posttoday
ลุยปฏิรูป-ไล่ปูสุดซอย

ลุยปฏิรูป-ไล่ปูสุดซอย

14 ธันวาคม 2556

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. หลายฝ่ายเดินหน้าเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศ โดย กปปส.ยืนกรานทำให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ 7 องค์กรธุรกิจ ความเห็นยังแตกต่าง ส่วน ธงทอง เชิญ “อานันท์ประเวศ” ร่วมเวที

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. หลายฝ่ายเดินหน้าเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศ โดย กปปส.ยืนกรานทำให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ 7 องค์กรธุรกิจ ความเห็นยังแตกต่าง ส่วน ธงทอง เชิญ “อานันท์ประเวศ” ร่วมเวที

ทั้งนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ชี้แจงเป้าหมายของการชุมนุมต่อสื่อมวลชนที่ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยยืนยันจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง และให้นายกรัฐมนตรีและคณะลาออก เพื่อจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งอาจใช้เวลา 8-14 เดือน และเมื่อปฏิรูปแล้วเสร็จ จัดให้มีการเลือกตั้ง และไม่ว่าผลออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับและเคารพผลการเลือกตั้งแน่นอน

ทั้งนี้ หาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ลาออก กปปส.ก็มีแนวทางจะเคลื่อนไหวกดดันจนกว่าจะลาออก และคงต้องใช้การบังคับโดยพลังประชาชน

“เรายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 กปปส.จะรณรงค์ให้ประชาชนไม่ยอมรับและให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน” สุเทพ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การทวงคืนอำนาจของประชาชนต้องใช้เวลา ต้องทำให้ข้าราชการที่เป็นกลไกของรัฐบาลหยุดทำงาน

“วิธีการที่เราทำป้องกันความสูญเสีย ไม่ว่าของฝ่ายไหนทั้งสิ้น ให้การเปลี่ยนแปลงคราวนี้เป็นไปด้วยความละมุนละม่อมมากที่สุด แต่ว่าเมื่อหมดสิ้นหนทางที่จะทำได้โดยสมัครใจ ก็ต้องบังคับ ก็จะใช้พลังของประชาชนบังคับ ซึ่งก็จะดำเนินการเมื่อชัดเจนแล้วว่าถึงอย่างไรก็จะไม่ยอมลาออก” สุเทพ กล่าว

สำหรับแนวทางการดำเนินการปฏิรูปนั้น เมื่อมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลางแล้ว นายกฯ ก็จะออกพระราชกำหนดให้มีสภาประชาชน ซึ่งออกแบบไว้ คือ มีสมาชิก 400 คน มาจากการเลือกตั้งของวิชาชีพต่างๆ 300 คน โดยคำนวณสัดส่วนตามจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพนั้นๆ และอีก 100 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งโดย กปปส. เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ รอบด้าน มีกระบวนการสรรหาที่เปิดเผย ไม่มีนักการเมืองเข้ามาแทรกแซงในสภาประชาชนและสมาชิกสภาประชาชนพ้นตำแหน่งแล้วห้ามเล่นการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

สุเทพ ยืนยันอีกว่า กปปส.ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องการให้มีความขัดแย้งของคนในชาติอยู่ต่อไป สภาประชาชนจะเปิดกว้างแก่ทุกฝ่ายรวมถึงคนเสื้อแดง โดยในวันที่ 14 ธ.ค. จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งการเข้าพบผู้นำกองทัพเพื่อชี้แจงให้เข้าใจ ซึ่งเมื่อเข้าใจแล้วจะได้นำไปประกอบการตัดสินใจต่อไป

“เราต้องการความเข้าใจจากทุกภาคส่วน กปปส. คาดหวังให้ทุกภาคส่วนตระหนักในข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรกับประเทศและควรจะเดินหน้าอย่างไร เรานำเสนอแนวคิด ส่วนการตัดสินใจเป็นหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน” สุเทพ กล่าว

กรณีที่รัฐบาลจัดเวทีปฏิรูปนั้น สุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งมาหลายคณะและไม่เคยสำเร็จ เพราะไม่จริงใจที่จะปฏิรูปจริงๆ กปปส.ไม่ยอมรับ ไม่เจรจาต่อรอง ยิ่งลักษณ์ ไม่ต้องมาซื้อเวลา

วันเดียวกัน 7 องค์กรธุรกิจ เปิดเวทีกลางนัดแรกเพื่อระดมความเห็นจากเครือข่ายเพื่อแนวทางการหาทางออกให้กับประเทศ โดยหลังหารือ วิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การระดมความเห็นครั้งแรกมีหลากหลายแนวทาง ยังไม่เพียงพอกับการสรุปเพื่อเสนอทาง ออก คงต้องเปิดเวทีลักษณะนี้อีก 23 ครั้ง ก่อนสรุปสาระสำคัญให้ได้ภายเดือน ธ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีความเห็นตรงกันว่าจำเป็นจะต้องปฏิรูปการเมืองใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น 2.การดูแลปัญหาเศรษฐกิจ 3.การสร้างความเป็นธรรม และ 4.การกำหนดกติกาการเลือกตั้ง ซึ่งเครือข่าย 7 องค์กรเป็นเวทีกลาง แต่ไม่ใช่ตัวกลาง ดังนั้นจะเสนอทางเลือกมากกว่าการสรุปหาทางออกของปัญหาการเมืองไทย แต่เป็นองค์กรกลางเพื่อเป็นศูนย์กลางลดความขัดแย้งด้วยการนำเสนอแนวทางโดยจะไม่ชี้นำเพื่อประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ

ด้าน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ข้อเสนอของเครือข่าย 7 องค์กร จะเป็นทางเลือกให้นำไปปฏิบัติ เนื่องจากตอนนี้ยังมีความเห็นที่หลากหลายแตกต่างกัน แต่ในหลักการจะต้องมีการปฏิรูปการเมือง แต่จะทำก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง จะต้องไปหาบทสรุปให้ได้ ในขณะที่บางฝ่ายเสนอว่าอาจปฏิรูปกติกาเลือกตั้งก่อน แล้วระหว่างนี้ก็ให้ทำสัญญาประชาคมที่จะให้นำไปสู่การปรองดอง การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น เป็นต้น

ขณะที่ วัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองจากการระดมความเห็นครั้งนี้ เห็นว่าทางเลือกที่เป็นไปได้สุดคือการปฏิรูปกติกาในการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดการยอมรับและระหว่างนี้ก็ต้องทำสัญญาประชาคมของทุกพรรคการเมืองว่าจะต้องมีนโยบายในการนำประเทศไปสู่ความปรองดองและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นและเลือกตั้งตามกำหนดที่วางไว้ เสร็จแล้วก็มาปฏิรูปในรายละเอียดต่างๆ แล้วจึงยุบสภาเพื่อเดินหน้าเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง n

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท