
ไทยจุดเชื่อมอาเซียน-จีน
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ถึงแม้ปัจจุบันปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองของไทยจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศบ้างแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง การก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับจีน กลับกำลังคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ประเทศต่างๆ หันมาลดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ถึงแม้ปัจจุบันปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองของไทยจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศบ้างแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง การก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับจีน กลับกำลังคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ประเทศต่างๆ หันมาลดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น
ไมเคิล พลี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุต่อว่า ในแต่ละวันมีรถบรรทุกหลายคันที่ข้ามฝั่งแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งไทย เพื่อใช้เส้นทางภาคเหนือของไทยเป็นที่พักสินค้า ก่อนลำเลียงส่งเข้าสู่ประเทศจีน ภาวะดังกล่าวเป็นตัวสะท้อนอย่างชัดเจนว่า ความใฝ่ฝันของไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงทางการค้าในภูมิภาคระหว่างอาเซียนกับจีนกำลังเป็นจริงมากขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลจากบริษัท วิน อินฟอร์เมชั่น ผู้ให้บริการด้านข้อมูลจากแผ่นดินมังกร ระบุว่า ปริมาณการนำเข้าและส่งออกระหว่างอาเซียนกับจีนในปีที่แล้วเพิ่มสูงขึ้นถึง 6 เท่าตัว จากเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว โดยในปี 2002 อยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ปี 2012 เพิ่มขึ้นมาเป็น 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์บางส่วน ระบุว่า การวางยุทธศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ภูมิภาคของไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของชาติ เนื่องจากยุคแห่งการเป็นฐานการผลิตและพึ่งพาการส่งออก รถยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และส่วนประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นธงนำได้ใกล้จะหมดสิ้นลงแล้ว โดยเฉพาะการที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างหนัก ขณะที่ศักยภาพของประเทศเพื่อนบ้านก็ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับไทยมากขึ้น
สื่อสิ่งพิมพ์ด้านเศรษฐกิจชื่อดังจากอังกฤษ ระบุอีกว่า ปริมาณการค้าระหว่างภูมิภาค โดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากมีการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อในภูมิภาคมากขึ้น โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 โดยได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ลาว และจีน เป็นมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกันทางรัฐบาลไทยก็มีโครงการที่จะก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่อไปยังจีนอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างจีนกับภูมิภาคอาเซียน โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางเป็นจริงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แผนการจะนำไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางภูมิภาคของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องพบกับอุปสรรคสำคัญจากความขัดแย้งทางการเมืองและข้อกำหนดทางกฎหมาย เนื่องจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ถูกพรรคฝ่ายค้านชี้ว่าเป็นโครงการที่อาจมีการทุจริตคอร์รัปชั่น และไม่ได้รับการตรวจสอบจากรัฐสภาอย่างถี่ถ้วน
ถึงกระนั้น ไฟแนนเชียล ไทมส์ ก็ยังคงมองว่า แม้ว่าล่าสุดรัฐบาลไทยต้องประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ หลังจากโดนผู้ประท้วงกดดันมาตลอด แต่อย่างน้อยโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 ที่เพิ่งเปิดใช้ไป ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงสิ่งที่รัฐบาลเพียรพยายามจะผลักดันให้ไทยเป็นฮับของภูมิภาคได้







