
กกต.ชี้ล้ม2ก.พ.ไม่ได้
สมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งมากำหนดไว้แล้ว
สมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งมากำหนดไว้แล้ว และคงไม่มีหนทางอื่นที่จะหยุดยั้งการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ได้ ถึงแม้นายกรัฐมนตรีจะลาออกจากการรักษาการแล้วมีนายกฯ คนกลางก็ตาม
“ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ยังต้องเดินหน้าเลือกตั้ง ยกเว้นการรัฐประหาร หรือ กกต.ถูกลักพาตัวหายไปเสีย 3 คน” สมชัย กล่าว
สมชัย ซึ่งมีประสบการณ์เป็นผู้มีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์เลือกตั้งมาหลายสมัย ในฐานะเลขาธิการองค์กรกลาง และผู้ประสานงานพีเน็ต ซึ่งทำงานเครือข่ายภาคเอกชนสังเกตการณ์เลือกตั้งมาตลอด กล่าวถึงข้อถกเถียงว่า ควรจะปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง หรือหลังการเลือกตั้งไปแล้ว ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์หลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 จะพบว่าตอนนั้นได้นายกรัฐมนตรีคนกลาง มี ครม.ที่สังคมมองว่ามีความรู้ความสามารถ มีการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการเมือง โดยมี ส.ส.ร.มาร่างออกแบบรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ถามว่าหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นลง นายกรัฐมนตรีคนกลาง คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในขณะนั้นอยู่ในตำแหน่งปีเศษ ส.ส.ร.ใช้เวลา 89 เดือนร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เสร็จ รัฐมนตรีก็บริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่พอเลือกตั้งก็ยังคงไม่ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ ยังเป็นปัญหาต่อมาจนปัจจุบัน
“คำถามคือ เราจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการปฏิรูปประเทศ และมั่นใจยังไงว่าทำแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งที่ตามมาจะได้คนดีเข้าสู่ระบบ หน้าตาของสภาประชาชน หรือนายกฯ กับ ครม.ที่เป็นคนกลางก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ในขณะนั้น ประการที่สอง องค์ความรู้ในการปฏิรูปประเทศเรามีอยู่แล้วหรือไม่ หรือจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาใหม่จากศูนย์ทั้งหมด” สมชัย ตั้งประเด็นคำถาม
ว่าที่ กกต.ผู้นี้ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เตรียมเข้าทำหน้าที่ จะจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด พร้อมกับจัดเวทีเพื่อฟังข้อเสนอให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงให้บริสุทธิ์มากที่สุดได้อย่างไร
“การที่พวกผมเพิ่งเข้ามาคงไม่ทำให้การทุจริตการเลือกตั้งหมดไปเลย แต่ผมมีความเชื่อมั่นว่าจะปรับกลไกต่างๆ ให้การทุจริตเลือกตั้งมันลดลงกว่าเดิมสัก 20% ซึ่งก็พอช่วยให้ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของ กกต.ดีขึ้น” สมชัย กล่าว
ขณะเดียวกันสมชัยซึ่งจะมาดูแลด้านบริหารการเลือกตั้ง ได้เสนอแนวคิดเร่งด่วนในการบริหารจัดการเลือกตั้งในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้หลายๆ ด้าน เช่น จะดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนในการดูแลหน่วยเลือกตั้งแทนเจ้าหน้าที่รัฐ การให้ตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคเฝ้าหีบบัตร การเพิ่มช่องทางให้คนไทยในต่างประเทศใช้สิทธิมากขึ้น ตลอดจนการยืนยันที่จะไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง หากพบว่ามีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีการทุจริตจริง แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดเวลาให้ กกต.ต้องรับรองผลให้ได้มากกว่า 95% ใน 30 วันก็ตาม







