
เชื่อมั่นเอสเอ็มอีมี.ค.พุ่งฝ่าม็อบ
โพสต์ทูเดย์
— ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี มี.ค. เพิ่มจาก 46.5 เป็น 48.9 เหตุเศรษฐกิจดีขึ้น ส่งออกได้มากขึ้น แต่ดัชนีคาด 3 เดือนข้างหน้าปรับลดลงเพราะการเมืองนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของเดือน มี.ค. ว่า ดัชนีรวมภาคการค้าและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.9 จากระดับ 46.5 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทุกภาคธุรกิจ โดยภาคการค้าส่งมีค่าดัชนีเพิ่มขึ้น 51.7 จาก 46.5 ภาคการค้าปลีกเพิ่ม 47.8 จาก 46.1 และภาคบริการเพิ่มขึ้น 49.4 จาก 46.8
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เดือน มี.ค. 2553 ค่าดัชนีเพิ่มขึ้น มีผลมาจากเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ เห็นได้จากการส่งออกของไทยขยายตัวในระดับสูง โดยในเดือน มี.ค. การส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 1.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศยังคงมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในระดับสูง นอกจากนี้ช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ ประชาชนมีการวางแผนการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนโครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งของภาครัฐเริ่มส่งผลมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการค่าดัชนีปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 51.1 จากระดับ 51.8 โดยภาคการค้าส่งและภาคบริการค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 48.8 และ 51.1 จากระดับ 51.9 และ 52.1 ตามลำดับ ส่วนภาคการค้าปลีกค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 51.7 จากระดับ 51.5 ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 50.7 จากระดับ 53.4 แต่ความเชื่อมั่นต่อธุรกิจตนเองค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 54.9 จากระดับ 54.1
“
ปัจจัยที่ผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจในระดับสูงยังคงเป็นเรื่องของสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ความกังวลต่อสถานการณ์ด้านต้นทุน และสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง ณ เดือน มี.ค. มีจังหวัดที่ประสบภัยแล้งแล้วทั้งสิ้น 51 จังหวัด” นายยุทธศักดิ์ กล่าวทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแยกเป็นประเภทกิจการ พบว่า ภาคการค้าส่ง กิจการค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ 53.9 จากระดับ 46.0 เพิ่มขึ้น 7.9 ภาคการค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ 49.8 จากระดับ 45.1 เพิ่มขึ้น 4.7 ส่วนภาคบริการ ธุรกิจบริการด้านการขนส่งสินค้าค่าดัชนีเพิ่มขึ้นในระดับสูง โดยอยู่ที่ 50.9 จากระดับ 47.3 หรือภาคธุรกิจบริการขนส่งเพิ่มขึ้น 3.6







