนจะเห็นผลก่อนกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท