
คณบดีนิติศาสตร์นิด้าแนะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
คณบดีนิติศาสตร์นิด้า หนุนปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง แนะทหารร่วมประชาชน ชี้เลื่อนวันเลือกตั้งไม่ผิดรธน.
คณบดีนิติศาสตร์นิด้า หนุนปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง แนะทหารร่วมประชาชน ชี้เลื่อนวันเลือกตั้งไม่ผิดรธน.
ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวในเวทีสมัชชา กปปส. ว่า สนับสนุนให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนมีการจัดการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่ารัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรมตั้งแต่ไม่ยอมรับคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ การรักษาการของรัฐบาลชุดนี้จึงถือว่าเป็นโมฆะ รวมทั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีต้นทุนสูง ทำให้เกิดการคอรัปชั่น ต้องตัดวงจรดังกล่าวนี้ออกไปก่อน เพราะในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีการทุจริตในเชิงนโยบาย ด้วยการออกแบบงบประมาณมาทุจริต ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิมที่มีการทุจริตจากการกินส่วนต่างเท่านั้น
นอกจากนี้ เห็นว่าการออกมาปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะประชาชนต้องการรื้อโครงสร้างประเทศไทยใหม่ ซึ่งหมายถึงการรื้อโครงสร้างบ้านใหม่ ดังนั้นการเลือกตั้งจึงเป็นเพียงการเลือกนักการเมืองเข้ามาเป็นผู้ทาสีบ้าน แต่ไม่ได้ปรับปรุงโครงสร้างบ้าน จึงควรต้องปฏิรูปประเทศไทยก่อน ซึ่งการเลื่อนวันเลือกตั้งสามารถทำได้ ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ
ส่วนแนวทางปฏิรูปประเทศไทยควรเป็นเช่นไร มองว่า แนวทางการผลักดันให้ประชาชน และทหารเข้ามาร่วมมือกับประชาชน มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูป เป็นแนวทางที่เป็นไปได้มากสุด เพราะประชาชนไม่สามารถฝากความหวังไว้กับกับนักการเมืองที่จะให้มีจิตสำนึกลุกขึ้นมาปฏิรูป ดังนั้นจึงคาดหวังว่าในช่วงบ่ายวันนี้ น่าจะได้รับคำตอบที่ดีจากฝ่ายทหารในการร่วมมือกับประชาชน
“โมเดลดังกล่าวเป็นโมเดลที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส จากประชาชน ทหาร และนักการเมือง แต่ไทยคงหวังนักการเมืองไม่ได้ จึงต้องพึ่งทหารให้เข้ามาอยู่ฝ่ายประชาชนร่วมปฏิรูป เพราะไม่ต้องการใช้รูปแบบเยอรมันที่ปฏิรูป หลังประเทศแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่บ้านเมืองต้องพังราบไปก่อน และเราก็ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น”
ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สภาประชาชนจะถูกจัดตั้งด้วยการมีกฎหมายรองรับ หรือไม่มีกฎหมายรองรับหรือไม่นั้น ไม่จำเป็น เพราะขณะนี้ประชาชนได้ลุกขึ้นมาปฏิรูปประเทศ ซึ่งเห็นด้วยที่ กปปส. จะมีการสร้างเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ เพราะให้เกิดการตี่นตัวต่อประชาชนทั้งประเทศ และเห็นว่าแม้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น หากรัฐบาลไม่ยินดีเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ก็พร้อมที่จะเลือกตั้งควบคู่ไปกับการปฏิรูปประเทศ ด้วยการจับผิดคนโกงการเลือกตั้ง ซึ่งยอมรับการขจัดปัญหาที่หมักหมมมานานในการเมืองไทยต้องใช้ระยะเวลา คงไม่สำเร็จในเร็ววัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอกฎหมายใดๆ คือนับจากนี้ประชาชนต้องสร้างเครือข่ายและปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง
“ตอนนี้ การปฏิรูปประเทศได้เกิดขึ้นแล้วจากมือประชาชนที่ต้องมีการสานต่อ เพราะปัญหาที่สะสมมานาน กวาดครั้งเดียวไม่หมด และการเช็ดถูก็ต้องใช้สติปัญหา ไม่ใช่กำลัง ซึ่งหากทำให้คนเห็นด้วยก็จะเกิดการร่วมแรง ร่วมใจ คนมีสติปัญหาคิด คนมีแรงทำ และคนมีเงินช่วยเหลือ ถือเป็นการปฏิรูปประเทศเช่นกัน แต่ต้องสร้างเครือข่ายให้เหนียวแน่น และผมก็ไม่กลัวการเลือกตั้ง เพราะจะจับคนโกงไปด้วย”







