
โดดเดี่ยว
ขณะที่จีนภายใต้บรรยากาศของผู้นำใหม่อย่างประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ดูจะเป็นจีนยุคที่มีความหวังถึงอนาคตไม่น้อย เพราะไม่เน้นแค่การอัดเงินแก้ปัญหาเหมือนที่ผ่านมา แต่ยังเปลี่ยนแปลงด้วยการปฏิรูปหลายด้าน เพื่อเล็งผลและลดปัญหาในระยะยาวมากกว่าการเติบโตในช่วงสั้นๆ
ขณะที่จีนภายใต้บรรยากาศของผู้นำใหม่อย่างประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ดูจะเป็นจีนยุคที่มีความหวังถึงอนาคตไม่น้อย เพราะไม่เน้นแค่การอัดเงินแก้ปัญหาเหมือนที่ผ่านมา แต่ยังเปลี่ยนแปลงด้วยการปฏิรูปหลายด้าน เพื่อเล็งผลและลดปัญหาในระยะยาวมากกว่าการเติบโตในช่วงสั้นๆ
แต่กระนั้นก็เป็นที่น่าสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงในด้านบวกของจีนกลับ “โดดเดี่ยว” พอดู โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อวานนี้ ญี่ปุ่นได้จับมือกับผู้นำและผู้แทน 10 ชาติอาเซียนไปอย่างหวานชื่นในโอกาสครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ ซึ่งมีการตกลงความร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง
ที่สำคัญก็คือ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นชอบร่วมมือกันเพื่อรับประกันเสรีภาพในการใช้น่านฟ้า ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณโดยตรงกระทบไปยังจีนที่เป็นผู้ประกาศเขตป้องกันตนเองใหม่ไปเมื่อเดือนที่แล้ว โดยที่ญี่ปุ่นยังให้เงินกู้อาเซียนอีก 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นการเดินยุทธศาสตร์เชิงรุกกับอาเซียนมากขึ้น หลังจากที่ปล่อยให้จีนทำแต้มนำมานาน
ท่าทีของญี่ปุ่นอาเซียนครั้งนี้ ยังมีขึ้นหลังจากที่เกาหลีใต้เพิ่งประกาศขยายเขตป้องกันตนเองทางอากาศ ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐก็อยู่ระหว่างการตีวงล้อมเยือนเวียดนามและฟิลิปปินส์ เพื่อย้ำถึงยุทธศาสตร์คัมแบ็กเอเชีย
งานนี้น่าจับตาว่าจีนในปีใหม่ 2557 จะยังคงท่าทีแข็งกร้าวต่อ หรือปรับท่าทีทางการทูตใหม่เพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ
และหากจะฝากความหวังไว้ที่ประเทศผู้ประสานงานจีนอาเซียน อย่างไทยในเวลานี้ เห็นทีคงลำบากค่ะ







