
ลุยต่ออีโคคาร์2รับสิทธิถึงมี.ค.รอบอร์ดชุดใหม่
อุตฯ เผย อีโคคาร์ 2 ยังเดินหน้า นักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมได้ถึงสิ้น มี.ค. 2557 แต่รอบอร์ดใหม่อนุมัติ
อุตฯ เผย อีโคคาร์ 2 ยังเดินหน้า นักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมได้ถึงสิ้น มี.ค. 2557 แต่รอบอร์ดใหม่อนุมัติ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) รุ่นที่ 2 ยังคงเดินหน้าต่อ ไม่ได้รับผลกระทบจากการยุบสภาของรัฐบาล เนื่องจากเป็นนโยบายที่ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปแล้ว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนได้จนถึง 31 มี.ค. 2557 ซึ่งเท่ากับยังมีเวลาพิจารณาปัจจัยต่างๆ อีกหลายเดือน ซึ่งเชื่อว่าค่ายรถต่างๆ ยังสนใจลงทุนในไทย เพราะไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้งภูมิศาสตร์ การขนส่ง และคุณภาพของคน ซึ่งได้เปรียบหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม หลังยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาแล้ว ผู้ที่อนุมัติการลงทุนให้ผู้ประกอบการแต่ละรายก็ยังต้องเป็นบอร์ดบีโอไอ เพราะตามเกณฑ์แล้วหากเป็นการลงทุนที่มากกว่า 200 ล้านบาท จะต้องมีการนำเข้าให้บอร์ดอนุมัติ ซึ่งหมายถึงต้องรอหลังการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่มาทำหน้าที่แต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่
นายอุดมวงศ์ วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า บอร์ดบีโอไอชุดใหม่ต้องรอหลังเลือกตั้งเนื่องจากในองค์ประกอบของบอร์ดบีโอไอมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรมว.อุตสาหกรรมเป็นรองประธานโดยตำแหน่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีโคคาร์รุ่นที่ 2 เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมคาดหวังว่าจะเข้ามากระตุ้นให้การผลิตรถยนต์ของไทยขึ้นไปอยู่ที่ 3.4 ล้านคันในปี 2560 สูงกว่าเป้าหมายเดิมก่อนที่จะออกอีโคคาร์ รุ่นที่ 2 3 ล้านคัน โดยคาดว่าจะเริ่มมีการผลิตเร็วที่สุดคือ ปี 2559 และอย่างช้าปี 2562
สำหรับเงื่อนไขการส่งเสริมฯ ตามโครงการนี้คือ หากเป็นผู้ประกอบการที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์ รุ่นที่1 ต้องมีมูลค่าเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 6,500 ล้านบาท มีการผลิตไม่น้อยกว่า 100,000 คันต่อปี ตั้งแต่การผลิตปีที่ 4 เป็นต้นไป
ส่วนผู้ประกอบที่ที่เคยเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่น ที่ 1 เลือกขยายการลงทุนได้ 3 ทาง คือ 1. ยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ภายใต้เงื่อนไขใหม่ แต่เงินลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท 2. ยื่นขอขยายการลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 ภายใต้เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์การลงทุนเดิม โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่ และ 3. ผู้ผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 สามารถยื่นขอขยายการผลิตทั้งอีโคคาร์รุ่นที่ 1 และเพิ่มการผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ได้ด้วย โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่
สำหรับเงื่อนไขประเภทเครื่องยนต์ที่ใช้สำหรับอีโคคาร์รุ่นที่ 2 จะต้องเป็นเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 ที่มีมาตรฐานในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร และต้องมีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 4.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สำหรับขนาดเครื่องยนต์ของอีโคคาร์ 2 หากเป็นเครื่องยนต์เบนซินต้องมีขนาดไม่เกิน 1300 ซีซี ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลต้องมีขนาดไม่เกิน 1500 ซีซี
สำหรับสิทธิประโยชน์ตามโครงการฯ คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 6 ปี แต่หากผู้ผลิตรายใดมีการลงทุนเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 1 ปี รวมเป็น 7 ปี และหากมีการลงทุนหรือใช้จ่ายเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี รวมเป็น 8 ปี







