
ตจว.เติมกำลังหนุนม็อบ
คำประกาศตรึงกำลังผู้ชุมนุมอีก 3 วัน ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ทำให้ยังคงมีผู้ชุมนุมต้านระบอบทักษิณจากหลายจังหวัดทยอยเติมกำลังเข้ามาผลัดเปลี่ยนกับบางส่วนที่ทยอยกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่นที่ จ.กระบี่ ตรัง สงขลา ภูเก็ต และชุมพร ยังคงมีผู้ชุมนุมขึ้นรถบัสเข้ามาร่วมชุมนุมใน กทม.อย่างต่อเนื่อง
คำประกาศตรึงกำลังผู้ชุมนุมอีก 3 วัน ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ทำให้ยังคงมีผู้ชุมนุมต้านระบอบทักษิณจากหลายจังหวัดทยอยเติมกำลังเข้ามาผลัดเปลี่ยนกับบางส่วนที่ทยอยกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่นที่ จ.กระบี่ ตรัง สงขลา ภูเก็ต และชุมพร ยังคงมีผู้ชุมนุมขึ้นรถบัสเข้ามาร่วมชุมนุมใน กทม.อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี ประชาชนกลุ่มใหญ่เดินทางด้วยรถไฟเที่ยวรถด่วนพิเศษ (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 40 ต้นทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน เวลา 10.40 น. มุ่งหน้าเข้า กทม. โดยสารร่วมกับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปจนเต็มทั้ง 3 ตู้โบกี้
ส่วนที่สนามบินสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน มีประชาชนเป็นจำนวนมากเดินทางไปรอขึ้นเครื่องบินโดยสารเข้า กทม. ตั้งแต่เที่ยวแรกเวลา 07.00 น. เพื่อร่วมสมทบกับการชุมนุมของ กปปส. ที่ข้างทำเนียบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยมีสายการบินนกแอร์ 5 เที่ยว สายการบินแอร์เอเชีย 4 เที่ยว และสายการบินไทยสไมล์อีก 2 เที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่ได้ขับรถยนต์มาจอดฝากไว้ที่สนามบิน ส่งผลให้ลานจอดรถยนต์ของสนามบินแน่นขนัดล้นออกมานอกถนนทางเข้า
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.เป็นต้นมา มีประชาชนทยอยเดินทางเข้า กทม. ไปร่วมชุมนุมใหญ่เต็มทุกเที่ยวบิน ทำให้โรงจอดรถยนต์ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีมีรถที่ผู้โดยสารนำมาจอดจนแน่นขนัดไม่เพียงพอที่จะรับได้อีก ผู้ที่จะเดินทางต้องนำรถมาจอดริมถนน ซึ่งท่าอากาศยานฯ ได้จัดการดูแลให้
“ทุกวันนี้ยังมีการเดินทางเข้าออกตลอด ทั้งประเภทไปเช้า กลับค่ำ หรือกลับเช้าวันรุ่งขึ้น เนื่องจากการเดินทางด้วยรถไฟและรถทัวร์เต็มทุกเที่ยว”
ด้าน นันทชัย โรจน์วรรณสินธุ์ ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี เห็นว่า การประกาศยุบสภาของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถือว่าช้าเกินไป น่าจะยุบสภาเสียตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. ที่มีผู้ชุมนุมออกมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ช่วงนั้นทางหอการค้าไทยก็เสนอว่าให้รัฐบาลเลือกว่าจะยุบสภาหรือลาออก เพื่อให้สิ้นสุดการชุมนุมเรียกร้อง เพราะรัฐบาลได้ขาดความไว้วางใจจากประชาชนไปแล้ว
“แต่ว่าสิ่งนั้นมันได้ผ่านพ้นไปแล้ว พอมาตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องรัฐบาลไม่เอารัฐบาลชุดนี้เป็นผู้บริหารประเทศแล้ว เพราะฉะนั้นถึงจะยุบสภาไปรัฐบาลก็ขาดความชอบธรรม ไม่สมควรที่จะบริหารประเทศชั่วคราวอีก คิดว่าประชาชนไม่ยอมแค่นี้ น่าจะเกินกว่านี้อาจจะต้องใช้วิธีอื่นมากกว่า”
นันทชัย มองอีกว่า ถ้ารัฐบาลยังกุมอำนาจต่อไป การลุกฮือของประชาชนก็จะไม่มีการหยุด รัฐบาลน่าจะเสียสละ ต้องคิดถึงชาติบ้านเมืองไว้ก่อน ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเองและพวกพ้อง







