posttoday
บาทเดียวกูก็ไม่ให้

บาทเดียวกูก็ไม่ให้

16 ธันวาคม 2556

หากใครได้อ่านนิตยสารอีโคโนมิสต์ฉบับอาทิตย์สองอาทิตย์ที่แล้ว คงจะเห็นแล้วว่าอุปกรณ์สำหรับต่อต้านคอร์รัปชั่นที่มาแรงในขณะนี้ ไม่ได้มีแต่ “นกหวีด” ของม็อบมวลมหาประชาชนไทยเท่านั้น หากแต่ยังมี “ธนบัตรศูนย์รูปี (ZeroRupee Notes)” ของอินเดียอีกอย่างหนึ่ง

หากใครได้อ่านนิตยสารอีโคโนมิสต์ฉบับอาทิตย์สองอาทิตย์ที่แล้ว คงจะเห็นแล้วว่าอุปกรณ์สำหรับต่อต้านคอร์รัปชั่นที่มาแรงในขณะนี้ ไม่ได้มีแต่ “นกหวีด” ของม็อบมวลมหาประชาชนไทยเท่านั้น หากแต่ยังมี “ธนบัตรศูนย์รูปี (ZeroRupee Notes)” ของอินเดียอีกอย่างหนึ่ง

ทั้งนี้ ธนบัตรศูนย์รูปี นี้ก็คือกระดาษที่พิมพ์ลายข้างหนึ่งเหมือนธนบัตรใบละ 50 รูปีของอินเดีย มีรูปคานธีครบทุกอย่าง เพียงแต่มีเลขศูนย์ตัวโตๆ แทนที่จะเป็นเลข 50 และมีคำโปรยขนาดเขื่องอยู่ด้านบนว่า “กำจัดคอร์รัปชั่นทุกระดับชั้น (Eliminate Corruption at All Levels)” ต่ำลงมาจึงเป็นคำมั่นว่า “ข้าพเจ้าสัญญาจะทั้งไม่รับและไม่จ่ายสินบน (I promise to neither accept nor give a bribe)” แทนที่ประโยค “ข้าพเจ้าสัญญาจะจ่ายเงินแก่ผู้ถือเป็นจำนวน...(I promise to pay the bearer)” ของธนบัตรปกติ

ธนบัตรกงเต๊กอย่างที่ว่านี้ คนอินเดียไม่ได้พิมพ์ขึ้นมาไว้เผาให้ผี แต่พิมพ์ขึ้นมาไว้แจกให้กับประชาชน เพื่อที่ประชาชนได้ใช้นำไปยื่นให้กับตำรวจหรือข้าราชการใดๆ ที่รีดไถสินบน เป็นการประกาศจุดยืนให้พวกกังฉินขี้ฉ้อเหล่านั้นได้รู้ว่า “แดงเดียวกูก็ไม่ให้” โดยไม่ต้องเสียเวลาอภิปรายอ้อมค้อม เพราะคนอินเดียนั้นก็เหลืออดกับข้าราชการทุจริตเหมือนกัน เพราะกินกันหมดในทุกวงการ ประชาชนจะทำอะไรแต่ละทีก็ต้องหยอดน้ำมันกันอยู่นั่น เช่น ออกใบขับขี่ ขอสูติบัตร หรือแม้กระทั่งต่อน้ำประปา ไฟฟ้า จนเคยประมาณกันว่าชั่วชีวิตคนอินเดียหนึ่งคนจะต้องจ่ายค่าสินบนเหล่านี้คนละ 1 แสนรูปี เป็นอย่างน้อย

โดยเดิมทีเดียวแนวคิดนี้มีจุดเริ่มมาจากศาสตราจารย์สอนฟิสิกส์ชาวอินเดียของมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ในสหรัฐ ซึ่งกลับมาบ้านเกิดแล้วพบว่าตนต้องถูกเรียกสินบนไม่หยุดหย่อนจากเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำแบงก์นี้มาเพื่อแสดงการต่อต้าน

แต่ปรากฏว่าพอเรื่องนี้ไปเข้าหูของคุณวิชัย อานันท์ (Vijay Anand) ประธานขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นของอินเดียที่ชื่อว่า 5th Pillar แกก็เห็นเลยว่าวิธีของศาสตราจารย์นั้นจะทำให้การต่อต้านคอร์รัปชั่นกลายเป็นรูปธรรม จับต้องได้ ไม่ใช่เป็นแค่การสมาทานงดเว้นส่วนตัวที่ไม่มีรูปมีร่างอีกต่อไป จึงได้ให้องค์กรเป็นตัวตั้งตัวตีพิมพ์ธนบัตรนี้ขึ้นมาเป็นจำนวนมหาศาล และเดินสายแจกกงเต๊กต้านโกงนี้ไปทั่วมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อรณรงค์ให้คนเอาไปใช้รับมือกับสถานการณ์คอร์รัปชั่นในชีวิตประจำวัน

นานๆ ไปธนบัตรนี้ก็ยิ่งติดเป็นกระแส โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ ของอินเดียอย่างเชนไน ไฮเดอราบัด บังกาลอร์ มีเรื่องราวความสำเร็จมากมายจากการใช้ธนบัตรศูนย์รูปีนี้ เช่น

ยายคนหนึ่งขอให้เจ้าหน้าที่ออกโฉนดอยู่เป็นเวลาปีครึ่งก็ยังไม่ได้เพราะไม่ยอมจ่ายสินบน แต่พอวันหนึ่งคุณยายคนนี้เข้าไปหาเจ้าหน้าที่พร้อมกับยื่นธนบัตรศูนย์รูปีให้ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตกใจจนรีบกุลีกุจอหาเก้าอี้ให้ยายนั่ง เอาชามาเสิร์ฟพร้อมกับออกโฉนดให้ยายได้ในวันนั้น หรืออีกกรณีหนึ่ง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้รับธนบัตรนี้แล้วก็กลัวมากถึงกับคืนเงินที่เคยเรียกๆ จากชาวบ้านเอาไว้เป็นค่าต่อไฟทั้งหมดเลยทีเดียว

ความสำเร็จของโครงการนี้ ทำให้ทุกวันนี้มีหลายประเทศติดต่อเข้ามาที่องค์กรเพื่อจะยืมเอาไอเดียไปใช้บ้าง ตั้งแต่ เนปาล อาร์เจนตินา เม็กซิโก ฝรั่งเศส เยอรมนี หรือแม้กระทั่งเยเมน อันเป็นประเทศที่ได้ ชื่อว่าข้าราชการโกงที่สุด

โดยคุณวิชัยบอกว่า การรณรงค์นี้ได้ผลดีก็เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มักไม่เคยคาดคิดว่าจะถูกตาสีตาสาลุกขึ้นแสดงอาการแข็งขืนอย่างนี้ ยิ่งกว่านั้นการที่คนใช้ธนบัตรที่ต้องจัดพิมพ์เป็นเรื่องเป็นราวนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกว่าตาสีตาสาไม่ใช่ตาสีตาสาอีกต่อไป แต่เป็นคนที่รู้สิทธิรู้กฎหมาย แถมยังมีองค์กรใหญ่คอยหนุนหลังอีก เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็เลยไม่กล้าเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อคดีคอร์รัปชั่นในอินเดียนั้นเป็นคดีที่มีโทษรุนแรงถึงจำคุก นอกจากนั้นเพื่อรักษากระแสการไม่ยอมโกง องค์กร 5th Pillar ยังออกวารสารรายเดือนชื่อ “Mattram” (แปลว่า “การเปลี่ยนแปลง” ในภาษาทมิฬ) ซึ่งก็จะมีการสืบเสาะไล่เรียงเรื่องฉ้อฉลทุจริตต่างๆ และแสดงให้เห็นว่าข้าราชการโกงๆ คนนั้นคนนี้ไปเจอจุดจบอย่างไรบ้างอีกต่างหาก

แน่นอน ท้ายที่สุดแล้ว การรณรงค์อย่างนี้เป็นเพียงแต่การรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ให้คนเลิกเห็นการคอร์รัปชั่นเป็นสัจธรรม และเลิกยอมรับพฤติกรรม คอร์รัปชั่นที่ตนได้พบเห็นเฉยๆ ไม่ได้มีผลเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม อันเป็นสาเหตุที่แท้จริงของคอร์รัปชั่นแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกัน การจะเปลี่ยนของที่ใหญ่มหึมาอย่างโครงสร้างนั้น ถ้าคนส่วนใหญ่ยังไม่เกลียดคอร์รัปชั่น ฉันทามติที่จะขับเคลื่อนเรื่องการเปลี่ยนโครงสร้างก็ย่อมมีขึ้นไม่ได้ อย่างที่พูดเป็นภาษาตรรกก็ต้องว่าการเปลี่ยนทัศนคตินั้นไม่ใช่ “ปัจจัยที่เพียงพอ (Sufficient Condition)” แต่เป็น “ปัจจัยที่จำเป็น (Necessary Condition)”

ลองดูกันสักตั้งนะครับ ถ้าทั้งเป่านกหวีด ทั้งแจกแบงก์กงเต๊กแล้ว คอร์รัปชั่นมันยังจะหน้าด้านอยู่ได้ก็ให้มันรู้กันไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท