posttoday
การจัดอันดับคอรรัปชั่นของไทยโดยองค์กรต่างประเทศ

การจัดอันดับคอรรัปชั่นของไทยโดยองค์กรต่างประเทศ

11 ธันวาคม 2556

เป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่า ประเทศไทยถูกลดอันดับอีกแล้ว แต่คราวนี้เป็นอันดับความโปร่งใสของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น คำว่าลดอันดับนี้ไม่ใช่ตัวเลขน้อยลง แต่เป็นตัวเลขมากขึ้น หมายความว่า ดัชนีเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของไทย (CPICorruption Perception Index) ตกจากอันดับที่ 78 ในปี 2553 มาเป็นอันดับที่ 80, 88 และอันดับที่ 108 ในปี 2554, 2555 และ 2556 ตามลำดับ หรือจะพูดกันแบบตรงๆ ก็คือ การคอร์รัปชั่นของเราเลวร้ายขึ้นทุกที จนองค์กรที่จัดอันดับความโปร่งใสนานาชาติ หรือ Transparency International เขาจัดอันดับให้เราเลวลง เลวลง แล้วก็เลวลง ตอนนี้ก็เท่ากับประเทศเช่นรวันดาแล้ว หลายๆ ท่านที่พยายามเถียงว่ารัฐบาลไหนก็โกงกันทั้งนั้น พรรคไหนก็โกง ลองมาดู CPI นี่ก็แล้วกันว่าไอ้ที่ตกเอาตกเอาน่ะ มันช่วง พ.ศ.อะไร และอยู่ในรัฐบาลไหน

เป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่า ประเทศไทยถูกลดอันดับอีกแล้ว แต่คราวนี้เป็นอันดับความโปร่งใสของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น คำว่าลดอันดับนี้ไม่ใช่ตัวเลขน้อยลง แต่เป็นตัวเลขมากขึ้น หมายความว่า ดัชนีเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของไทย (CPICorruption Perception Index) ตกจากอันดับที่ 78 ในปี 2553 มาเป็นอันดับที่ 80, 88 และอันดับที่ 108 ในปี 2554, 2555 และ 2556 ตามลำดับ หรือจะพูดกันแบบตรงๆ ก็คือ การคอร์รัปชั่นของเราเลวร้ายขึ้นทุกที จนองค์กรที่จัดอันดับความโปร่งใสนานาชาติ หรือ Transparency International เขาจัดอันดับให้เราเลวลง เลวลง แล้วก็เลวลง ตอนนี้ก็เท่ากับประเทศเช่นรวันดาแล้ว หลายๆ ท่านที่พยายามเถียงว่ารัฐบาลไหนก็โกงกันทั้งนั้น พรรคไหนก็โกง ลองมาดู CPI นี่ก็แล้วกันว่าไอ้ที่ตกเอาตกเอาน่ะ มันช่วง พ.ศ.อะไร และอยู่ในรัฐบาลไหน

เมื่อเห็นแล้วก็มาดูกันดีกว่าว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาตินั้นคืออะไร และ CPI คืออะไร

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ Transparency International ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1993 เมื่อเอกชนต่างๆ ในประเทศพัฒนาแล้วทนต่อการคอร์รัปชั่นไม่ไหว แล้วลุกขึ้นมาต่อต้านโดยตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นขึ้นเป็นครั้งแรก เหมือนกับที่ภาคเอกชนของไทยเพิ่งจะเริ่มตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นขึ้นมาได้ในปีนี้เอง (ค.ศ. 2013) ห่างกัน 20 ปี (มาช้ายังดีกว่าไม่มา) ในช่วงนั้นประเทศเขาก็เหมือนกับประเทศไทยในเวลานี้ คือ หลายๆ คนมากที่มองว่าการคอร์รัปชั่นไม่ใช่ปัญหา หรือไม่ก็ไม่มีปัญญาแก้ไขแล้ว ปล่อยไปเถอะ ผู้เขียนสงสัยมากว่า ทำไมประเทศไทยถึงเดินตามเขาได้เหมือนจัง หรือจะหนักกว่าด้วยซ้ำไป เพราะถึงขั้นที่เด็กรุ่นใหม่ของสังคมไทยมองกันว่า คอร์รัปชั่นทำได้ ถ้าเศรษฐกิจเจริญไปพร้อมๆ กันด้วย แต่เขา (ประเทศพัฒนาแล้ว) กลับมีคนเริ่มมองเห็นว่าการคอร์รัปชั่นมีผลกระทบโดยตรงต่อการขจัดความยากจนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงงานผลิตพลังงาน เครื่อข่ายการสื่อสาร ถนนหนทาง ปรากฏว่าผลประโยชน์ที่ตกถึงชุมชนกลับน้อยมาก การคอร์รัปชั่นจึงไม่ใช่เพียงแค่การปล้นเงินหลวงที่ควรจะตกถึงชาวบ้านอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้ชาวบ้านสามารถนำไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ ได้เท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบในวงกว้าง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศอ่อนแอ และหน่วยงานของรัฐไร้ประสิทธิภาพ

ที่จริงแล้วองค์กรนี้เริ่มก่อตั้งโดยเอกชนเพียง 10 คนเท่านั้น ที่ต้องการต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยมาร่วมลงนามกันในกฎบัตรที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Founding Charter of Transparency International) แต่ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 100 คน มีการตั้งกันเป็นเรื่องเป็นราว มีฝ่ายเลขาฯ มี Board of Director, Board Committees, Advisory Council และมีคณะทำงาน นอกจากนี้ก็ยังมี Code of Conduct สำหรับ Board of Director ด้วย และหากมีใครบริจาคให้ Transparency International เกินกว่า 1,000 ยูโร ก็ต้องใส่ไว้ในรายงานประจำปีขององค์กร และมีการตรวจสอบบัญชี (Audit) ด้วย และองค์กรนี้ก็ทำตัวโปร่งใส หากผู้บริจาคไม่เปิดเผยตัวตนก็ไม่รับบริจาค และหากมีเงื่อนไขก็ไม่รับบริจาค ยิ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อว่ามีการคอร์รัปชั่นหรือติดสินบนฝ่ายรัฐนำเงินมาบริจาค องค์กรนี้ก็จะไม่รับ ทั้งนี้ Transparency International รับบริจาคจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ด้วย แต่รัฐบาลประเทศนั้นๆ ต้องไม่มีส่วนมาทำการกำหนดนโยบายขององค์กร โดยสรุป Transparency International รับเงินบริจาคทั้งจากเอกชนและรัฐบาล แต่จะกำหนดนโยบายเอง และทำงานร่วมกับเอกชนหรือภาคธุรกิจ (Private Sector) เพื่อพยายามลดการติดสินบนจากภาคเอกชน

Transparency International จึงเป็นที่ยอมรับในระหว่างประเทศนานาชาติทั่วโลก ทั้งในด้านความโปร่งใสและประสิทธิภาพ เมื่อมีการจัดอันดับประเทศต่างๆ โดยใช้ดัชนีการคอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index) จึงเป็นที่ยอมรับกันโดยนานาประเทศทั่วโลก การที่ประเทศไทยถูกจัดไว้เป็นอันดับที่ตกต่ำลงทุกที จึงควรจะมาดูแล้วว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น

ลองมาดูกันก่อนแบบง่ายๆ ว่า Corruption Perception Index หรือ CPI คืออะไร

CPI จัดประเทศโดยดูจากว่ารัฐบาลประเทศนั้นมีการคอร์รัปชั่นมากน้อยแค่ไหน พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นดัชนีวัดการคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ได้แก่ การคอร์รัปชั่นโดยฝ่ายราชการและการเมือง ดัชนีที่ใช้วัด คือ Composite Index ซึ่งเป็นการรวบรวมผลจากการสำรวจ (Surveys) กับการรวบรวมผลจากการประเมินการคอร์รัปชั่นที่หน่วยงานต่างๆ ที่เชื่อถือได้รวบรวมไว้

การรวบรวมเหล่านั้นมาจากกิจกรรมของรัฐบาลที่ผิดกฎหมายต่างๆ แต่แอบซุกซ่อนไว้ รวมถึงการคอร์รัปชั่นทางนโยบาย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถูกเปิดเผยขึ้นมาจากความฉาวโฉ่ของโครงการเอง จากการสอบสวนสืบสวน หรือจากการตัดสิน รวมถึงคดีต่างๆ ที่มีการฟ้องร้องกันในศาลด้วย ข้อมูลที่นำมาเป็นตัวชี้วัดนี้ เป็นข้อมูลในช่วงเวลา 24 เดือน ดังนั้น CPI ในปี ค.ศ. 2013 นี้ จึงเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 และ 2012 ซึ่งมีประเทศที่จัด CPI ได้ถึง 177 ประเทศ โดยเพิ่ม South Sudan มาอีกหนึ่งประเทศ จากปี ค.ศ. 2012 ซึ่งมี 176 ประเทศ

ดังนั้น การที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 102 จาก 177 ประเทศ ก็น่าจะเป็นที่เห็นได้ว่า สภาพการคอร์รัปชั่นของไทยเป็นอย่างไร มีความเลวร้ายมากขึ้นแค่ไหน และน่าจะเป็นคำตอบแก่คนที่ชอบพูดว่ารัฐบาลไหนๆ ก็โกงกันทั้งนั้น ก็แค่เหลือบฝูงใหม่ เพราะดัชนีการคอร์รัปชั่นมันฟ้องว่ารัฐบาลไหนที่ทำการคอร์รัปชั่นมากที่สุด จนทำให้ประเทศไทยไปไม่รอด และถึงเวลาหรือยังที่คนไทยจะเลิกคิดแบบเก่าเสียที แล้วก็ลุกขึ้นมาช่วยกันขุดรากถอนโคนกันให้สิ้นซากไป จะได้ไม่อายชาวโลกเขา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท