
ฝนตกทั้งคืนชวดชมฝนดาวตกเจมินิดส์
ประชาชนผิดหวัง รอชมฝนดาวตกเจมินิดส์ทั้งคืน แต่ฟ้าไม่เป็นใจมีเมฆและฝนตกหนัก รอปลายปีหน้าจึงมีฝนดาวตกอีก
ประชาชนผิดหวัง รอชมฝนดาวตกเจมินิดส์ทั้งคืน แต่ฟ้าไม่เป็นใจมีเมฆและฝนตกหนัก รอปลายปีหน้าจึงมีฝนดาวตกอีก
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พาประชาชนกว่าร้อยคน ร่วมชมฝนดาวตกเจมินิดส์บริเวณยอดดอยอินทนนท์ ท่ามกลางอากาศหนาวจัดที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส จัดบรรยายให้ความรู้ทางดาราศาสตร์ พร้อมเตรียมกล้องโทรทรรศน์ขนาดต่างๆ ให้ประชาชนสังเกตวัตถุท้องฟ้า แต่ฟ้าไม่เป็นใจมีทั้งเมฆและฝนตกอย่างหนักตลอดคืน เริ่มเห็นฝนดาวตกเจมินิดส์ช่วงย่ำรุ่งประมาณตีห้าเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง
นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับปรากฏการณ์ฝนดาวตก เจมินิดส์ในปีนี้ ตรงกับคืนดวงจันทร์ ข้างขึ้น 11-12 ค่ำ ต้องรอให้ดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าในช่วงเวลา 03.55 น. เป็นต้นไป จึงจะเริ่มมีดาวตกปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณใกล้กับกลุ่มดาวคนคู่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกเจมินิดส์ ปีนี้นอกจากแสงจากดวงจันทร์ข้างขึ้นจะเป็นอุปสรรคสำคัญแล้ว ยังมีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนทำให้ประชาชนที่มาเฝ้ารอชมต่างผิดหวังไปตามๆ กัน กว่าฝนจะหยุดและมีดาวตกโผล่มาให้เห็นก็เกือบรุ่งเช้า ฝนดาวตกเจมินิดส์ถือเป็นดาวตกชุดสุดท้ายของปีนี้ ต้องรอไปถึงปลายปีหน้าจึงจะมีฝนดาวตกสวยๆ มาให้ชมกัน
สำหรับประชาชนที่สนใจการสังเกตวัตถุท้องฟ้าต่างๆ ทาง สดร. ยังมีกิจกรรม “เปิดฟ้า..ตามหาดาวรับลมหนาว 2556” ให้ติดตามกัน ครั้งต่อไปจัดที่ดอยอินททนท์ในวันที่ 26 ธันวาคม 2556 กัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 053-225569 ต่อ 305 ในวันและเวลาราชการ
ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากสายธารเศษฝุ่น ของแข็ง และน้ำแข็งจำนวนมาก ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200 Phaeton) ตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า โดยจะปรากฏให้เห็นมากที่สุดในช่วงเวลาตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธันวาคม ถึงเช้ามืดประมาณ 05:00 น. ของวันที่ 14 ธันวาคมของทุกปี ตามเวลาในประเทศไทย







