
ร้ายขายเสื้อนักเรียนเมืองตรังครวญยอดขายตกกว่า 25%
ร้านจำหน่ายเสื้อผ้านักเรียนในจังหวัดตรังเผย ยอดขายปีนี้น้อยกว่าปีก่อนถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แถมค่าขนส่งยังเพิ่มขึ้นอีก
ร้านจำหน่ายเสื้อผ้านักเรียนในจังหวัดตรังเผย ยอดขายปีนี้น้อยกว่าปีก่อนถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แถมค่าขนส่งยังเพิ่มขึ้นอีก
บรรยากาศการจับจ่ายซื้อเสื้อผ้านักเรียนของบรรดาเหล่าผู้ปกครอง ที่พาบุตรหลานออกมาหาซื้อเสื้อผ้าเพื่อต้อนรับการเปิดเทอมใหม่ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2533 ที่จะถึงนี้จากการที่รัฐบาลส่งเสริมให้มีโครงการเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งปีนี้ได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 2 โดยส่วนใหญ่ก็รู้สึกยินดีที่ทางรัฐบาลมีโครงการนี้ออกมา
โดยตามราคาที่ทางรัฐบาลช่วยเหลือตามลำดับชั้นคือ 360 บาท 460 บาท และ 670 บาท แต่ก็ยังมีบรรดาเหล่าผู้ปกครองหลายท่านที่สละสิทธิ์ในการที่จะใช้สิทธิดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ปกครองท่านอื่นได้แบ่งเบาภาระในส่วนนี้ออกไป แม้ทางรัฐบาลจะช่วยไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม
นางอุบล วัชรโรชยางกูร อายุ 63 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายเสื้อผ้านักเรียนฮั้วมุ่ย หน้าตลาดสดเทศบาลนครตรัง ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้านักเรียนมามากกว่า 30 ปี กล่าวว่า ยอดขายปีนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมาหากเทียบสัดส่วนแล้วประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ สังเกตได้ว่าปีนี้บรรดาเหล่าผู้ปกครองจะออกมาซื้อเสื้อผ้าในช่วงที่ใกล้จะเปิดเรียน คือ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา และจำนวนซื้อต่อคนก็น้อยลงจากเดิมคือไม่เกิน 2 ชุด แต่ในปีก่อนจะซื้อ 2 – 3 ชุด ต่อคน และจะเริ่มซื้อตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์สงกรานต์ปี 2552 ส่วนสาเหตุของการซื้อ - ขายชุดนักเรียนไม่คึกคักเท่าที่ควรในปีนี้อาจจะเกิดจากภาวะเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน
ทางด้านนายสุบิน เที่ยงธรรม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ผู้ปกครองท่านหนึ่งที่พาบุตรชายมาซื้อเสื้อผ้าใหม่ต้อนรับเปิดเทอม กล่าวว่า บุตรชายได้เลื่อนชั้นไปเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 5 ในเทอมใหม่ที่จะถึงนี้ ก็เลยมาซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้ 2 ชุด เนื่องจากชุดเดิมที่มีอยู่นั้นได้รับต่อมาจากพี่ชายซึ่งเริ่มจะคับแล้วจึงพามาซื้อชุดใหม่ สำหรับการซื้อเสื้อผ้าในปีนี้ได้ซื้อให้ใหญ่กว่าขนาดตัวปกติประมาณ 2 เบอร์ เพราะจะได้ใส่ในปีต่อไปได้อีกถ้าหากบุตรชายโตขึ้น







